วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564

รีวิว ทะลุมิติไปเป็นเพื่อนสมัยเด็กของหวานใจในนิยาย [ฉบับเต็ม] #พี่อวี้สามีคุณ

 



ทะลุมิติไปเป็นเพื่อนสมัยเด็กของหวานใจในนิยาย

#พี่อวี้สามีคุณ

ผู้เขียน Qiezaishanyang

ผู้แปล ซู่เหมยหลิงฮุ่ย

ผู้วาดปก Loxsiana

ผู้วาดภาพประกอบ Mathurin

สำนักพิมพ์ Clover Book

เรื่องย่อ

                ซ่งอวี้ไม่คิดจริง ๆ ว่าหลังจากบ่นน้องสาวที่ส่งนิยายจิตป่วยมาให้ แล้วหลับไปเพียงตื่นเดียวเขาจะกลายเป็น ซ่งอวี้ตัวประกอบในนิยายที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กกับ เซี่ยสุย ตัวเอกของเรื่องที่มีหน้าที่เพียงกลับมาเจอกันอีกครั้งเมื่อเติบโตและพูดประโยค “แม่นายก็รักนายมากนะ” เพียงประโยคเดียวให้ตัวเอกคลายปมแม่ในจิตใจ ก่อนกลายเป็นหัวหน้าตระกูลเซี่ยผู้ยิ่งใหญ่ในเส้นเรื่องหลัก ส่วน ซ่งอวี้ ก็ป่วยตายจากไปเงียบ ๆ ด้วยโรคร้าย ปล่อยตัวเอกเผชิญหายนะกับพวกนักรัก นักแค้นอีกสามคนไปจนจบเรื่อง ไม่ได้ละ ซ่งอวี้คนนี้ไม่ปล่อยเวลา 5 ปีก่อนตายไปเปล่า ๆ เขาจะไม่ยอมให้เพื่อนสมัยเด็กโดนพวกเลวเขาใกล้เด็ดขาด !

 

พื้นที่ความเห็นแบบปลอดสปอยล์

                ทะลุมิติไปเป็นเพื่อนสมัยเด็กของหวานใจในนิยาย ความจริงแค่ตรงชื่อเรื่อง ก็แทบจะบอกเนื้อหาหลัก ๆ ได้คลอบคลุมแล้วค่ะ สำหรับเรื่องนี้จะเรียกว่าเป็นนิยายแนวทะลุมิติก็ใช่ แนวระบบก็ใช่ แนวโรงเรียนก็ใช่ค่ะ 555555 แต่ระบบไม่ได้มาให้รำคาญใจเท่าไรหรอกนะคะ หายไปแล้วกลับมาแค่ช่วงเล่นปมเท่านั้น แต่โดยตัวโครงแล้ว เรารู้สึกว่าควรมีบทบาทชัดเจนกว่านี้ด้วยซ้ำ เอาเป็นว่า เราค่อยคุยเรื่องนี้กันในสปอยล์ดีกว่า สำหรับแกนเรื่องที่เรามอง คิดว่าคือ “ฝ่ากฎเกณฑ์เพื่อกลับมารักกัน” ค่ะ ก่อนจะกลายเป็นสปอยล์ไปมากกว่านี้ มาค่ะแบบไม่สปอยล์กันสักหน่อย

                ซ่งอวี้ ทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่ตัวเขาสงสารตัวละครเอกอย่าง เซี่ยสุยแบบขั้นสุด สงสารชนิดที่โยนหนังสือทิ้งทันทีที่อีกฝ่ายถูกจับขังบนเกาะ พอได้เข้ามามีตัวตนเป็นตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง เขาก็ไม่ฟังคำทัดทานใด ๆ ของระบบ แจ้งคุณแม่ที่น่ารักว่าอยากย้ายโรงเรียน และแน่นอน โรงเรียนนั้นอยู่ในเนื้อเรื่องของนิยาย อีกขั้นของความเลวร้ายที่เซี่ยสุยต้องเผชิญหน้ากับการทรยศหักหลัง เขาจะต้องไปยับยั้ง !

                แน่นอนว่าพอไปถึงพี่อวี้ดันโผล่ไปช่วยคนในจังหวะเหมาะทุกสถานการณ์ ทำดีด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกัน ใครจะไม่สงสัยจริงไหมคะ อีกอย่างพี่อวี้มอง ๆ ดูแล้วเซี่ยสุยเองก็จำเขาไม่ได้ว่าเคยเล่นด้วยกันสมัยเด็ก พ่อคนเจตนาดียิ่งไม่รู้จะอธิบายความหวังดีอย่างบริสุทธิ์ใจของตัวเองยังไง สุดท้ายได้แต่ทำตาใส หิ้วโจทย์คณิตศาสตร์ไปเฝ้าเขาทำงาน อ้างว่าถูกชะตาอยากทำความรู้จัก ...ค่ะพี่อวี้ ได้ทุกอย่างตามที่พี่สบายใจ ฝั่งเซี่ยสุยเองเราขอยกคำบรรยายของคนรอบตัวมาโดยสรุปว่า 

... เย็นชากับทุกคน ไม่คิดจะอดทนกับใคร เพราะทุกความอบอุ่น อ่อนโยนที่เหลือจากชีวิตที่เลวร้ายทุ่มให้เพื่อนข้างโต๊ะคนนี้หมดแล้ว....ค่ะ // กุมใจบาง ๆ


คะแนน 8.5 / 10


                อืมมม ถ้าให้เป็นช่วงคะแนน ยังเป็นอีกเรื่องที่ไปได้ถึง 9 แต่...ใจมันไปไม่ถึงจริง ๆ ค่ะ เพราะเนื้อเรื่องเก็บปมหมดจริง แต่เหมือนจะเร่งเก็บไปหน่อย สัมผัสได้ว่านักเขียนคิดคำตอบทุกปมไว้หมดแล้ว แม้แต่ที่ไปที่มาของพฤติกรรมตัวละครเหล่านั้น แต่กลับเร่งที่จะเล่า เร่งที่จะคลาย กลายเป็นว่าทุกอย่างขมวดหากันแบบที่พูดได้แต่ว่า น่าเสียดาย ไปนิดนึงค่ะ ไว้เราไปกันต่อที่สปอยล์ แต่สรุปโดยหลัก  ๆ รวม ๆ เป็นแนวสบาย  ๆ กลิ่นอายอบอุ่น ที่ดีอีกเรื่องหนึ่งเลยค่ะ

 

 


พื้นที่ความเห็นแบบสปอยล์ (อย่างละเอียด)

            แหม พอมองแล้วเราเขียนรีวิวฉบับเต็มของพี่อวี้สามีคุณ ต่อจากเกิดใหม่เหมือนเดิม ฯ เลยนะคะ ตอนพูดถึงสปอยล์เรื่องก่อน เรามีการเปรียบเทียบตัวเรื่องกับแอบเนียน สำหรับเรื่องนี้ เรายกเป็นแนวประมาณเดียวกัน ที่ดีแบบเกาะกลุ่มกันเลยค่ะ มีโอกาสคงต้องลองกลับไปอ่านแอบเนียนใหม่อีกครั้ง แต่ในส่วนที่เราประทับใจว่าพี่อวี้ทำได้ดี คือบทพิเศษตอนสุดท้ายค่ะ ขณะเดียวกันก็มีคอมเมนต์ฝากมาไว้เช่นกัน ว่าถ้าได้ตอนพิเศษเป็นตอนยาวจุใจไปเลยอาจจะดีกว่า 5555 อันนี้แล้วแต่นักอ่านแต่ละท่านแล้วล่ะค่ะ

มาเข้าสปอยล์กันดีกว่า เราทิ้งท้ายแกนเรื่องไว้ว่า “ฝ่ากฎเกณฑ์เพื่อกลับมารักกัน” โปรดระวัง เพราะจากนี้สปอยล์มาก ๆ เลยค่ะ ไม่โอเค รีบหลบค่า

 

เริ่มกันค่ะ

 

“ฝ่ากฎเกณฑ์เพื่อกลับมารักกัน”  คิดว่าหลายคนคงเห็นคำว่า “กลับมา” นี่ถือว่าเป็นปมสร้างความประหลาดใจตอนเฉลยอย่างหนึ่งเลยค่ะ ตัวเราจะเริ่มเดาได้ ตอนความฝันของพี่อวี้เริ่มกลายเป็นมุมมองของตัวเองค่ะ เพราะความฝันถึงเซี่ยสุยก่อนหน้าที่ไม่เป็นไปตามนิยาย แอบสะกิดมาเรื่อย ๆ ว่า ... นี่ไม่น่าใช่โลกนิยายธรรมดาแล้วไหม ความจริงเป็นแค่การย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีตรึเปล่า

...แต่ เรื่องระบบล่ะ จะตอบคำถามนี้ยังไง

 

ที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นการเรียงช่วงเวลาใหม่นะคะ

 

ฝ่ากฎเกณฑ์จากอดีต: เรื่องราวชีวิตไม่มีคำว่า “ถ้า”

 

“ตอนแรกที่นายย้ายตามน้าสวี่มาเมืองจิ่ง ถ้าบอกฉันสักหน่อย ฉันคงจะมาด้วยกันกับนายแล้ว”

“จากนั้นฉันจะย้ายเข้าโรงเรียนนาย ย้ายไปห้องเดียวกับนาย แล้วกลายเป็นเพื่อนข้างโต๊ะของนาย”

“ฉันจะดีกับนายในตอนนั้นให้มาก ๆ จะปกป้องไม่ให้ต้องเจอเรื่องกวนใจ รวมทั้งไอ้สวะพวกนั้นด้วย”

“จากนั้นไม่แน่นะ พวกเราอาจจะคบกันตั้งแต่ ม.ปลาย แล้วก็ได้”

...

“อื้อ รักแรกพบ”

 

            ในเรื่องกล่าวว่า เซี่ยสุยเกลียดคำว่า “ถ้า” ที่สุดเลยค่ะ เพราะอดีตมันไม่มีวันย้อนกลับมา เขาทำได้แต่รักษาช่วงเวลาปัจจุบันกับซ่งอวี้ไว้ให้ดีที่สุด ในอีกเรื่องราวหนึ่งที่นิยาย “พันธนาการแสนหวาน” ไม่ได้กล่าว หรือเรียกว่า ไม่สามารถ “บังคับ” เส้นเรื่องให้เกิดขึ้นได้ อาจเรียกได้ว่าเป็นชาติก่อนของพวกเขาก็ได้ เซี่ยสุยที่ประสบพบเจอความเลวร้ายไม่ได้ตกต่ำจนไปถูกขังที่เกาะ แต่เขามีความรักกับเพื่อนสมัยเด็กของเขา และวางแผนจีบอีกฝ่ายมายาวนาน ช่วงเวลาในอนาคตคงจะมีความสุขมาก ถ้าสิ่งที่เรียกตัวเองว่า “ระบบ” และ “พระเจ้า” ไม่บิดเส้นชีวิตของพวกเขาให้ต้องจากกัน เมื่อซ่งอวี้ตาย เซี่ยสุยก็ไม่คิดจะอยู่ โลกใบนี้ไม่มีความสำคัญกับเขาอีก

                ก่อนอื่นขอเล่าโครงเรื่องใหญ่ให้ทุกคนอ่านก่อน ถ้าใครอ่านนิยายแนวระบบมาคงจะนึกภาพออก ว่าในโลกของระบบจะมีหลายมิติ หลายโลกด้วยกัน ถ้าเป็นเรื่องอื่น ระบบจะนำพาตัวละครเอกไปโลกต่าง ๆ โลกแห่งเซียนบ้าง โลกแฟนตาซีบ้าง โลกในวันสิ้นโลกบ้าง หรือแม้แต่โลกของเรื่องราวปัจจุบันในเซตติ้งฝ่าฟันอุปสรรค มัธยมบ้าง หรือท่านประธานสุดแกร่งบ้าง นอกจากนี้ บางเรื่องยังเสริมอีกว่า ในโลกแต่ละมิติจะมีระดับพลังของจิตวิญญาณมากน้อยแตกต่างกัน หากตัวเอกสามารถพิชิตภารกิจเนื้อเรื่องในโลกที่มีจิตวิญญาณระดับสูงได้ ก็จะได้ผลตอบแทนเป็นพลังหรือไอเทมสุดโหดระดับ SSS ว่ากันไป

                เกริ่มมาขนาดนี้ก็เพราะ โลกของพี่อวี้สามีคุณ คือมิติ หรือ โลกระดับสูง ที่ “พระเจ้า” ของ “ระบบ” ปราบลงไม่ได้สักทีนั่นเองค่ะ

                ย้ำอีกครั้ง นี่เป็นโครงใหญ่ แต่ในเนื้อเรื่องจะเป็นแนวโรงเรียน อบอุ่น ๆ เสียมากกว่า ปมตรงนี้ไปเคลียร์กันอีกทีท้ายเรื่องค่ะ ดังนั้นใครไม่ถูกกะแนวระบบ ส่วนตัวมองว่าไม่ได้มีอิทธิกับเนื้อเรื่องขนาดนั้น เพียงแต่จุดนี้เป็นเหตุผลใหญ่ของเรื่องราว ที่ถ้าไม่มีทุกอย่างที่วางมาอาจจะหลุมได้ แต่พอมีก็คือเก็บปมครบ แต่...สำหรับเรา เสียดาย ที่ให้พื้นที่กับมันน้อยไปหน่อยค่ะ

                 เพื่อให้ได้พลังจากลูกรักของมิตินี้ หรือก็คือตัว เซี่ยสุย “พระเจ้า” ทุ่มเทวางเนื้อเรื่องชีวิตของเซี่ยสุยเองกับมือ ให้เขาประสบเรื่องร้าย นานา ประการ แม้แต่คนรักก็เลือกไว้ให้ แต่ “พระเจ้า” ไม่คาดคิดว่า ซ่งอวี้ จะเข้ามาทำลายเส้นเรื่องอันสมบูรณ์แบบของตนแบบไม่เป็นท่า ไม่ว่าจะขีดกฎเกณฑ์เพิ่มสักกี่อย่าง ลบอดีตสักกี่หน แม้แต่ไล่วิญญาณซ่งอวี้ไปที่อื่นก็ตาม...

 ซ่งอวี้ ก็ “กลับมา” หาเพื่อนสมัยเด็กของเขาตามสัญญา

 

    ฝ่ากฎเกณฑ์จากนิยาย: พันธนาการรักแสนหวาน หรือชีวิตอันน่าเวทนาของเซี่ยสุย


            “พระเจ้า” เดิมพันครั้งสุดท้ายวางเรื่องให้เป็นนิยาย พันธนาการรักแสนหวานแต่เรื่องราวดันไม่เป็นแบบนั้น

                ทันทีที่พี่อวี้ของเราลืมตาตื่น สิ่งแรกที่เขาคิด คือต้องย้ายโรงเรียนไปหาเซี่ยสุยที่เมืองจิ่ง เขาจะตามหาอีกฝ่าย เพื่อกันไม่ให้พบเจอพวกคนเลวทั้งหลายที่จะเข้ามาทำร้ายรายทางและในอนาคต ด้วยแรงพลักดันที่คิดเอาเองว่า “แค่สงสารตัวละครเอก” พี่อวี้ก็ส่งตัวเองไปอยู่เมืองจิ่งเรียบร้อย โดยทั้งรู้และไม่รู้ตัว พี่อวี้เห็นทุกคนไม่ใช่แค่ตัวละครในนิยาย และเข้ากันได้ดีมากกับทุก ๆ คนในครอบครัว แม้แต่นิสัยของเขาก็ไม่แปลกแยกไปจาก ซ่งอวี้ในนิยายเลย จุดดีของเรื่องนี้ คือตัวละครหลักทั้งสอง เอะใจ ในเรื่องที่ ควรเอะใจ ได้เป็นอย่างดีค่ะ

                หลังจากนั้นทุกอย่างก็เริ่มออกนอกเส้นเรื่องในนิยาย พวกเขารู้จักกัน ได้อยู่โรงเรียนเดียวกัน ได้เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกัน ได้หัวเราะสนุกสนานกับช่วงเวลาวัยรุ่นกับเพื่อน ๆ และครูในห้อง เรื่องราวมืดมนในนิยายที่ถูกกำหนดไว้ คล้ายว่าจะไม่เป็นไปตามนั้นแล้ว

 

    ฝ่ากฎเกณฑ์จากระบบของพระเจ้า: ทะลุมิติไปเป็นเพื่อนสมัยเด็กของหวานใจในนิยาย


                การกลับมาของซ่งอวี้ เป็นสิ่งที่ “พระเจ้า” พยายามควบคุมเส้นเรื่องไว้ให้ได้มากที่สุด แต่นี่คือใครล่ะคะ ... พี่อวี้สามีคุณ ยังไงล่ะ เขาสัญญากับหวานใจของเขาไว้แล้วว่าจะไม่ทิ้งอีกฝ่าย เขาจะต่อยหน้าพระเจ้าเห็นแก่ตัวแล้วกลับมาใช้ชีวิตกับเซี่ยสุยให้ได้ และแน่นอนว่ารอบนี้เซี่ยสุยก็ไม่มีทางปล่อยให้ใครบ่งการเส้นทางชีวิตจนเขาเสียคนรักไปเฉย ๆ อีกอยู่แล้ว กว่าจะได้กลับมาพบกัน จะให้ยอมแพ้กับอุปสรรคที่เรียกว่าระบบของพระเจ้าที่เข้ามาแทรกแซงโลกใบนี้ ...ไม่มีทางแล้วล่ะค่ะ

ตัวเซตติ้ง “พระเจ้า” ความจริงก็คนธรรมดาคนหนึ่งที่เห็นแก่ตัวอยากมีชีวิตที่เป็นอมตะ และเที่ยวไปยังมิติต่าง ๆ กำหนดเส้นชะตาชีวิต “ลูกรักของโลก” หรือ “ตัวเอก” ในโลกนั้น ๆ เพื่อให้ตัวเองได้รับพลังจากตัวเอกของโลกมาใช้ ดังนั้นเส้นชะตาตัวเอกในโลกต่าง ๆ เลยถูกเบี่ยงให้เลวร้ายมาก เพื่อสะสมค่าความเกลียดชังและค่าความรัก ตอนพี่อวี้ถามว่าที่ทำมาในโลกอื่นสุดท้ายตัวเอกโลกนั้น ๆ เป็นยังไง แล้วระบบตอบไม่ได้ ถ้าให้คิดต่อเอง ชีวิตก็คงโดนทำลายไม่ต่างจาก เซี่ยสุยกับพี่อวี้ในอดีต

ความจริงเนื้อเรื่องวิ่งอยู่ที่คำสัญญาในอดีตนั่นแหละค่ะ เลยเข้าใจได้ว่าวางโครงเรื่องดูใหญ่มาก แต่ไม่ลงลึกกล่าวถึงโลกต่าง ๆ เพราะอะไร  

“ฝ่าทุกกฎเกณฑ์ที่ถูกบังคับสร้างให้เดิน เพื่อกลับมารักกัน”  เป็นความรู้สึกเต็ม ๆ ของแก่นหลักนิยายเรื่องนี้ค่ะ 

และจุดที่เสียดาย ก็ตรงโครงใหญ่เนี่ยแหละค่ะ 

จังหวะปราบ “พระเจ้า” ที่ฉึบฉับ 

“ตัวละครที่ควรเป็นพระเอก” ที่ไม่ถูกกล่าวถึงมากพอ กลายเป็นตัวประกอบผ่านมา เฉลยเล็กน้อยและจากไป ทั้ง ๆ ที่ควรมีบทบาทอย่างมาก เพราะเป็นถึงคนที่ ฆ่าระบบตาย ได้ 

“008” ที่รักซ่งอวี้มาก

“พี่สาวซ่งอวี้” ที่สามารถมีเซนส์เชื่อมต่อเหตุร้ายของน้องชาย กับเนื้อคู่ของเธอ

และ “พลังของเซี่ยสุย” กับ "ความพิเศษของพี่อวี้" สามารถอธิบายและเล่าได้มากกว่านี้ค่ะ เราอ่านแล้วรู้สึกเหมือนคนเขียนวางเรื่องไว้แล้ว มีอยู่ในหัวแล้ว แต่ไม่ได้เขียนออกมาเลยค่ะ ทำให้รู้สึก เสียดายยมาก ๆ 

 

ตัวเนื้อเรื่องฉบับเต็มรอบนี้ เล่าพี่อวี้ซะเป็นนิยายแฟนตาซีระบบ 5555 แต่ย้ำอีกครั้งว่า เมื่ออ่านทุกท่านจะพบกับ สายลมในฤดูร้อน พายุในฤดูฝน และสีขาวโปรยปรายในฤดูหนาวค่ะ 

8.5 คะแนนค่ะ ทั้งหมดนี้ก็เฉลยเนื้อเรื่องปมใหญ่มาก ๆ แล้วค่ะ ถ้าอยากลงรายละเอียดว่ากลับมาพบกันครั้งนี้พวกเขาจะรักกันได้อย่างไร พี่อวี้จะปกป้องหวานใจแบบไหน เซี่ยสุยจะวางแผนจีบพี่อวี้อย่างไร เพื่อน ๆ ในโรงเรียนจะแสบสันต์แค่ไหน ด้อม ๆ แล้วดูเป็นแนวใครทางใครจับจองได้ค่า



ชาแดง


วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564

รีวิว เกิดใหม่เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือฉันจะ(ไม่)จีบนายอีกรอบ ! เล่ม 1-3 (ฉบับเต็ม)

 




เกิดใหม่เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือฉันจะ(ไม่)จีบนายอีกรอบ ! เล่ม 1-3 (จบ)

ผู้แต่ง Jiu Jiang

ผู้แปล สุยซิน

ภาพปก Senyuanre

สำนักพิมพ์ Lavender Publishing

เรื่องย่อ

                เกือบ 4 ปีกับชีวิตรักของ ป๋ออี่ฝาน กับ เซี่ยซุ่ยเฉิน กำลังจะสิ้นสุดลง เมื่อเซี่ยซุ่ยเฉินตัดสินใจจะไปเยี่ยมรักแรกที่นอนป่วยอยู่ที่ต่างประเทศ ป๋ออี่ฝานที่รู้สึกกำลังจะโดนทิ้งก็พาตัวเองไปหาพี่ชายซึ่งนอนป่วยเพราะพยายามฆ่าตัวตาย แต่ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าตัวเขาจะประสบอุบัติเหตุตกบันไดตายตามคนในบ้าน โดยทิ้งปัญหาความสัมพันธ์กับเซี่ยซุ่ยเฉินเอาไว้

                ทว่าพอลืมตามาเกิดใหม่สมัยตัวเองอยู่มัธยม ครอบครัวยังพร้อมหน้า ปัญหาที่เคยประสบเขาตัดสินใจจะแก้ไขให้พ้นเคราะห์ รวมทั้งหลีกเลี่ยงที่จะเจอกับเซี่ยซุ่ยเฉินอีก แต่ทำไม เขาอุตส่าห์หนีขนาดนี้กลับได้เจออีกฝ่ายเร็วกว่าเดิม แถมเซี่ยซุ่ยเฉินในวัยมัธยมยังน่ารักมาก แค่รอยยิ้มเดียวสติที่บอกจะไม่ยุ่งกับอีกฝ่ายอีกแทบจะพัง ...ไม่ได้เด็ดขาดรอบนี้เขาจะไม่มีทางไปจีบหมอนั่นอีก !

 

พื้นที่ความเห็นแบบปลอดสปอยล์

                เราพึ่งจะได้ทลายกองดองเรื่อง เกิดใหม่เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือฉันจะ(ไม่)จีบนายอีกรอบ ! จนจบค่ะ หลังจากรีวิวเล่มแรกไว้นานมาก โผล่มาอีกทีปีถัดมาเลยค่ะ 5555 เนื้อเรื่องสามเล่มอ่านมาสักพักต้องยอมรับเลยว่ามีรายละเอียดที่ลืมไปแล้วบ้าง แต่ความรู้สึกหลังอ่านจบยังจดจำได้ดีค่ะ “อิ่มใจมาก” ขอบอกคนที่หลงเข้ามาอ่านรีวิวของเราเลยว่า ส่วนตัวแล้วเรามองว่า เรื่องนี้เหมาะกับคนที่ชอบอ่านแนวเนื้อเรื่อง ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ซึมซับอารมณ์และเหตุการณ์ต่าง ๆ ในทุกช่วงเวลาของการเติบโต โดยไม่ได้เน้นเพียงแค่ตัวละครเอกทั้งสอง แต่รวมไปถึงคนรอบข้างทั้งหมด อย่างครอบครัว และโรงเรียนด้วยค่ะ

                จากเรื่องย่อ ป๋ออี่ฝาน ตายจากและย้อนกลับมาเข้าร่างตัวเองในวัยมัธยม เขาเปลี่ยนแปลงตัวเอง และพยายามเปลี่ยนแปลงเหตุร้ายของครอบครัวจากต้นตอที่ดูธรรมดา แต่เป็นจุดเลี้ยวในชีวิตแรกของหลาย ๆ คนอย่าง “ความฝันของพี่ชาย” จากนั้น ป๋ออี่ฝาน ก็ทำการเปลี่ยนอนาคตเพื่อนสนิทของเขาโดยไม่รู้ตัว โดยการที่อี่ฝานเข้าเรียนที่เดียวกันกับเพื่อนคนนี้ ธงโชคร้ายในชาติก่อนที่เพื่อนจะเรียนไม่จบและถูกใส่ร้ายก็ไม่เกิด และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุด คือการเจอคนรัก เซี่ยซุ่ยเฉิน ก่อนเวลาหลายปี ซึ่งการพบเจอกันก่อนเวลาชาติก่อนนี้เอง นอกจากเจ้าปูตัวนี้เปลือกทางใจยังไม่แข็งเท่าตอนโต อี่ฝานยังได้อยู่ในช่วงเวลาที่เป็นจุดหักเหชีวิตของ เซี่ยซุ่ยเฉิน อีกด้วย นี่ทำให้เราคิดว่า แก่นของเรื่องนี้น่าจะมาจากพ้อยเหล่านี้และตามชื่อเรื่องเลยค่ะ การเกิดใหม่ครั้งนี้ ไม่ว่าชีวิตด้านไหน ก็ดูจะเหมือนเดิม แต่จุด เล็ก ๆ จุดหนึ่งที่ไม่เกิด คือการที่อี่ฝานไม่ต้องไปตามจีบซุ่ยเฉินแล้ว มันคือการเปลี่ยนแปลงจากเรื่องเล็ก ๆ ตามทฤษฎีที่ว่า “ผีเสื้อขยับปีก” นั่นเองค่ะ

คะแนน 8.9 / 10

                บอกเลยค่ะอยากให้ 9 หรือ 9.5 ค่ะ แต่จะมีจุดช่วงเล่มสามที่เนื้อเรื่องกล่าวถึงไม่เคลียร์ เราไม่มั่นใจว่า เพราะตัวละครเหล่านั้นมีเรื่องราวของตัวเองในเรื่องอื่นของนักเขียนท่านนี้รึเปล่า มันคลุมเครือคาใจเรามาก (แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้สึกนะคะ) กับอีกอย่างคือขาดจังหวะฮุกไปนิดนึงง อันนี้ฟิลลิ่งส่วนตัวค่ะ มันมีบางจุดที่อาจทำให้อารมณ์พุ่งพล่านได้มากกว่านี้ แต่โดยรวมจริง ๆ อ่านแล้วอิ่มมากกกกกค่ะ ดีใจที่ได้อ่านเรื่องนี้ มีความสุขมากค่ะ !

 




พื้นที่ความเห็นแบบสปอยล์ (อย่างละเอียด)

                ขอพาดพิงเล็กน้อยว่าเราจัดหมวดเรื่องนี้เป็นแนวเดียวกันกับแอบเนียนเป็นนักเรียนห่วย ๆ ค่ะ ดีมากกก ชอบแนวนี้มากกก แต่เรื่องจังหวะฮุกเรื่องให้น่าติดตามแอบเนียนทำดีกว่าค่ะ แต่ความเก็บทุกเม็ดในบริบทรอบตัวตัวเอกทั้งสอง ซึมลึกจนอิ่มใจ ยกให้เกิดใหม่เหมือนเดิมเลยค่ะ เอาล่ะค่ะ แก่นเรื่อง ทฤษฎีที่ว่า “ผีเสื้อขยับปีก” เป็นอย่างไรในนิยายเรื่องนี้


                สปอยล์แล้วนะคะ


                เรามาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องราวในชาติที่แล้วก่อนแล้วกันค่ะ

                ปัญหาในช่วงชีวิตก่อนของป๋ออี่ฝาน มี 3 เรื่องใหญ่ด้วยกัน

1.       ตัวเขาเองที่มองโลกมุมเดียว

2.       บ้านแตกสาแหลกขาด

3.       ไร้เพื่อน ไร้ญาติ

4.       การสื่อสารที่น้อยเกิดไประหว่างคนรัก

 

ทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก 1 : เกิดใหม่รอบนี้ ต้องตั้งใจเรียน

            ความจริงแล้วเรื่องการเรียนเป็นปัญหาไม่ใหญ่ไม่เล็กสำหรับเด็กคนหนึ่ง แต่การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดได้ ไม่ใช่เพียงครอบครัวประคอง หรือโรงเรียนจูงใจ เจ้าตัวเองก็ต้องมีแรงพลักดันจากข้างใน เพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองไม่คิดสนใจมาก่อนด้วย

                ป๋ออี่ฝานในชีวิตก่อน ไม่คิดจะตั้งใจเรียน เพราะเขาไม่พอใจและเปรียบเทียบตัวเองกับพี่ชายที่เก่งไปซะทุกเรื่อง ไปไหนก็มีแต่คนชมเข่อเฟย ดังนั้นเขาก็ทำตรงกันข้ามและมองพี่ชายในแง่ร้าย จวบจนเกิดเหตุพลิกผัน เขาโกรธพี่ชายแบบไม่อยากนับญาติ ทว่าตอนที่อีกฝ่ายรอพบเขาก่อนหมดลมหายใจไปเงียบ ๆ อี่ฝานคงรู้สึกว่า ความจริงเขาไม่เคยเกลียดพี่ชายคนนี้เลย เขารักมาก สุดท้ายจากไปด้วยความรู้สึกเสียใจภายหลัง ถ้าเขาให้โอกาสพี่ชาย และมาพูดคุยกัน จะมีอะไรเปลี่ยนไหม

                ตอนกลับมาเกิดใหม่ อี่ฝานร่วงจากต้นทับทิม คนแรกที่เขาพบก็คือเข่อเฟย พี่ชายที่พึ่งตายจากเขาไปไม่กี่นาทีก่อนเขาจะตายตาม เข่อเฟยในวัยเด็กกำลังแบกเขาที่ตกจากต้นไม้อย่างรีบร้อนไปหาพ่อแม่ นาทีนั้นเหมือนอี่ฝานได้โอกาสครั้งใหม่อย่างไม่คาดคิด เขาคุยกับเข่อเฟย เขาวางอคติกับพี่ชาย เขาอยากใช้เวลากับครอบครัวให้มากที่สุดในทุก ๆ วัน และนั่นทำให้เขาตั้งใจเรียน และค้นพบว่า พี่ชายของเขารักเขามากแค่ไหน มุมมองของอี่ฝานต่อชีวิตที่สองจึงเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว

 

ทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก 2 : ความฝันของเด็กที่ผู้ใหญ่มองว่าไม่โตพอจะรับฟัง

                ชาติก่อนจุดเริ่มต้นของหายนะบ้านป๋อ คือตอนเข่อเฟย ซึ่งเรียนวิทย์อยู่ดี ๆ ก็หนีไปเป็นดารา จนมีข่าวฉาวต่าง ๆ นานา ให้พ่อแม่เสียใจจนตายจากไปตาม ๆ กัน

                อี่ฝานกลับมารอบนี้เห็นต้นตอของหายนะครั้งนั้น ในวันธรรมดาวันหนึ่งที่จู่ ๆ พี่ชายตามมารับกลับบ้านถึงโรงเรียน พอได้พูดคุยกันมากขึ้น สองพี่น้องจึงเปิดใจคุยกันเกือบทุกเรื่อง เข่อเฟยจึงเล่าให้อี่ฝานฟังว่าพ่อกับแม่กำลังคุยกับน้า ๆ เรื่องอนาคตของเขา ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เรียนสายวิทย์ดีกว่ามีอนาคต เข่อเฟยเรียนได้...แต่เขาอยากเรียนสายศิลป์ เขาอยากทำงานภาพยนตร์ แต่พ่อแม่ไม่ฟังเขา เพราะฟังพวกผู้ใหญ่ด้วยกันแล้วสายวิทย์มีอนาคตมากกว่า

                อี่ฝานจึงเห็นปัญหา ว่าพี่ชายมีจุดหมายจะไปทางภาพยนตร์นานแล้ว แต่พ่อแม่มองอนาคตด้านนี้ไม่ออกจึงไม่ได้สนับสนุน และทำให้เกิดเหตุดังในชาติก่อน แน่นอนว่าอี่ฝานไม่ยอม ใช้วิธีทะเลาะกับพี่ชายให้พ่อแม่ฟังเข่อเฟย และในสมองน้อย ๆ ของอี่ฝานก็วางแผนการเงินสารพัดเพื่อส่งพี่ชายเรียนให้สำเร็จไปด้วย ซึ่งพ่อแม่ป๋อรักลูกมาก พอฟังได้หยุดฟัง หยุดพูดคุยกัน แล้วเริ่มศึกษาสิ่งที่ลูกสนใจว่าจะประสบความสำเร็จได้ยังไงบ้าน ก็ลงมือส่งเสริมทันที...การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จึงทำให้บ้านป๋อหลุดจากวังวน ... บ้านแตกสาแหลกขาด

 

ทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก 3 : คนหนึ่งร้อง คนหนึ่งรับ ฉุดกระชากลากกันไปในทางที่ดีกว่า

                อี่ฝานมีเพื่อนสนิทสมัยเด็กคนหนึ่ง ชื่อ เฉิงอี้เฮ่า เพื่อนคนนี้ชาติก่อน แยกย้ายกันไปแต่เด็ก เพราะอี้ฝานเรียนไม่ดี จึงได้เรียนโรงเรียนระดับกลาง แต่อี้เฮ่าเก่งคำนวณ เขาเข้าโรงเรียนชื่อดังและได้เป็นเพื่อนพระเอกของพวกเรา โดยที่อี่ฝานไม่รู้ตั้งแต่มัธยมปลาย แต่โชคร้าย อี้เฮ่าโดนเพื่อนคนหนึ่งใส่ร้ายจนถูกไล่ออกจากโรงเรียน กับคนรักกว่าจะสมหวังในชาตินั้นก็หลังอี่ฝานอยู่กินกับพระเอกอีกด้วย

                มาชาติใหม่ นอกจากอี่ฝานไม่ทำตัวเหลวไหล ยังเป็นพี่เลี้ยงติวเข้มเฉิงอี้เฮ่าด้านวิชาภาษาอีกด้วย เพราะชาติก่อนอี่ฝานเรียนเอกภาษาจีน ทุกอย่างที่เป็นวิชาศิลป์เขาค่อนข้างถนัด พอตั้งใจขยันเรียนในชาติใหม่ วิชาวิทย์คณิตก็ทำได้ไม่เลวเช่นกัน (ถึงจะลากเลือดก็ตาม) เมื่อเปลี่ยนตัวเอง ทำคะแนนได้ดี เขาและอี้เฮ่าจึงกลายเป็นสุดซี้ที่ไม่ต้องแยกจากกัน อี่ฝานทำให้อี้เฮ่าและคนรักของเขารอดจากการถูกใส่ร้ายเมื่อชาติก่อนโดยไม่รู้ตัว แต่คนอ่านอย่างพวกเราจะไปรู้ตอนนักเขียนย้อนอดีตให้ดูค่ะ


ทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก 4 : จะเพราะเปลือกปูแข็ง หรือเปลือกปูอ่อน ถ้าคุยกันเสียอย่าง ความเข้าใจผิดก็ไม่เกิด

                ชาติก่อนอี่ฝานคิดว่า เซี่ยซุ่ยเฉิน กำลังทิ้งเขาไปหาคนรักเก่า เรา  ๆ คนอ่านจะเข้าใจชีวิตรักชาติก่อนเขาไปเรื่อย ๆ ผ่านมุมมองในฝันของอี่ฝาน ซุ่ยเฉินในชาติอดีต ไม่ค่อยพูดเปิดใจ มักทำอะไรคนเดียว แต่เราจะสัมผัสได้ว่าทุกครั้งที่อี่ฝานมีปัญหา ซุ่ยเฉินในอดีตจะร้อนใจและโกรธมาก ทุกครั้งที่อี่ฝานเล่าว่าต้องอยู่คนเดียวและคิดเอาเองว่าซุ่ยเฉินทำอะไรและสู้อยู่กับอะไร เราเข้าใจทันทีว่าทำไมจุดแตกหักสุดท้ายที่ถูกเล่าตอนต้นเรื่องจึงมาถึง...ซุ่ยเฉินไม่เล่าอะไรเลย รักมากแท้ ๆ แต่กลับไม่บอกกล่าวปัญหากับคนรัก เพราะเขามองว่าเขาสู้คนเดียวไหว ไม่อยากให้อี่ฝานลำบาก แต่อี่ฝานกลับรู้สึกเหมือนถูกทิ้งและไร้ค่า เพราะเขาไม่รู้อะไรเลย และย้อนไปย้อนมา เราจะเห็นว่าอี่ฝานเองก็ไม่เคยเล่าอดีตตัวเองให้ซุ่ยเฉินฟังเช่นกัน


                ทว่าปมเขาใจผิดของทั้งสองคน มันเพียงเพราะคำพูดไม่ระวังของคน ๆ เดียว

                คำ ๆ เดียวที่ถ้าอี่ฝานได้ฟัง หรือรู้เรื่องราวสักหน่อยจุดจบคงไม่เลวร้ายขนาดนี้

                ซุ่ยเฉินในโลกก่อนรักเขามาก มากแบบที่ทั้งชีวิตเหลือไว้ให้อี่ฝานคนเดียว

                แต่ทุกอย่างจบลงแบบที่พังแบบประกอบคืนไม่ได้

 

                กลับมากันที่ช่วงเกิดใหม่ เมื่อสองคนเจอกันก่อนเวลา นิสัยของเซี่ยซุ่ยเฉินจึงยังไม่ปิดกั้นตัวเองสุดโต่งขนาดนั้น เด็กหนุ่มคนนี้ยังไม่ผ่านช่วงเวลาทรยศหักหลัง ยังเป็นคนที่ยิ้มที่หนึ่งโลกอี่ฝานก็แทบจะพล่ามัว อะแฮ่ม ตั้งสติ น้องป๋ออี่ !

                ด้วยความยังเด็ก พวกเขาเติบโตด้วยกัน พูดคุยกันมากขึ้น อี่ฝานแทบจะงัดเปลือกปูให้เขาพูดความทุกข์ความในใจทุกอย่างออกมา บอกกับเขาว่าบนโลกนี้ต้องพึงคนอื่นบ้าง ไม่ใช่แก้ปัญหาเองคนเดียว และเมื่อจุดพลิกผันชีวิตซุ่ยเฉินมาถึง อี่ฝานและพ่อแม่ป๋อก็พร้อมใจกันปกป้องปูตัวน้อยที่เปลือกยังไม่แข็งดี ทำให้เขาผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างไม่ลำบากเท่าชาติก่อน ขณะเดียวกัน จากการขยับปีกเล็ก ๆ ของอี่ฝานหลายครั้งนี้ ทำให้เจ้าตัวพบปัญหาใหม่

                ชาติก่อนเขาเป็นเกย์ รักและอยู่กินกับเซี่ยซุ่ยเฉินได้โดยไร้ปัญหา เพราะพวกเขาต่างตัวคนเดียว

                แต่ตอนนี้อี่ฝานมีครอบครัว ทุกคนยังอยู่ครบและมีความสุข...และไม่เข้าใจความรักระหว่างผู้ชายหรือผู้หญิงด้วยกัน

            ปัญหาครอบครัวรอบนี้ ซุ่ยเฉินพร้อมรอ ขอเพียงอี่ฝานสู้ และเดินไปกับเขา ขณะที่อี่ฝานก็ต้องฝ่าฟันความกดดันนี้ไป พร้อมความรู้สึกผิด

                บางทีเรื่องราวความรักทั้งนิยายและชีวิตจริง มันก็ไม่ง่าย เพราะบริบทรอบตัวอย่างนี้เอง

                แต่ อย่างที่เราเล่าตอนต้น...พ่อแม่ป๋อ รักลูก ๆ ของพวกเขามาก เข่อเฟย ก็รักน้องชายเขามาก และซุ่ยเฉินก็เป็นที่รักของบ้านนี้มาก


                ถ้าอ่านกันมาถึงตรงนี้ รู้สึกว่าเรื่องราวน่าสนใจและน่าจะใช่แนว เราอยากแนะนำจริง ๆ ว่าให้ลองสัมผัสดู การย้อนกลับไปในวันวานที่ได้นั่งเรียน แข่งกีฬาสี แอบรักใครสักคน ทะเลาะกับเพื่อนสักคน สารภาพรักกับใครสักคน และการนั่งกินข้าวพร้อมหน้ากับครอบครัว หรือคนที่เราผูกพัน ...ในวันธรรมดาหนึ่งวันเหล่านั้น พอสัมผัสในนิยายเล่มนี้ ดูไม่น่าเชื่อจริง ๆ ว่ามันจะพิเศษจนเป็นนิยาย 3 เล่มจบได้

                8.9 คะแนนค่ะ หักจากตัวละครลับที่ไม่เคลียร์เรื่องราวเท่าไร 2 ตัวละครด้วยกัน แนะนำว่าตอนอ่าน ทุกคนจำนักร้องที่อี่ฝานชอบ และวงจะแตก ซึ่งถูกกล่าวถึงตั้งแต่เล่มแรกดี ๆ นะคะ เขาจะมาเฉลยปมหลักในตอนพิเศษ และเรื่องของน้องชายครูผู้ช่วยที่หายตัวไปอย่างปริศนาราวกับถูกเอเลี่ยนลักพาตัวนั้น ... คือยังไงกันแน่ มีใครทราบไหมคะ ว่าเรื่องนี้มีเล่มอื่นในจักรวาลเดียวกันรึเปล่า ? เจอปมปลายเปิดแบบนี้ถึงมันจะเบลอได้ แต่เราคาใจจจ สุดท้าย...หักที่ตอนพิเศษถูกแยกเล่มทำให้อ่านลำดับผิดไปนิดค่ะ เลยมีจุดอึน อันนี้เราจุกจิกเองแหละค่ะ แนะนำให้อ่านเล่มเล็กก่อนค่อยมาอ่านตอนพิเศษเล่มใหญ่นะคะ


ชาแดง

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

รีวิว บอสข้างบ้าน (ฉบับรีวิวมีสปอยล์)

 


ภาพจาก นายอินทร์


บอสข้างบ้าน

ผู้เขียน cincere

ผู้วาด kanapy

สำนักพิมพ์ Hermit

เรื่องย่อ

            ในสถานการณ์ที่ไวรัสระบาดแบบนี้ เทียน หนุ่มออฟฟิศ อายุ 25 ปี ต้องเปลี่ยนบ้านเป็นที่ทำงาน เวิร์กฟรอมโฮมกันไปตามที่รัฐขอความร่วมมือ ใครจะไปคาดคิดว่านอกจากบ้านกลายเป็นที่ทำงานแล้ว ข้างบ้านจะยังมีบอสสุดเนี้ยบ มัศกอด ของเขาเป็นเพื่อนร่วมรั้วด้วย !


ความรู้สึกหลังอ่าน (แบบรวมพื้นที่สปอยล์ //ปานกลาง)

                ช่วงนี้อ่านอะไรไม่ค่อยจบ ที่จบก็หาเวลาเขียนละเอียดไม่ได้ ต้องขอมาป้ายยากันแบบฉับไวสักหน่อย เรื่องนี้อ่านจบในช่วงเวลากำลังปั่นงาน ฮีลยามพักแบบสุด ๆ แล้วค่ะ เนื้อหาเป็นแบบเรียนรู้กันอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นชีวิตประจำวันที่จู่ ๆ ก็มีใครอีกคนเดินเข้ามาอย่างเป็นธรรมชาติ รู้ตัวอีกทีคือ อ้าว...ตกหลุมรักเขาแล้วนี่เองค่ะ มาค่ะ จะขอเล่าให้ฟังสักเล็กน้อย เผื่อใช่แนววว

 


บางครั้งเจ้ากรรมนายเวรก็มาในรูปแบบของบอส...

                แนะนำตัวละครกันสักหน่อยค่ะ เทียน เป็นพระเอกนำเรื่องของพวกเรา พ่อหนุ่มวัยเบญจเพส ผู้อบอุ่น เรียบง่ายและรักครอบครัว เมื่อต้องเวิร์กฟรอมโฮม ก็ทำให้เขาได้ทำงานไปด้วยดูแลอาม่ากับอากงไปด้วย และชายหนุ่มมีน้อยชายที่หน้าตาโขกกันมาคนหนึ่งชื่อธาร (คนนี้ชูป้ายไฟประทับใจเป็นการส่วนตัว 55555) เป็นน้องชายที่น่ารัก หล่อและตัวสูงกว่าพี่ชาย ค่อนข้างชอบเวลาแทนตัวเองกะพี่เขาชอบใช้คำว่า “น้อง” แทนตัวเอง ทั้งน่ารักทั้งกวนในเวลาเดียวกัน 555555

                ทางด้านบอสหนุ่มสุดเนี้ยบชื่อแปลกสำหรับเราและดูน่ารักมาก ลองหาภาพชื่อขนมของเขาตามแล้วค่ะ น่ากินมาก (แค่ก) สีสวยดูน่ารักมากสมชื่อเลยค่ะ บอสหนุ่มคนนี้เป็นครอบครัวเล็ก ๆ อยู่กับพ่อและแม่ เป็นคนที่ยิ้มแล้วโลกสว่างไสวชวนมองไม่สามารถละสายตาไปได้ค่ะ ! (จากคำให้การของเทียนและธาร)

                อนึ่ง ไม่ต้องเล่าเนื้อหาเริ่มต้นกันมากมาย ค่ะ สองคนนี้เป็นเพื่อนบ้านกัน โดยที่เทียมและมัศกอดไม่รู้มาก่อนจนกระทั่งวันเวิร์กฟรอมโฮม เพราะคนที่แวะเวียนกับบ้านมัศกอดบ่อย ๆ คือ อาม่าค่ะ มัศกอดคือหลานรักอาม่าและอากง 555555 // หลานแท้ ๆ หลบไปก่อนนะ


บางครั้งบอสก็มาในรูปแบบของพี่ชายข้างบ้าน

                พ่อหนุ่มสองคนพอรู้ว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน ต่างคนต่างก็ทำตัวไม่ถูก แต่อาม่าผู้รักหลานชายข้างบ้านมากมักจะทำของกินโน้นนี่ไปฝากบ่อย ๆ นักส่งข้าว น้ำ และขนมอย่างเทียนไม่ชินก็ต้องทำตัวให้ชิน จนไป ๆ มา ๆ สนิทกันจนกลายเป็นว่าเขาเอ่ยปากชวนบอสมากินเข้าบ้านได้อย่างไร เทียนเองก็ยังงง ๆ ตอนนี้เราว่าพ่อหนุ่มเขาไม่เครียดแล้วล่ะค่ะว่ามีบอสข้างบ้าน ในเมื่อบอสคนนี้เป็นพี่ชายที่ดูดีและชอบทำให้เขารู้สึกอยากมองนาน ๆ ขึ้นอีกสักหน่อย เทียนไม่เคยรู้มาก่อนจริง ๆ ว่ารอยยิ้มใครสักคนจะทำใจเหลวได้ขนาดนี้ !!


บางครั้งความรักก็เกิดจากการเรียนรู้และให้โอกาส

                ละมุนละม่อมกันมาจนกระทั่งจุดพีคคือการรู้ตัวและการเปิดตัว ค่อนข้างชอบการนำเสนอความรักของนักเขียน ถ้าชื่นชอบแนวสโลว์ไลฟ์ เรื่องนี้อาจจะใช่แนวก็ได้นะคะ สองคนเขามาแบบค่อย ๆ ขยับ ตั้งแต่อยู่หน้ารั้ว ปีนรั้ว เปิดรั้ว เดินเข้าบ้าน จนกระทั่งมาจุดที่เดินขึ้นห้อง ไล่กันไปตามลำดับค่ะ พอตอนรักกันแล้วมีอาบน้ำเป่าผมให้ ลูกอ้อนหรือรอยยิ้มมที่มอบให้กันก็ละมุนนนนไปหมดเลยค่ะ 5555 ความลูกอ้อนนี่ชอบเป็นการส่วนตัวค่ะ (^^*)

ในโค้งสุดท้ายมีประเด็นของเกย์ การเปิดตัว การเรียนรู้ทำความเข้าใจตัวเอง การทำความเข้าใจกันและกัน ซี่งส่วนตัวมองว่าเป็นการนำเสนอประเด็นที่ดีค่ะ นอกจากนี้คำสารภาพรักที่เคยเห็นว่าเป็นข้อถกกันอยู่ นักเขียนก็นำมาเสนอในมุมมองของนักเขียนค่ะ ส่วนตัวค่อนข้างรู้สึกโอเคกับการดึงประเด็นต่าง ๆ มานำเสนอค่ะ มิติของเรื่องเลยเพิ่มขึ้น มีอะไรให้คิดตาม ซึ่งนักอ่านแต่ละคนมีข้อคิดเห็นอย่างไร หรือมีข้อสงสัยจนต้องออกไปหาข้อมูลต่อ เพื่อทำความเข้าใจหรือถกกันต่อไป ส่วนตัวมองว่าเป็นการวางคำถามและคำตอบให้ลองไปคิดต่อว่าเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไรได้โอเคดีค่ะ

                อีกเรื่องที่ค่อยข้างชอบคือ เรานั่งเดาโพตั้งแรกจนหน้าสุดท้ายของเนื้อหาหลักเลยค่ะ 55555 ต้องออกตัวก่อนว่าเป็นคนอ่านสลับได้ เลยไม่มายกับตำแหน่ง ขอแค่สองคนตกลงกันได้ก็พอค่ะ ซึ่งเรื่องนี้เท่าที่อ่านไม่มีฉากสลับ (ตอนพิเศษเราพลิกแบบรีบ ๆ แต่คิดว่าไม่ได้พลาดนะคะ) และสองคนเขาก็หลงกันและกันมาก มัศกอดผู้ใหญ่ใจเย็น เทียนเป็นเด็กเข้าอกเข้าใจ เรื่องราวเลยออกโทนอบอุ่นน่ารักเสียมากค่ะ

คะแนน 7.5/10

 

                สำหรับโดยส่วนตัวที่อ่านแนวสโลว์ได้ ค่อนข้างชอบเลยค่ะ ไม่หวือหวา ค่อย ๆ เรียนรู้ ค่อย ๆ เติบโต ^^

ชาแดง

รีวิว แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ( 3 เล่มจบค่ะะ)

  แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ผู้แต่ง ปี่ข่าปี่ ผู้แปล จื่อซิน ผู้วาด 梨乖 酥 สำนักพิมพ์ Inltreebook เรื่องย่อ หลินชิงอวี่ แต...