แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ #รีวิวนิยายจีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ #รีวิวนิยายจีน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

รีวิว แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ( 3 เล่มจบค่ะะ)

 




แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1

ผู้แต่ง ปี่ข่าปี่

ผู้แปล จื่อซิน

ผู้วาด 梨乖酥

สำนักพิมพ์ Inltreebook

เรื่องย่อ

หลินชิงอวี่ แต่งเข้าจวนโหวเพื่อแก้เคล็ด กลายเป็นภรรยาชายของท่านโหวน้อยขี้โรค ลู่หวั่นเฉิง จิตใจเขาเต็มไปด้วยความชิงชัง ต้องการแก้แค้นเอาคืนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในสักวัน ไม่เว้นแม้แต่ ‘สามี’ ผู้นี้ ทว่าคืนวันมงคลสมรสท่านโหวน้อยที่อาการล่อแล่กลับฟื้นคืนพลังชีวิต อีกฝ่ายกล่าวกับเขาว่า…เจ้าตัวคิดแค่กินอิ่นนอนหลับรอวันตาย เป็นแค่ปลาเค็มตัวหนึ่งเท่านั้น หลังเขาจากไปท่านโหวน้อยผู้นี้ไม่เพียงจะมอบสมบัติให้ตนทั้งหมด ยังยินดีมอบอิสระจากตระกูลแก่เขาด้วย…เรื่องดี ๆ แบบนี้จะเป็นความจริงหรือ ? แต่เห็นแก่ที่ ลู่หวั่นเฉิงไม่ทราบเกี่ยวกับการแต่งงาน เขาอดทนอยู่ด้วยเพียงครึ่งปีย่อมได้อยู่แล้ว

ทว่าคืนวันผ่านพ้นไป หิมะโปรยปราย…ทั้งที่อยากหลุดพ้นจากพันธะที่ผู้อื่นบังคับส่งมาให้โดยเร็ว ตัวเขากลับนั่งคิดค้นยาไม่เว้นวัน เพื่อหวังยื้อชีวิตใครคนหนึ่งที่รู้ใจไว้ให้นานที่สุด…

 

ความรู้สึกหลังอ่าน

(กรี๊ดมาก แค่ก สปอยล์ปานกลางถึงมากค่ะ)

แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่มนี้ที่รอคอยยยย สนุกมากค่ะ !!! (ยังไม่ทันเกริ่นก็หวีดแล้ว 5555) เราอยากอ่านต่อตั้งแต่ปลายปีที่แล้ววนอ่านตัวอย่างอยู่สองรอบ พอเล่มมาส่งก็ต้องอดใจรอจนกว่าจะวันหยุดโต้รุ่งอ่านกันสักหน่อย ! สำหรับเรื่องนี้เป็นมุมมองของตัวเอกที่นำเรื่องโดยเป็นคนในโลกนิยาย ส่วนพระเอกเป็นคนที่ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างตัวประกอบในนิยาย เดี๋ยวจะลองเดาเนื้อเรื่องนิยายต้นฉบับใน Talk นะคะ ไม่รู้ว่าจะใช่ไหม เพราะเรื่องนี้เล่ามุมมองพระเอกน้อยมาก คนอ่านแทบจะเก็บปมจากมุมมอง หลินชิงอวี่ ทั้งหมด แต่ด้วยเรื่องย่อพวกเราพอจะรู้กันอยู่แล้วว่าพระเอกทะลุมา แถมยังมีการเข้าร่างอื่นถึงสามครั้ง ความจริงอ่านไปไม่น่าจะต้องลุ้นหรือค้างอะไรมาก แต่ ๆ ๆ เราลุ้น และรู้สึกไต่ระดับอยู่ตลอด (สำหรับเล่มแรก) ส่วนตัวรู้สึกว่าสิ่งที่น่าติดตามของเรื่องนี้ คือ ความสัมพันธ์ ที่ค่อย ๆ แน่นแฟ้นของคนทั้งคู่ กับ เรื่องราวในนิยายต้นฉบับ ที่นักอ่านกับหลินชิงอวี่รู้ก็เหมือนไม่รู้ แบบ ! ถ้าไม่รู้เลยว่าคาใจ แต่พระเอกเล่นสปอยล์นิยายต้นฉบับก็สปอยล์ไม่หมด น่าตีมาก ! มาค่ะ ก่อนที่ตรงนี้จะกลายเป็นพาร์ทชวน Talk มาปูเสื่อ ฟังเราเล่าเนื้อเรื่องสักครู่นะคะ

 

 

คุณชายปลาเค็ม

            หลินชิงอวี่ จำต้องแต่งงานเข้าจวนโหวเพื่อแก้เคล็ดตามคำบัญชาของฮ่องเต้และฮองเฮา ทำให้ความฝันการเป็นหมอของเขาต้องพังทลายลง ในใจของท่านหมอหลินจดบัญชีแค้นไว้ทั้งหมด ไล่จากเบื้องบนถึงเบื้องล่าง ไม่เว้นไว้แม้สักคนเดียว ทว่าเมื่อท่านโหวน้อยขี้โรค ลู่หวั่นเฉิง ฟื้นขึ้นมาด้วยความสับสน ไม่เพียงไม่รู้จักตน ยังเหมือนจำเรื่องราวของตัวเองคลาดเคลื่อน คนผู้นี้จึงถูกลบออกจากบัญชีรายชื่อ หลินชิงอวี่เพียงรอให้อีกฝ่ายสิ้นชีวิตเองจากโรคร้ายภายในครึ่งปีนี้ก็พอแล้ว ทว่าการฟื้นอย่างน่าอัศจรรย์ของลู่หวั่นเฉิงครั้งนี้กลับทำให้หลินชิงอวี่ค้นพบอยู่ 3 ประการ หนึ่ง คือ จวนโหวแห่งนี้ดูจะไม่อบอุ่นสงบสุขดังที่คิด มารดาเลี้ยงของลู่หวั่นเฉิงดูท่าจะอยากให้บุตรบุญธรรมผู้นี้จากไปเร็วกว่าตัวเขาเสียอีก สอง คือ โหวน้อยผู้นี้มิอาจดูเบา นอกจากเข้าใจเรื่องราวในจวน ยังเหมือนมอง ‘มุมมืด’ ในตัวเขา ที่แม้แต่ครอบครัวยังไม่ทราบได้ทะลุปรุโปร่ง และประการสุดท้าย …อีกฝ่ายตั้งใจเป็นปลาเค็มอย่างแท้จริง ! แค่ลุกกินข้าวยังกินบนเตียง ชีวิตก็ไม่หวังจะอยู่ต่อเอาแต่นั่งหยอกเขาเล่นให้ปวดหัว…น่าปายาทิ้งยิ่งนัก เขาจะเหนื่อยคิดให้ฝ่ายเพื่ออะไร !!

 

คนงามอสรพิษ

            ภายในจวนโหวดูเหมือนจะไม่สงบสุขนัก ทั้งที่ลู่หวั่นเฉิงป่วยไม่อาจรักษาหายขนาดนี้ มารดาเลี้ยงและพี่น้องยังเวียนมาหาเรื่องกันไม่หยุด แน่นอนว่าตัวแปรย่อมอยู่ที่หลินชิงอวี่ เมื่อบุตรคนโตจวนโหวแต่งงานมีภรรยา แม้เป็นชายก็น่าหวั่นเกรงอำนาจในจวนจะเปลี่ยนมือ แม้ยากสักหน่อยแต่หลินชิงอวี่มีหนทางรับมือ ทว่าเมื่อเผชิญปัญหาหลายครั้งปลาเค็มบางคนมักสลัดขนลุกจากเตียงมาปกป้องเขาอยู่ร่ำไป ในใจไม่เกิดความรู้สึกดี ๆ กับอีกฝ่ายย่อมเป็นไปไม่ได้ยิ่งลู่หวั่นเฉิงล่วงรู้ความคิดดำมืดของตนแล้วยังยอมรับตัวตนนั้นได้ หลินชิงอวี่ยิ่งวางใจไว้กับอีกฝ่ายมากขึ้นเท่านั้น เขาพยายามปรับตัวยายืดชีวิตของท่านโหวน้อย คอยดูแลอีกฝ่ายเป็นอย่างดีด้วยตนเอง ไม่ยอมให้ลู่หวั่นเฉิงเจ็บปวดมากเกินไปและไม่ยอมให้ต้องแปดเปื้อนด้วยเลือดอย่างเด็ดขาด แต่…มีคนบังอาจมาทำให้เกิดเรื่องต้องห้ามเหล่านี้…คนที่ทำเช่นนั้น ต้องตาย !

 

คี่เปลี่ยนคู่คงเดิม

              สำหรับความรักของคู่นี้…จะว่ายังไงดี ทางคุณพระเอก เราคิดว่าเขาน่าจะรู้ตัวแล้วล่ะค่ะ ว่าอาการห่วงหวง
หัวใจเต้นแรงจนเป็นลม (เป็นลมจริง ๆ 5555) นั้นไม่ใช่แค่ความรู้สึกเพราะเป็นพี่น้องหรือสหาย แต่ทางคุณหมอหลินเหมือนยังตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ว่า เพื่อสหายรู้ใจ เขาสามารถทำได้ถึงขนาดนี้เลยหรือ ? …แต่ ๆ ๆ มันก็ชวนคิดว่าฉากพระเอกชวนตั้งรหัสลับหากตนกลับมาได้ หมอหลินก็ตอบรับจริงจัง แถมนับวันรอตามที่พระเอกเสนอ …สรุปแล้วคู่นี้เขา ??? 55555 ใครสนใจเรื่องนี้อยู่ ต้องลองอ่านดูแล้วล่ะค่ะ คุณหมอหลินเขาสหายโซนจริง หรือแค่ไม่เข้าใจตัวเอง แต่บอกเลยว่าคู่นี้เขารู้ใจกันมากกกกก พระเอกคือตามใจหลินชิงอวี่ทุกอย่าง ชอบนักเวลาคนงามคิดวางยาพิษชาวบ้าน หลินชิงอวี่ค้อนใส่บ่อย ๆ ว่าตนนิสัยเสียเพราะอีกฝ่าย 555555

 

              แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่มแรกนี้ ก็คือจบเรื่องราวในการแต่งงานครั้งแรกและเกริ่นต่อเนื่องปูไปยังครั้งที่สอง ถามว่าค้างไหม…ให้ไปเลยค้างระดับ 10/10 ค่ะ !!! ถึงเราอ่านเรื่องย่อมาและรู้ว่าการแต่งงานครั้งถัดไปพระเอกจะเข้าร่างท่านแม่ทัพ แต่ก็อดลุ้นไม่ได้ว่าเขาจะกลับมาเจอกันยังไง เพราะอุปสรรคสำหรับคนเป็นปลาเค็มนั้นมากมายเหลือเกิน เขาทำตัวขี้เกียจขนาดนี้ยังไม่ให้ลาออกกลับเมืองอีกกก เขามีนัด 100 กับภรรยาที่รัก ถ้าหมดเวลาท่านหมอหลินไม่รอเจอเขาแล้วจะทำยังไงงงงง 55555555

ใครสนใจเรื่องนี้อยู่ลองติดตามในเล่มกันดูค่ะ สนุกมาก ชอบการเล่าเรื่องผ่านตัวละครหลินชิงอวี่ที่ต้องจับปมต่าง ๆ มาเชื่อมต่อเอาเองว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ชวนลุ้น ชวนเดาเนื้อเรื่องต้นฉบับสุด ๆ เลยค่ะ ส่วนในเล่มแรกนี้อยากจะบอกว่า…ใครอ่อนไหวกับการจากลาแบบเราอย่าลืมเตรียมทิชชู่กันไว้ด้วยนะคะ เรานี่ไม่คิดจริง ๆ รู้ทั้งรู้ว่าต้องมีฉากนี้ ไม่อย่างนั้นจะเข้าร่างใหม่ได้ยังไง แต่แบบบ เขาบรรยายจนน้ำตาไหลชุ่มเสื้อเลยค่ะ Y-Y ประทับใจ…

 

ชวน Talk เนื้อนิยายต้นฉบับที่พระเอกอ่าน ความสัมพันธ์ตัวเอกและฉากประทับใจ (สปอยล์มากกก)

              อนึ่ง การชวนคุยเนื้อเรื่องนิยายต้นฉบับที่พระเอกอ่าน เป็นเราเดาปะติดปะต่อเองจึงอาจจะมีคลาดเคลื่อน
และ
/ หรือสปอยล์เนื้อหาไม่มากก็น้อยเลยล่ะค่ะ

              เราขอเรียกพระเอกว่าพระเอกนะคะ เพราะชื่อจริง ๆ ของพ่อหนุ่มเขายังไม่ได้รับการเฉลย ไว้รีวิวเล่มสองตอนนั้นคงได้เอ่ยชื่อจริง ๆ เขาแล้วกันค่ะ 555555 ตอนพระเอกตื่นขึ้นมาในร่างลู่หวั่นเฉิง เขาพึมพำชื่อหลินชิงอวี่และหลุดพูดออกมาประมาณว่า คนงามที่ตายในตำหนักบูรพาหรือ ? จากนั้นช่วงสักตอนสามตอนสี่ เขาก็ถูกใจบุคลิกนิสัยท่านหมอหลินมาก ถึงกับพึมพำว่า เสียดายจริง ๆ ที่อีกฝ่ายมีเสน่ห์ขนาดนี้กลับไม่ได้เป็นตัวเอก จากนั้นเนื้อเรื่องเล่มแรกก็จะเริ่มเผยปมและตัวละครต่าง ๆ ที่ทำให้พระเอกกังวลเรื่องของหลินชิงอวี่มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนอกจากเขาผูกพันกับอีกฝ่าย ชีวิตของตนก็ใกล้จะจบลงแล้ว ซึ่งหากเขาจากไป ก็จะไม่มีใครปกป้องชิงอวี่ได้อีก นั่นทำให้พระเอกเครียดนอนไม่หลับพยายามเรียบเรียงเนื้อเรื่องออกมาเพื่อช่วยอีกฝ่ายจากชะตากรรมในต้นฉบับ และนั่นทำให้เราคิดว่า…

               นิยายต้นฉบับ หลินชิงอวี่ น่าจะเป็นตัวตัวร้าย (?) ประกอบคนหนึ่งที่ต้องแต่งงานเข้ามาจวนโหวเพื่อแก้เคล็ดให้ท่านโหวน้อย แต่การชีวิตที่นี่ไม่ได้ทำให้สงบใจได้นัก เพราะท่านโหวน้อยโอนอ่อนผ่อนตามมารดาและน้อง เราคิดว่าชิงอวี่คงต้องเอาตัวรอดเองแบบไม่มีใครช่วยอยู่คนเดียวตลอดครึ่งปี สะสมความแค้นจนทำให้จวนโหวล่มจม สุดท้ายเมื่อกลายเป็นอิสระ เขาก็สามารถกลับสู่เส้นทางหมอ และกลายเป็นหมอหลวงในที่สุด …แต่ด้วยความงดงามของชิงอวี่ คงไปเข้าตาทั้งฮ่องเต้และรัชทายาท…จากที่พระเอกระแวงรัชทายาทมาก…มากขนาดเก็บไปฝันร้าย เราคิดว่าสุดท้ายชิงอวี่อาจถูกบังคับแต่งงานอีกครั้ง และถูกซ้ำเติมความโชคร้ายนานา ณ ตำหนักบูรพา จนเจ้าตัววางแผนใช้พิษทำลายทุกคนและจบชีวิตตัวเองลงที่นั่น เลยเป็นที่มาของพระเอกตอนเข้าร่างแรก ๆ

              อันนี้…เดาล้วน ๆ ตอนแรกเราคิดว่ามันคงเรียบง่ายประมาณหนึ่ง แต่กลายเป็นว่า เรื่องราวการแต่งงานครั้งแรกเหมือนเป็นเพียงการปูเนื้อเรื่องนิยายต้นฉบับเท่านั้น อาจเป็นแค่ท่อนก่อนเริ่มเนื้อเรื่องในนิยายฉบับจริงด้วยซ้ำ ของจริงกำลังจะเริ่มในการแต่งงานครั้งที่สอง และ…เราอยากรู้ว่าเรื่องนี้ ถ้าชิงอวี่ไม่ใช่ตัวเอก แสดงว่าจริง ๆ แล้วมีพระเอกตัวเอกนิยาย ??? ใครน้อ คุณพระเอกมาเฉลยเร็ววววว

              ความสัมพันธ์ของตัวละคร ก่อนจะพูดถึงสองตัวเอก เราชอบตัวประกอบรอบตัวมาก ๆ อย่างสาวใช้ประจำตัวของพระเอกกับบ่าวรับใช้ของชิงอวี่เป็นสองคนที่น่ารักมากและเรากำลังสร้างเรือไว้พายคู่นี้ค่ะ 55555 เราชอบฉากที่สาวใช้ตัวน้อยร้องไห้ขอติดตามชิงอวี่ไปด้วย สาวน้อยบอกเขาว่าคุณชายสั่งไว้ให้ดูแลท่านกินข้าวครบทุกมื้อพาบ่าวไปด้วยเถอะ แล้วชิงอวี่ที่ไม่ค่อยแคร์ใครคือ ยิ้มรับ พาไปด้วย ส่วนทางบ่าวรับใช้ชิงอวี่เราชอบตอนท้ายชีวิตแต่งงานที่หนึ่ง เขาพอจะรู้ว่าพระเอกน่าจะ ‘เปล่งประกายก่อนโรยรา’ เจ้าตัวก็ฮึบไม่ร้องไห้พยายามยิ้มทำตัวปกติ แต่พอเห็นพระเอกจากไป คือวิ่งร้องห่มร้องไห้คนแรก ฟุบกอดขาพระเอกไว้แบบทำใจไม่ได้ เอ็นดูสองคนนี้มาก ๆ เห็นถึงความสัมพันธ์ของสองฝั่งที่แรกเริ่มต่างแปลกหน้า ทว่าสุดท้ายกลับผูกพันไม่แยกจาก

              ทางสองตัวเอก เราชอบการยอมรับตัวตนของกันและกันมาก ๆ ต่างก็เป็นจุดพักพิงของกันและกัน โดยอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ชิงอวี่ที่นำเรื่องเกิดในครอบครัวที่พ่อแม่เป็นคนดีมาก ๆ ดีในที่นี้คือเมตตา ใจกว้าง และชอบช่วยเหลือคนอื่น ซึ่งน้องชายเขาก็ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น แต่ตัวเขากลับไม่ใช่ เขาเป็นคนใจแคบ ชั่งน้ำหนักบุญคุณความแค้นชัดเจน การเป็นหมอนอกจากรักษาคน เขายังศึกษาพิษสารพัดอย่างเพื่อจัดการคนที่กล้าล้ำเส้น ซึ่งตัวตนด้านนี้ตัวเขาต้องซุกซ่อนไว้ ครอบครัวไม่รู้ คนนอกมองเขามาก็ดูไม่ออกและไม่คาดคิด แต่พระเอกกลับดูออกแถมยังยอมรับได้ ไม่พอยังสนับสนุน ปกป้องข้างตัวเขาตลอด เราคิดว่านั่นทำให้ชิงอวี่สบายใจมาก มากจนไม่อยากเสียอีกฝ่ายไป ช่วงหลังเห็นเลยว่า ตัวเอก
ถนุถนอมพระเอกสุด ๆ ลงมือดูแลเองทุกอย่าง ใครพูดว่าร้ายพระเอกจัดการเรียบ หนึ่งในตอนที่ทำให้เรารู้สึกว่า หากเปรียบหลินชิงอวี่เป็นมังกร พระเอกก็คือเกล็ดย้อนที่ห้ามแตะต้อง คงเป็นตอนพระเอกถูกทำให้กระอักเลือด แบบบบ องค์เจ้าแห่งพิษลงทันที ชอบการบรรยายมากเขาดูแลของเขาอย่างดี แต่คนคนนั้นกลับขวัญกล้า
! …และตอนที่เรารู้สึกว่าชิงอวี่เห็นพระเอกเป็นจุดพักพิงก็คือหลังจากเขาจำจัดคนคนนั้นทิ้ง แล้วพระเอกยังไม่ฟื้นตัวเอกที่มักมั่นคงกลับนั่งอยู่ข้างเตียงพระเอกและพูดออกมาว่า “หวั่นเฉิง ข้าทำเรื่องเลวร้ายอีกแล้ว” แบบ…เราน้ำตาซึม หมอหลินจะขาดพระเอกได้จริงเหรอ ฮือออออ >> แน่นอนค่ะนี่คือหนึ่งในฉากประทับใจขอเราเลยยย

              ทางพระเอกจริง ๆ ไม่ต้องเล่ามาก เพราะตัวเอกมักบรรยายเสมอว่า คนผู้นี้มักทำตัวตามสบาย หลุดพูดอะไรประหลาดยามอยู่กับ ‘คนกันเอง’ แต่ไม่เคยหลุดมาดใด ๆ เลยกับคนนอก นั่นคือชัดเจนมากว่าชิงอวี่ก็รู้ว่าพระเอกไว้ใจตนสุด ๆ ปล่อยให้หยั่งเชิง ปล่อยให้จับปมต่าง ๆ ไป แต่จังหวะที่เราคิดว่าน้ำหนักหมอหลินในใจพระเอกมันมากเกินกว่าตัวละครโปรด พี่น้อง หรือสหาย คงเป็นการที่เขาสลัดทุกความสบายคิดเนื้อเรื่องอย่างหนักเพื่อหาทางออกไม่ให้ชิงอวี่พบจุดจบแบบเดิม…พระเอกคิดจนเก็บไปฝันร้าย เขาถึงกับสะดุ้งตื่นกลางดึก พอไม่เห็นคนที่นอนห้องเดียวกันเสมอก็ฝ่าฝนออกมาหา จังหวะนั้น ชิงอวี่ถึงกับพุ่งตัวออกไปพยุงพระเอกไว้ จับมือเขาไว้แน่น และนั่นเป็นครั้งแรกที่พระเอกพูดคำว่า ปล่อยวางไม่ได้ …คนที่ปลงชีวิตเตรียมใจจากไปทุกเมื่อ กลับปล่อยวางไม่ได้เพราะรู้ว่าชิงอวี่จะมีชีวิตไม่สงบสุข ฉากนี้เราว่ามันเป็นการก้าวข้ามเส้นความรู้สึกบางอย่างของทั้งคู่เลยค่ะ (ลองอ่านกันดูนะคะว่าคิดเหมือนกันไหม เราชอบฉากนี้มากกก)

แน่นอนว่าคนอ่านและชิงอวี่ไม่รู้เลยว่ามันคือเส้นทางชีวิตแบบไหนในเนื้อเรื่องเดิมที่ทำให้พระเอกถึงกับฝันร้าย ได้แต่รออ่านต่อเลยค่ะ ลุ้นมาก…

ยาวแล้ว 55555 ไม่ได้ Talk ยาวขนาดนี้มาสักพักเลยค่ะ แต่จุดให้เม้าท์เยอะมากจริง ๆ

สุดท้ายย ฉากประทับใจสุด ๆ คงไม่พ้นฉากสุดท้ายของการแต่งงานครั้งแรก ร้องไห้หนักมากเลยค่ะ…ท่ามกลางหิมะแรกโปรยปราย ลู่หวั่นเฉิงนั่งอยู่ตรงนั้น รอเขากลับมา…โฮฮฮฮฮฮ

 ใด ๆ คู่นี้เราชอบการสกินชิฟฝั่งชิงอวี่มาก ๆ ชอบเวลาเขารองแก้มพระเอกเวลาสัปงก หรือคอยจับมือเอาไว้ตอนพระเอกมีเรื่องในใจ แม้แต่ตอนเจ็บปวด หรือจากไปก็กอดไว้กับอก คือ…ดีงามมากจริง ๆ ค่ะ แต่ชอบสุดในเรื่องนี้เล่มแรกก็คงรองแก้มเนี่ยแหละ บ่อยมาก น่ารักก ฮืออ ทำไมเรารู้สึกว่าชิงอวี่โพมัมหวั่งเฉิงสุด ๆ ก็ไม่รู้ ลูกข้าใครอย่าแตะ 55555 แหมะ พอแต่งงานครั้งที่สองพระเอกแข็งแรงแล้วจะเป็นยังไงต่อไปนะ ขอเล่มสองเลยได้ไหมคะ //ส่งตาวิ้ง ๆ

ใครชอบแนวนี้ลองอ่านทดลองอ่านกันก่อนได้นะคะ ใครเริ่มแล้วมาเม้าท์กันได้ค่ะ ส่วนใครกำลังลังเลว่าจะดองหรืออ่านเลย…อ่านเลยค่ะอย่ากลัวค้าง ! (หาคนคาใจเป็นเพื่อน 555555)


ชาแดง



วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2567

รีวิว ภรรยาหนุ่มวาสนาดี เล่ม 1 (ยังไม่จบค่ะะ)

 




ภรรยาหนุ่มวาสนาดี เล่ม 1

ผู้แต่ง Yu Lai Chi

ผู้แปล Breadknight

ผู้วาด Fsang12

เรื่องย่อ

              โจวจี้เหนียน ลืมตาอีกครั้งก็พบว่าตนย้อนกลับมาตอนตนอายุ 18 ปี ชาติก่อนเขาไต่ระดับจนพาตัวเองอยู่ในตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายขวา กวาดล้างศัตรูจนสิ้นไม่มีอะไรให้ห่วงหาอีก…นอกเสียจากหนี้ชีวิตที่ติดไว้กับ เซี่ยหนิง… ชาตินี้เมื่อได้โอกาสดำเนินชีวิตใหม่อีกครั้ง เขาจะดูแลครอบครัวให้ดี และแต่งงานกับเจ้าปลาน้อยไว้ข้างกาย เพื่อดูแลอีกฝ่ายในฐานะภรรยาให้มีความสุขไปชั่วชีวิต

 

ความรู้สึกหลังอ่าน (สปอยล์ปานกลางถึงมาก)

              ขอเปิดนิยายปี 2024 ด้วยแนวย้อยเวลาแก้ไขอดีตมาดูแลภรรยาและครอบครัว ‘ภรรยาหนุ่มวาสนาดี’ เล่ม 1 ค่ะ >< เรื่องนี้คุณพระเอกฟื้นกลับมาสมัยที่เขายังอยู่ในบ้านที่คุณย่ามีลูกหลายคนและรักลำเอียง ทำให้ตัว โจวจี้เหนียน พยายามดิ้นรน เล่าเรียนเพื่อทำให้ครอบครัวของเขาอยู่ดีกินดีมีหน้ามีตา ซึ่งพระเอกก็ทำได้ค่ะ และชาตินั้นเรียกได้ว่าเขาประสบความสำเร็จจริง ๆ ทว่ายังมีคนคนหนึ่งติดอยู่ในใจเขาเสมอมาจนช่วงใกล้สิ้นลม… มาค่ะใครคนนั้นของพระเอกจะเป็นยังไง และพระเอกจะตกหลุมรัก ดูแลเขาเป็นอย่างดีขนาดไหน ปูเสื่อฟังเราเม้าท์สักแป๊บนะคะ

 

แด่ชีวิตแสนสั้นไม่รู้วันตาย หากโชคดีได้พบกันใหม่

              โจวจี้เหนียน ชาติก่อนเขาได้เป็นถึงเสนาบดีฝ่ายขวา เรียกได้ว่าเป็นคนเก่งที่บริหาร คุมเมืองกันเลยทีเดียว ทว่าในตอนเปิดตัว เขาเล่าว่าสองมือเปื้อนเลือดกำจัดศัตรูจนหมดไม่มีอะไรให้ห่วงแล้ว จะติดเพียงอย่างเดียวคือหนี้ชีวิตที่ไม่อาจใช้ให้ เซี่ยหนิง ได้… เมื่อย้อนเวลากลับมาช่วงอายุ 18 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาทางเลือกพอดีว่า เขาจะเดินเส้นทางเดิมในการเข้าเมืองสร้างชื่อเสียงโดยเร็ว หรือดูแลครอบครัว พร้อมทั้งเปลี่ยนชะตากรรมของเซี่ยหนิงที่กำลังถูกถอนหมั่นกับญาติผู้พี่ของเขา เราเชื่อว่าทุกคนเดาได้ว่าพระเอกเลือกอะไร…เขาต้องเลือกแต่งงานกับเซี่ยหนิงแทนญาติคนนั้นอยู่แล้ว! ชาติที่แล้วเซี่ยหนิงซึ่งเดิมเป็นเกอที่ทุกคนหมายปองกลายเป็นที่รังเกียจ เพราะป่วยเป็นโรคผิวหนังประหลาด ชีวิตได้แต่ติดตามญาติผู้พี่คนนั้นในฐานะเพื่อนร่วมเรียน จนหลายปีผ่านไปโจวจี้เหนียนเมาเหล้าและได้หลับนอนกับอีกฝ่ายจึงได้ดูแลลับ ๆ ในห้องข้าง ทว่าคนคนนี้เองที่ปกป้องเขาจนตัวตาย มีหรือโจวจี้เหนียนจะปล่อยให้เซี่ยหนิงต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดิม...แน่นอนว่าไม่มีทางงง คุณพระเอกเชื่อมั่นว่าตนอ่านหนังสือมากมายขนาดนี้ไม่เชื่อหรอกจะดูแลรักษาว่าที่ภรรยาคนนี้ให้หายป่วยและอยู่ดีกินดีไม่ได้ !

 

หากได้ชดเชยสิ่งที่เคยพลาดไป คงจะดีไม่น้อย

              ทางเซี่ยหนิง ความจริงอาการป่วยของเขาเป็นปริศนาจากการตกน้ำเพื่อช่วยพี่ชาย ระหว่างดิ้นรนเขาเหมือนเห็นปลาไนสีแดงมากัด พอขึ้นจากน้ำเขาก็กลายเป็นโรคผิวหนังประหลาด และมีอาการร้อนจนต้องโดดลงไปในน้ำ เด็กหนุ่มไม่คาดหวังให้ใครมาสู่ขอตนอีกแล้วหลังจากเป็นโรคนี้ เขารู้ตัวดีว่าเป็นที่รังเกียจ ทว่าโจวจี้เหนียนกลับส่งแม่สื่อมาสู่ขอเขา ? นี่คือฝันไป ? สามีคนนี้ดูตั้งใจแต่งกับเขาจริง ๆ ไม่มีท่าทีรังเกียจเขาเลย แถมยังตั้งถังไม้ใส่น้ำให้เขาไว้ให้ในห้อง ยอมให้เขานอนในน้ำโดยไม่รู้สึกว่าประหลาดอีกด้วย …นี่เขาเป็นคนวาสนาดีเช่นนี้เชียว ???

คนอ่าน : ไม่ค่ะหนิงหนิง เรานั่นแหละความโชคดีของจี้เหนียนและครอบครัวในชาตินี้

 

ครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้าด้วยรัก

              นอกจากเรื่องของคู่ตัวเอกแล้ว ยังมีเรื่องครอบครัวให้เอาใจช่วยคุณพ่อและคุณป๊าด้วย ครอบครัวเซี่ยหนิงอย่างคุณพี่ชายเองก็ดูมีบทบาทสำคัญมาก ๆ คาดว่าในชาตินี้คงมีเส้นทางชีวิตที่ต่างออกไปจากชาติก่อนเพราะน้องเขยคนนี้แล้วล่ะค่ะ สำหรับเรื่องราวความรัก คู่นี้เป็นไปอย่างน่ารักเลยค่ะ พี่จี้เหนียนจากเดิมแต่งกับน้องเพื่อมาดูแลชดเชยหนี้ชีวิต กลายเป็นตกหลุมรักเพราะน้องคนนี้น่ารักไม่ไหวแล้ววว เซี่ยหนิงเป็นคนใส แต่ไม่ได้ซื่อขนาดไม่ทันคน ขณะที่จี้เหนียนพยายามเรียนใหม่เพื่อพาทั้งครอบครัวออกจากที่แห่งนี้ไปด้วยกัน ไม่ใช่ออกไปเพียงลำพักแบบชาติก่อน ก็มีเซี่ยหนิงเนี่ยแหละค่ะ คอยหนุน คอยสอดส่องเรื่องราวของพ่อและป๊า ทำให้อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปในทางที่แตกต่าง ลำบาก แต่ดูจะอบอุ่นและดีขึ้นสำหรับจี้เหนียน บอกเลยว่าในเล่มแรกดูสบาย ๆ ลุ้น ๆ หวาน ๆ อบอุ่น ๆ …แต่ก็มีเรื่องราวให้ลุ้นจากความไม่รู้เส้นทางอนาคตในไทม์ไลน์นี้ของพระเอกในเราได้เห็นด้าน ‘มือเปื้อนเลือด’ ของเขากันค่ะ

 

สำหรับเรื่องนี้ตอนเราอ่านตัวอย่างก็รู้สึกว่าชาติใหม่นี้กะว่าพระเอกต้องมาเหนือ ไม่มีอะไรเกินมือเขาแน่นอน ที่ไหนได้ การตัดสินใจเลือกเส้นทางที่แตกต่างจากชาติที่แล้วกลับทำให้เส้นเรื่องที่ควรซ้ำรอยเดิมให้นักอ่านอย่างเราลุ้นว่าพระเอกจะแก้เกมดีกว่าชาติก่อนยังไง กลายเป็น ลุ้นว่าพระเอกจะทำยังไง เมื่อเจอเส้นทางที่ไม่เหมือนเดิมค่ะ ความไม่รู้ของพระเอกทำให้เราอ่านเพลินมาก ที่คิดว่าพระเอกจะมาสายซูกลายเป็นไม่ใช่เสียแล้ววว นี่เรายังนั่งคิดอยู่ว่าการย้อนเวลาของพระเอกยังไงก็ต้องมีที่ไปที่มาแน่ ๆ รวมถึง ‘โรคผิวหนัง’ ของเซี่ยหนิง…ปลาไนสีแดง เหมือนเราจำว่านิยายเรื่องอื่นเหมือนกล่าวถึงปลาชนิดนี้เป็นปลานำโชคของจีน ? น้องจะกลายเป็นเงือกหรือมังกรรึเปล่า ?? (เดาแบบเว่อ ๆ ขำ ๆ 55555) ใด ๆ เล่มแรกนี้เหมือนจะไม่ค้าง ??? มากนัก พอจะมีจังหวะให้หายใจรอเล่มสองแบบชิล ๆ ได้ค่ะ ใครชื่นชอบแนวนี้ลองไปทดลองอ่านกันดูได้นะคะ แอบคิดว่าทุกคนน่าจะตกหลุมรักน้องเซี่ยหนิงกันแน่ ๆ

อนึ่ง…มีการบรรยายฉากเกี่ยวกับเนื้อและเลือดในช่วงหลัง ใครไม่โอเคโปรดระวัง (เนื่องจากเราอ่านละตกใจเพราะสงสารตัวละคร มันติดอยู่ในใจค่ะ เผื่อใครไม่โอเคจะได้เตรียมใจกันก่อน)

อนึ่ง (ครั้งที่สอง) ชอบคำนำของคุณนักแปลมากเลยค่ะ เรานำส่วนหนึ่งมาใช้เป็นท็อปปิกแต่ละพาร์ทนะคะ เข้ากับเนื้อเรื่องมากเลยค่ะ แทนใจพี่จี้เหนียน ;---;

 


ชวน Talk ปลาพระอาทิตย์จี้เหนียน (สปอยล์มากกกก)

ลังเลมากเพราะกลัวสปอยล์มากไป แต่แบบอย่างคุยฉากนี้มากเลยค่ะ เราชอบฉากที่จี้เหนียนเสียเซี่ยหนิงไปแล้วเขาจะตายตาม เพราะเขาคาดว่ายังสามารถย้อนเวลาได้ และจะได้ปกป้องอีกฝ่ายทัน แบบบบบ เราชอบการเล่นประเด็นนี้ของคนย้อนเวลามาก ๆ มันเหมือนจุดอ่อนแอในใจ ขณะเดียวกันก็ขยี้ให้เห็นน้ำหนักของเซี่ยหนิงในใจจี้เหนียน เราชอบที่เขาตั้งสติขึ้นมาว่าตายไม่ได้ต้องแก้แค้นก่อนด้วยค่ะ เหมือนในที่สุดหลังจากพานักอ่านเห็นชีวิตที่เริ่มต้นใหม่ซึ่งเป็นมุมสงบของพระเอกมากเกือบจะจบ ในที่สุดก็เผยด้าน อดีตเสนาบดีฝ่ายขวา ให้เราได้ติดตาม สำหรับเราเรื่องนี้เล่าเส้นเรื่องตัวละครในความควรซูแต่ไม่ซูดีค่ะ แอบลุ้นเลยว่านอกจากปริศนาหลักสองเรื่องอย่างการย้อนเวลากับโรคของเซี่ยหนิง พาราเรลเวิร์ลนี้พระเอกของเรายังจะได้เป็นขุนนาง ? และไปได้สูงสุดที่ตรงไหนค่ะ



 ชาแดง


วันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2566

รีวิว (+สปอยล์มาก) เริ่มใหม่กับนายคงไม่เลวร้ายนัก [ฉบับเต็ม]

 




รีวิว เริ่มใหม่กับนายคงไม่เลวร้ายนัก [ฉบับเต็ม]

ผู้แต่ง WU ZHE

ผู้แปล โหมวโหม่ว

ผู้วาด Mocon

สำนักพิมพ์ Lavender Publishing

เรื่องย่อ

          เจี่ยงเฉิง ได้รู้ความจริงว่าตัวเขาเป็นเพียงลูกบุญธรรมที่ทางบ้านรับเลี้ยง และทันทีที่ความจริงเปิดเผย ทางบ้านก็ไม่ลังเลที่จะส่งเขากลับมายังที่ที่เรียกว่า ‘บ้านเกิด’ ซึ่งมีคนที่ได้ชื่อว่า เป็นพ่อแท้ ๆ ของเขาอาศัยอยู่ ในช่วงเวลาอันหนาวเหน็บ อากาศในเมืองเก่าและล้าหลังนี้ยิ่งเย็นเฉียบ ท่ามกลางความแปลกตา ก็มีความโดดเดี่ยวที่ไม่เหลืออะไรอีกแล้วบนตัวของเจี่ยงเฉิงเช่นกัน แต่แม้ใจเขาจะหงุดหงิดจนเหมือนมีหนามแหลมพร้อมทิ่มแทงทุกคน เด็กหนุ่มยังคงยื่นมือไปช่วยเด็กหญิงคนหนึ่งที่กำลังถูกรังแกเอาไว้ และนั่นทำให้เขาได้พบกับพี่ชายของเธอ กู้เฟย ใครอีกคนที่เติบโต ณ เมืองอันห่างไกลนี้ และอาจจะต่างพากันกลับกลายเป็นความบังเอิญที่แสนอบอุ่นเพียงพอให้พากันข้ามผ่านความหนาวเย็นนี้ไปสู่ฤดูใบไม้ผลิที่เปล่งประกายมากขึ้น

 

เนื้อหานี้เป็นรีวิวเล่าแบบมีสปอยล์มากกนะคะ

ถ้าดูแนวแบบสปอยล์ไม่มาก >> รีวิว เริ่มใหม่กับนายคงไม่เลวร้ายนัก เล่ม 1 

 

พื้นที่รีวิวแบบปลอดสปอยล์

            สวัสดีค่ะทุกคนน ที่ตามมาฉบับเต็ม เหมือนไม่ได้เขียนรีวิวใน Blog นานมาก ส่วนหนึ่ง เพราะเวลาที่ถูกปรับเปลี่ยน อีกส่วนก็คือ นิยายที่ติดพันจนอยากเขียนฉบับเต็มยังไม่จบกันเลยค่ะ ส่วนที่จบไปแล้วก็จังหวะไม่ดี หาโอกาสเขียนฉบับเต็มไม่ได้ สำหรับเรื่อง Free Run หรือก็คือ เริ่มใหม่กับนายคงไม่เลวร้ายนัก เป็นนิยายที่เล่าเรื่องราวของเด็กมัธยมปลายสองคนที่เติบโตมาในครอบครัวไม่ดีเท่าไร ทางฝั่งเจี่ยงเฉิง ถูกเลี้ยงมาอย่างเข้มงวด และออกจะเย็นชา คล้ายกับเขาไม่มีตัวตน ขณะที่ฝั่งกู้เฟย เติบโตมากับครอบครัวที่พ่อชอบใช้ความรุนแรง ทำให้ชีวิตเขาอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัวและบิดเบี้ยว แต่ขณะเดียวกันเขาก็พลักดันตัวเขามาในเส้นทางที่แตกต่างจากพ่อเพื่อแข็งแกร่งเพียงพอปกป้องน้องสาวและแม่ ตัวเอกทั้งสองคนได้บังเอิญพบกัน เพราะเจี่ยงเฉิงได้ช่วยกู้เหมี่ยวเอาไว้ที่สถานีรถไฟขณะเจี่ยงเฉิงกำลังหาทางติดต่อคนที่ได้ชื่อว่า พ่อแท้ ๆ การพบกันครั้งแรกของทั้งคู่ พวกเขาไม่ได้พูดคุยกันมากนัก ต่างแยกย้ายกันไป ทว่าก็มีเรื่องให้บังเอิญพบกันอยู่ดี เพราะสภาพบ้านของหลี่เป่ากั๋ว หรือ พ่อผู้ให้กำเนิดเจี่ยงเฉิงไม่ได้ดีนัก อีกฝ่ายเองก็ใช้วิถีชีวิตกับการพนัน ใช้ความรุนแรงและกดขี่ผู้หญิง ดังนั้น ร้านขายของชำของกู้เฟยที่อยู่แถวปากซอย หน้าอาคารที่อยู่อาศัยของพ่อเจี่ยงเฉิง จึงเหมือนเป็นแหล่งหลบภัยเดียวที่เขาพอจะไปได้ และในความบังเอิญอันน่ายิ้มขำนี่เอง…พวกเขาดันเป็นเพื่อนห้องเดียวกัน และเป็นเพื่อนข้างโต๊ะกัน ต่างเริ่มถูกดึงดูดด้วยปัญหาชีวิตและครอบครัวจนเริ่มเปิดใจให้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ

คะแนน 9.5 / 10

            ถ้าหากกำลังมองหาแนวฝ่าฟันชีวิต พัฒนาการตัวละครและความสัมพันธ์ค่อย ๆ เติบโต เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องหนึ่งให้ได้ลองหยิบอ่านค่ะ ส่วนคะแนน 0.5 ที่หักไปก็คงเป็นเรื่องสำนวนในสองเล่มแรกส่วนหนึ่งที่ไม่ลื้นไหลนัก ส่วนตัวเนื้อเรื่องกับการเก็บปม ส่วนตัวรู้สึกว่าให้เต็มได้ก็คือให้หมดเลยค่ะ

 



พื้นที่รีวิวแบบสปอยล์มากก (อ่านจบแล้วค่อยกลับมาเม้ากันได้นะคะ)

             เริ่มใหม่กับนายคงไม่เลวร้ายนัก สำหรับเรามองว่า เรื่องราวถูกเล่าด้วยธีมหลัก ‘นายคือความโชคดีในชีวิตของฉัน’ ค่ะ พอมานึกดูแล้ว ตัวชื่อเรื่อง เริ่มใหม่กับนายคงไม่เลวร้ายนัก เป็นคำพูดในเล่มสุดท้าย ที่กู้เฟยพูดกับเจี่ยงเฉิง ซึ่งเรารู้สึกว่า มันสืบเนื่องมาจากคำพูดติดปากของสองคนนี้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้สารภาพรักต่อกัน คือ การที่ทั้งคู่ได้มาพบกันเป็นความโชคดีในชีวิตจริง ๆ มุมของเราที่เป็นคนอ่าน พอเนื้อเรื่องจบลง ก็สัมผัสถึงคำ ๆ นี้ของพวกเขาได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ แบบ ยิ้มออกมาตอนอ่านจบว่า “ดีจริง ๆ ที่พวกเขาได้เจอกัน” ถ้าถามว่าทำไม …เราคงต้องเล่าคำตอบประมาณนี้

  


 ฤดูหนาวที่ไร้บ้าน:

              ประมาณ 3 เล่มแรก พวกเราจะพบกับปมของเจี่ยงเฉิงเป็นหลัก เจี่ยงเฉิงที่ถูกทางบ้านพ่อแม่บุญธรรมทอดทิ้ง เจี่ยงเฉิงที่ไม่สามารถอยู่กับพ่อแท้ ๆ ที่มีทัศนคติไม่ตรงกันได้ และเจี่ยงเฉิงที่พบเรื่องราวเหล่านั้น ก็ทำให้เขากลายมาเป็นคนหัวร้อนง่าย เอาแต่โมโห โกรธ พร้อมทิ่มแทงคนอื่นที่เข้าใกล้ด้วยความไม่เป็นมิตร รวมถึงสภาพจิตใจที่โดดเดี่ยว ไม่รู้สึกถึงการมีตัวตน หรือรอยเท้าของตัวเอง ซึ่งในเวลาเดียวกัน นักเขียนก็จะมีสถานการณ์ให้เราเห็นอยู่เรื่อย ๆ ว่าโดยพื้นฐานเจี่ยงเฉิงไม่ใช่เด็กวัยรุ่นนิสัยเกเร เขาอาจจะหัวร้อน แต่ก็มีความอดทนกับคนที่พูดคุยด้วยความหวังดี ใจอ่อนกับคนที่จริงใจและพร้อมทุ่มเทให้กับคนที่สำคัญ และถึงเจ้าตัวจะตกที่นั่งลำบากอย่างไม่มีใครให้พึ่งพิง เขาก็ยังก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยคติยึดมั่นว่าไม่ยอมแพ้กับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ปรับตัว และมุ่งไปยังอนาคต ความโชคดีของเจี่ยงเฉิงที่ได้พบกับกู้เฟย เราคิดว่าก็คือ ช่วงแรกนี้แหละค่ะ ในสถานการณ์ไม่มีที่ไป กู้เฟยก็แบ่งพื้นที่ในร้านให้เขาได้เป็นที่หลบพักชั่วคราว ก่อนจะต้องเดินออกไปเผชิญหน้าสถานการณ์หนาวเหน็บด้านนอก และถึงจะเป็นความบังเอิญ กู้เฟยก็มักจะยืนอยู่ในจุดที่เขาต้องการมองเห็นใครสักคนเสมอ พื้นที่เล็ก ๆ เหล่านี้ หรือความลับจากปัญหา หรือการแสดงออกในด้านไม่เป็นผู้ใหญ่ใส่กันต่าง ๆ นี้ เราคิดว่าเป็นส่วนที่ทำให้เขาเหมือนได้เปิดใจพูดคุย ได้ไร้สาระ ได้กลับมาเป็นตัวเอง โดยเฉพาะจากกิจกรรมบาส ศักยภาพของการเป็นอดีตกัปตันประจำโรงเรียนของเจี่ยงเฉิงก็ถูกดึงขึ้นมา ทำให้เขาได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเอง และได้รู้สึกถึงรอยเท้าของตัวเอง ณ เมืองแห่งนี้มากขึ้น ยิ่งหลังจากสนิทกันกับกู้เฟยมากเข้า เขายิ่งมีกู้เฟยป้องภัยจากสังคมมืดมนของเมืองนี้ จนสามารถมุ่งหน้าไปข้างหน้าอย่างที่วางแผนไว้ได้ ยิ่งทำให้เจี่ยงเฉิงมั่นคง และกลายเป็นพระอาทิตย์ดวงน้อย ที่ไม่หวาดกลัวฤดูหนาวอีกต่อไปค่ะ


ฤดูใบไม้ผลิที่เคียงข้างกัน:

            ระหว่างทางการเล่าเรื่องและแก้ปมปัญหาครอบครัวเจี่ยงเฉิงและตัวเจี่ยงเฉิงเอง ทางกู้เฟยก็ถูกเผยปมมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่เล่มแรกค่ะ แต่เราจะเริ่มสัมผัสปัญหาที่แท้จริงของเขาได้ หลังจากคบกับเจี่ยงเฉิง รอยแผล ของกู้เฟย ชัดเจนขึ้นช่วง 3 เล่มหลังนี้เอง และเป็นปมใหญ่อีกปมที่ทั้งสองคนไม่สามารถแก้กันตามลำพังได้ เพราะปัญหานี้ ถูกบ่มเพาะจากการถูกทำร้ายโดยครอบครัวตั้งแต่เด็ก ความโชคดีของกู้เฟย คือ การได้พบกับเจี่ยงเฉิงจริง ๆ ค่ะ เพราะเมื่อเจี่ยงเฉิงจัดการตัวเองได้แล้ว เขาก็ไม่เคยคิดจะทิ้งกู้เฟยไว้กับปัญหา มักคิดหนทาง แสดงข้อดีของกู้เฟยออกมา เมื่อเจี่ยงเฉิงทราบถึง รอยแผล นั้น ถึงจะไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะไม่อยากทำให้กู้เฟยเจ็บปวด แต่เจี่ยงเฉิงก็ไม่คิดจะนิ่งนอนใจ และมองหาหนทางพาทั้งกู้เฟยและกู้เหมี่ยวออกไปจากเมืองนี้กับตนอยู่เสมอ ช่วงเวลาที่พีคที่สุด คงเป็นตอนที่พวกเขาจำเป็นต้องแยกกันไปเรียนคนละที่ ในช่วงเวลานั้น กู้เฟยมองเห็นระยะห่างของตนกับเจี่ยงเฉิงด้านสังคมและความสามารถอย่างชัดเจน เขาพยายามเก็บกอดความหวังว่าจะตามอีกฝ่ายออกไปได้ พยายามพากู้เหมี่ยวหาหนทางรักษา ยิ่งทุกครั้งที่วิดีโอคอลหาเจี่ยงเฉิง และแอบสังเกตได้ว่าอีกฝ่ายพยายามเพื่อตนกับน้องสาวอยู่ เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนรักที่ไม่ดี และกำลังถ่วงรั้งเจี่ยงเฉิงไว้ สุดท้าย ในตอนที่ทุกอย่างไม่เป็นตามหวัง ท่ามกลางความรู้สึกกดดันในระยะห่างนั้น กู้เฟยก็เลือกยอมแพ้ เขาเลือกทิ้งตัวเขาเองไว้ที่เมืองนี้ และปล่อยเจี่ยงเฉิงไป…เราคิดเลยค่ะว่าจุดนี้ถ้าไม่มีเจี่ยงเฉิงจะเป็นยังไง ทางเจี่ยงเฉิงไม่ยอมแพ้ยังหาทางรักษากู้เหมี่ยว กู้เฟยตอนที่มีเจี่ยงเฉิงอยู่ข้าง ๆ เลือกเปิดรับแฟนใหม่ของแม่เข้ามาในบ้าน และแฟนหนุ่มคนนี้ก็กลายเป็นตัวแปรหนึ่งที่ทำให้แม่ของเขาและกู้เหมี่ยวพอจะมีหลักยึดในยามที่กู้เฟยยอมแพ้และเคว้งคว้าง ในตอนที่เจี่ยงเฉิงยังเลือกกลับมาเพื่อน้องสาวของเขา มันทำให้เรารู้สึกว่า ยังไงคู่นี้สุดท้ายก็ไม่มีใครอยากละทิ้งพื้นที่ข้าง ๆ กันไป แต่ติดปัญหาเดียวคือ กู้เฟย ต้องคว้าความกล้าของตนออกมาจากอดีตอันเจ็บปวดให้ได้ เพราะเจี่ยงเฉิงหาองค์ประกอบต่าง ๆ ที่จะสร้างโอกาสให้ได้อยู่เคียงข้างกันมาเต็มที่ที่สุดเท่าที่เด็กมหาวิทยาลัยคนหนึ่งจะหาได้แล้ว แน่นอนว่าพระอาทิตย์ดวงน้อยทำขนาดนี้ พื้นดินมั่นคงใต้น้ำแข็งฤดูหนาวผืนนั้น ย่อมละลายรอพืชผลผลิบานในฤดูใบไม้ผลิอยู่แล้วล่ะค่ะ


ภายใต้ฟ้าพร่างดาวที่เคยฝันถึง:

            สิ่งที่ชื่นชอบมาก ๆ ในเรื่องนี้ คือ พัฒนาการตัวละครที่เคลียร์ไปตามปมปัญหาที่พวกเขาเจอค่ะ อย่างเจี่ยงเฉิงที่ตอนแรกมาเหมือนเป็นระเบิดหนาม แต่พออ่าน ๆ ไปจะพบว่าจริง ๆ เขาเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำ มองสถานการณ์รอบด้านในวงกว้าง และเป็นที่พึงพาสามารถนำทิศทางให้คนอื่นได้อย่างดี ซึ่งความสามารถนี้ แสดงออกอย่างโดดเด่นและชัดเจนในการเล่นบาสค่ะ เมื่อมองกลับมาที่ตัวเนื้อเรื่อง เราก็รู้สึกว่า เด็กคนนี้ช่างเข้มแข็งอย่างแท้จริง เขาโดนทอดทิ้งจนไม่เหลือบ้าน ชีวิตสองปีหลังนอกจากกู้เฟยกับพันจื้อ ก็มีเพียงเหล่าอาจารย์และเพื่อนร่วมห้องเป็นพลังใจ แต่เจ้าตัวก็ฝ่าฟันมาก เดินได้อย่างมั่นคง และในตอนที่ต้องเลิกกับกู้เฟย เราก็ได้เห็นด้านอ่อนแอ เสียหลักของเจี่ยงเฉิงอย่างรุนแรงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ตกแรงมากจริง ๆ ถึงอย่างนั้น เจ้าตัวกลับไม่ยอมแพ้ที่จะยังเดินหน้ารักษากู้เหมี่ยว…ตัวละครนี้เป็นทองล้ำค่าจริง ๆ ค่ะ เป็นอาทิตย์ดวงน้อยที่แข็งแกร่งมาก ช่วงเวลานั้นความจริงเรียกว่าเขาไม่มีบ้านให้กลับแล้วด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังเดินหน้าต่อ เราแบบรักเขามากจริง ๆ

            ขณะที่กู้เฟยเป็นคนมักคิดรายละเอียดและความเป็นไปได้ มีความเป็นผู้นำ แต่เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่เด็ดขาด เจ้าตัวคลายเป็นไม้ตายสุดท้าย ส่วนในเวลาปกติ เขาเป็นสายสนับสนุนได้อย่างมั่นคง ละเอียด และรอบคอบ ดูได้จากการเล่นบาสที่มักจะมองตามสิ่งที่เจี่ยงเฉิงคิด หรือชัดมากหน่อยก็ตอนที่เอ่ยตอบรับคำขอคบ กับการดูแลเจี่ยงเฉิงหลังจากนั้นก็ได้ค่ะ เรารู้สึกว่า เขาเป็นสายทุ่มเทแบบให้ทุกอย่างโดยไม่หวังอะไรกลับมา ขอแค่คนรักได้ดี เขาเพียงมองอย่างภูมิใจอยู่ตรงนี้ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้ามีใครคิดทำร้ายขวางทางคนรักของเขา กู้เฟยก็พร้อมกลับไปเป็นหอกอันน่ากลัวกำจัดคนเหล่านั้นให้พ้นทาง ตัวละครนี้ คิดถึงใจคนอื่นมาก โดยเฉพาะกับคนรักจึงไม่เคยเรียกร้องอะไร จนมาพัฒนามาขึ้นภายหลังเขาเลิกจากเจี่ยงเฉิง และยอมรับว่าตนจำเป็นต้องรักษาไปพร้อมกับกู้เหมี่ยว จึงเริ่มพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดมากขึ้น เรียกร้องให้เฮียเฉิงอยู่กับเขาอย่างที่ใจต้องการมากขึ้น  เรารักกู้เฟยที่ทุ่มเทดูแลเจี่ยงเฉิงตั้งแต่ต้นคนนี้มาก เขาแทบจะเป็นแผ่นดินผืนหนึ่งให้เจี่ยงเฉิงได้นั่งหยุดพักยามมีปัญหา ขณะเดียวกันก็เริ่มยอมรับพระอาทิตย์ดวงน้อย หลอมละลายตัวเอง เพื่อให้ได้ผลิดอกออกผล อยู่ด้วยกันในฤดูอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต


หวังว่าเราจะมีความกล้าหาญเหมือนกันและกัน:

            ใครอ่านแล้วเห็นประโยคทำนองนี้ น่าจะซับน้ามตาไปกับเรานะคะ ประโยคจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญกันเลยทีเดียว ในที่สุดที่ไปที่มาของชื่อเรื่องก็ปรากฎในประโยคหนึ่งหลังกู้เฟยเก็บกอดพระอาทิตย์ของเขาเอาไว้แนบอก ว่าการได้ออกมาเริ่มต้นกับเจี่ยงเฉิง ไม่เลวเลยจริง ๆ บ้านกู้กลายเป็นครอบครัวใหญ่อีกครั้ง การเดินทางของทั้งสามคน ทำให้เรารู้สึกปลื้มปริ่มมาก ที่ได้ข้ามผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยกันมา ถ้าให้คิดเอาเองอีกสักนิด เราแอบรู้สึกว่าวิธีคิดของเจี่ยงเฉิง คล้ายแนวคิดของนักจิตวิทยาท่านหนึ่งที่พูดประมาณว่า ชาติกำเนิด ประสบการณ์ในอดีต หรือบาดแผล ปมในใจต่าง ๆ ไม่อาจกำหนดตัวตนในปัจจุบัน และอนาคตเราได้ เป็นตัวเราต่างหากที่เลือกได้ ว่าจะมีอนาคตแบบไหน หรือเป็นคนแบบไหน ขณะที่ทางกู้เฟยนำเสนอแนวคิดตรงกันข้ามในบางจุด คือการที่การเติบโต บ่มเพาะ และประสบการณ์ในอดีต สามารถส่งผลถึงตัวตน ความรู้สึกและสภาพจิตใจของเด็ก ซึ่งต่อให้เติบโตมากเท่าไร สิ่งเหล่านั้นยังคงติดตามเป็นปมในใจ ของคนคนั้นไปด้วย ซึ่งการแก้ปัญหา หากไม่สามารถทำได้ด้วยตนเองเพียงคนเดียว ก็ต้องเปิดใจรับผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วย แน่นอนว่าในเรื่องนี้ ปัจจัยสำคัญของการรักษาแรก คือตัวผู้ป่วยเอง ปัจจัยที่สองคือคนรัก และคนรอบตัว และสุดท้ายนักจิตวิทยาถึงเข้าไปทำงานได้อย่างราบรื่น

            เป็นเรื่องที่ประทับใจจริง ๆ ค่ะ เรารู้สึกว่าเนื้อหาต่าง ๆ ถ่ายทอดและเก็บปมได้ดีกว่า Out of Tune พอสมควร เหมือนได้มาต่อยอดจากจุดของซีซีและคุณหมอเฉิน แต่เรื่องอาชีพนี่สมเป็นคุณนักเขียนมากค่ะ การเป็นช่างภาพ ถ่ายทอดอารมณ์ด้วยภาพนี่ มีทั้งสองเรื่องเลยยยย

            เล่ามาประมาณนี้ ความจริงก็เป็นความรู้สึกส่วนตัว ในเนื้อเรื่องจริง ๆ มีรายละเอียดและอารมณ์ต่าง ๆ ที่หากได้ลองสัมผัสเองน่าจะค้นพบส่วนที่ให้กรีดร้องอีกเยอะเลยค่ะ (คอนเฟิร์มจากการติดหน้าประทับใจแต่ละเล่ม มากกว่า 50 หน้าค่ะ 5555555)


ชาแดง


 



วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565

รีวิว My Five Elements are short of You – ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ ~ [ฉบับเต็ม]

 




My Five Elements are short of You – ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ ~ [ฉบับเต็ม]

ผู้เขียน ซีจื่อซวี่

ผู้แปล Rear

ผู้วาด Mind*creator

สำนักพิมพ์ IRIS BOOK

เรื่องย่อ


โจวเจียอวี๋ ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกชนวิญญาณมาเข้าร่างคนที่ชื่อเหมือนกัน แต่อีกฝ่ายดันเป็นนักต้มตุ๋นที่ถูกจับ เพราะเกือบทำคนจำนวนมากเสียชีวิต หลินจู๋สุ่ย ปรมาจารย์ด้านเฟิงสุ่ยที่จับเขามาเห็นถึงพรสวรรค์ของโจวเจียอวี๋ จึงรับเขาไว้สอนสั่ง จากข้าราชการผู้เชื่อในวัตถุนิยมกลายเป็นว่าที่ศิษย์ผู้มากพรสวรรค์ของปรมาจารย์ชื่อดัง ชีวิตของเขาดูจะพลิกผันแล้ว ถ้าไม่ใช่ว่ายังมีอีกาสามขาในหัวอีกหนึ่งตนบอกถึงความลับในการได้ชีวิตใหม่ของเขา…เปลี่ยนชะตาเคราะห์ของหลินจู๋สุ่ย ? มือใหม่พึ่งฟื้นคืนชีพอย่างเขาควรทำยังไงดี !



>> รีวิว My Five Elements are short of You – ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ ~ 

เล่ม 1-2 เล่ม 3 เล่ม 4-5 (สปอยล์ปานกลางถึงมาก)




รีวิวแบบพื้นที่ปลอดสปอยล์


โจวเจียอวี๋ เข้ามาใช้ชีวิตในร่างใหม่ แทบจะเป็นพ่อครัวจำเป็นของบ้าน เพราะไม่มีใครทำอาหารได้ดีเลยสักคนนน เขาเปิดใจศิษย์คนเล็กของหลินจู๋สุ่ยได้ก่อน เสิ่นอี้ฉยงเป็นคนตรงไปตรงมาทำให้เข้ากับโจวเจียอวี๋ได้ง่าย ส่วนศิษย์คนอื่น ๆ ต่างก็ทยอยพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์ปลายจวักของเขา กระทั่งตัวท่านหลินที่ไม่ค่อยกินข้าวเองก็มาร่วมโต๊ะอาหารด้วย ทว่าความสัมพันธ์ในบ้านไม่น่าหนักใจเท่าโลกทัศน์ของเขาที่เปลี่ยนไปจากสภาพแวดล้อมชีวิตใหม่ ชีวิตเดิมเขาไม่เคยเชื่อเรื่องภูติผี แต่ชีวิตนี้ดวงตาและประสาทสัมผัสของเขาไวและเฉียบคมต่อสิ่งพวกนี้มากกว่าใคร ทำให้โดนลากเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวลี้ลับเหล่านี้ประหนึ่งแม่เหล็กคนละขั้ว แถมที่ยังรอดมาได้เพราะมีท่านหลินคุ้มครอง จะไม่เชื่อก็คงไม่ได้แล้ว ! 

ส่วนเรื่องราวความรักของสปอยล์สั้น ๆ แสงสว่างกับความมืด หยินและหยาง ปลาและน้ำ เป็นส่วนประกอบหรือธาตุที่ไม่อาจแยกจากกันไปได้ค่ะ !!!!


คะแนน 8/10


ขอตัดในส่วนของมุขตลกกับปมหลักช่วงหลังที่รู้สึกแผ่วในส่วนของเนื้อเรื่องค่ะ








รีวิวแบบพื้นที่มีสปอยล์ ~


            My Five Elements are short of You – ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ ~ เป็นนิยาย 5 เล่มที่สำหรับเราเนื้อเรื่องต่อเนื่องไม่แผ่วคดีหลอนเลยค่ะ จะเสียดายก็แต่ช่วงปมต่อเนื่องในตอนท้ายเท่านั้นที่รู้สึกแรงส่งพอ แต่เล่าไม่มากพอค่ะ (พูดงง ๆ ไหมน้อ) เอาเป็นว่าก่อนจะเล่าแบบสปอยล์เรียบเรื่องราวตามความเข้าใจของเรา ขอพูดแก่นหลักของเรื่องที่รู้สึกได้ก่อนนะคะ จริง ๆ ก็ตามชื่อเรื่อง ‘ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้’ เป็นทางเลือกที่ ‘ลิขิตฟ้า’ ส่งหนทางให้มาเพียงหนึ่งเดียว หากขาดใครไปสักคนจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้เลยค่ะ


         ต่อไปนี้จะเป็นการเล่าที่สปอยล์เนื้อเรื่องมาก ๆ ใครยังไม่อ่านข้ามไปก่อนได้เลยค่ะ อ่านจบแล้วมาเมาท์กันนน


          ‘ลิขิตฟ้า’ จะเริ่มมาถูกกล่าวหนักขึ้นในเนื้อเรื่องท่อนหลังทั้งตระกูลสวีแห่งเส่อซานและตระกูลเมิ่ง (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) แห่งไฟ ที่พยายามฝืนชะตาฟ้าจากของวิเศษบางอย่างจนต้องล่มสลาย

       ปริศนาทุกอย่างมากระจุกรวมที่ ‘พิธีกรรมคืนชีพ’ และกระดาษเห็นอนาคตที่มีรูปอีกาทองสามขาเป็นสัญลักษณ์ 


          จี้ปา เป็นลูกอีกาทองสามขาที่ปรากฏตัวพร้อมกับโจวเจียอวี๋ นกตัวน้อยที่อยู่ในหัวของโจวเจียอวี๋เป็นคนบอกว่า เขาเองคือคนชุบชีวิตชายหนุ่ม และเป้าหมายของเขาคือให้โจวเจียอวี๋ช่วยหลินจู๋สุ่ยรอดพ้นจากความตาย 

            เราเลยพึ่งมาเข้าใจลำดับเนื้อเรื่องตอนเขียนได้ประมาณนี้ค่ะ



>> ลิขิตฟ้า ชะตามนุษย์


           เรื่องเริ่มจากการที่จี้ปาถูกสวรรค์ผนึกพลังลงในหนังสือ ‘เห็นภาพอนาคตคนที่คะนึงหา’ วิธีเพียงอย่างเดียวที่จะคลายผนึกได้คือต้องใช้พลังไฟจากร่างของมนุษย์ที่ครองพลังจี้หยาง ทว่ามนุษย์ที่มีร่างจี้หยางมักตายแต่วัยเยาว์ ทำให้หาได้ยากอย่างยิ่งจนกระทั่งหลินจู๋สุ่ยเกิดขึ้นมา เด็กชายหลินความจริงต้องสิ้นอายุขัยตั้งแต่อายุไม่ถึงแปดปี ทว่าบิดามารดาของเขาไม่ยินยอม ใช้ศาสตร์เฟิงสุ่ยเปลี่ยนลิขิตฟ้า ทำให้เขารอดมาได้จนกระทั่งอายุประมาณ 28-29 ปี …ซึ่งตามชะตาหลินจู๋สุ่ยถูกลิขิตให้ต้องตายอีกตอน อายุ 30 ปี…หนนี้บิดามารดาไม่อยู่ แต่อีกาสามขายังอยู่…



>> หยินและหยาง


             การจะช่วยร่างที่มีพลังหยางสูงจำเป็นจะต้องมีร่างที่มีพลังหยินสูงอยู่ข้างกาย แต่โจวเจียอวี๋ คนที่เป็นนักต้มตุ๋นดันเสียชีวิตไปก่อน โจวเจียอวี๋ ที่ชื่อเดียวกันอีกคนและตายในเวลาเดียวกันจึงถูกอีกาสามขาดึงวิญญาณมาเข้าร่างแทน และมอบหน้าที่ให้โจวเจียอวี๋คนนี้คอยอยู่กับหลินจู๋สุ่ยก็พอ ทางหลินจู๋สุ่ยเองก็มองออกว่าวิญญาณโจวเจียอวี๋คนนี้ไม่ใช่คนเดิม จึงเปิดใจให้ แถมยังทำนายได้อีกว่าอีกฝ่ายเป็นคู่ชีวิต ในวันเกิดอายุ 30 ปี เขาจึงรอดชีวิตมาได้ เพราะมีปลาน้อยของตนอยู่เคียงข้าง



>> ฝืนลิขิตฟ้า


             การมองเห็นอนาคตนับเป็นการฝืนลิขิตฟ้า ทั้งตระกูลสวีและเมิ่งต่างล่มสลายเพราะท้าทายอำนาจบางอย่างของฟ้ามากไป และถูกฟ้าลิขิตให้เจอทัณฑ์สวรรค์ แต่ใช่ว่าอนาคตที่มองเห็นว่าถูกลิขิตจะเปลี่ยนไม่ได้ อย่างเช่นตระกูลสวียังมีผู้สืบทอดวิชากระดาษหลงเหลืออยู่ ทว่านี่ไม่ใช่สำหรับทางตระกูลเมิ่ง ซึ่งมีความต้องการต่างกัน … เขาต้องการทำลาย ‘กระดาษมองอนาคตคนที่คะนึงหา’ เล่มนี้ทิ้งไปเสีย เพราะทุกคนที่เห็นเรื่องไม่ดีของคนที่รัก หรือสิ่งที่รักย่อมต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นคืนจากความตายที่ทำให้คนตระกูลเมิ่งส่งต่อคำสั่งเสียแบบฝืนธรรมชาติอย่างการชุบชีวิตคนทั้งตระกูลมาถึงผู้เหลือรอดเพียงคนเดียวอย่างลาสบอส หรือแม้แต่ท่านหลินเองพอรู้อนาคตของโจวเจียอวี๋ก็ปรารถนาวิธีการฟื้นคืนนี้เช่นกัน ดังนั้นลาสบอสจึงต้องการให้หนังสือและคาถาที่ผิดพลาดนี้ถูกทำลาย…จากไฟหยางบริสุทธิ์ที่ชำระล้างทุกสิ่ง …หลินจู๋สุ่ยคือคำตอบของสมการนี้นั่นเอง



>> น้ำตายเมื่อขาดปลา ปลาอยู่ต่อไปไม่ได้เมื่อขาดน้ำ


               การจะทำให้ไฟหยางสูงสุด เราเดาว่าคงต้องใช้ลาวาช่วยเสริม ขณะเดียวกันก็ขาดธาตุหยินไปไม่ได้ โจวเจียอวี๋จึงต้องอยู่ที่นั่น ซึ่งตรงนี้เราแอบไม่เคลียร์นิด ๆ อาจจะได้คำตอบชัด ๆ ในการอ่านรอบถัดไป 🤔

               อย่างไรก็ตาม จี้ปาที่อยู่กับโจวเจียอวี๋มาเกือบสองปี ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะผูกพันและทำร้ายอีกฝ่ายให้ทรมานขนาดนี้ ยามที่ตนถูกปลดปล่อยและชนะสวรรค์ เขาจึงเสียใจมาก  ๆ และคงเป็นเขาที่เก็บวิญญาณโถน้อยกลับร่างเดิม (ที่เป็นข้าราชการวัยเกือบสามสิบคนนั้น) ทำให้โถน้อยฟื้นความทรงจำและกลับไปครองรักกับหลินจู๋สุ่ยได้ ทว่าตัวจี้ปาเองนอกจากขอให้โจวเจียอวี๋ลูบหัวตน (นี่เก็บกดเรื่องนี้มากเลยนะ ว่าขนตัวเองนุ่มกว่าพังพอนไหม) ความทรงจำเรื่องของจี้ปาทั้งหมด…เจ้าตัวไม่ให้ปลาน้อยจำได้เลย 🥺



           น่าจะเป็นจุดเดียวที่หน่วงมากค่ะ ถ้าขยี้กว่านี้น้ำคงไหลอีก


          ปมที่เราว่าแผ่ว แอบเดา ๆ ปะติดปะต่อเรื่องเอง คงเป็นช่วงลิขิตสวรรค์ กับปมตระกูลเมิ่งเนี่ยแหละค่ะ ลิขิตสวรรค์ถูกพูดถึงในสองเคสตระกูลใหญ่ แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลช่วงจี้ปาเพิ่มเติม ส่วนฝั่งลาสบอสเองก็ไม่ได้บอกชัดถึงวิธีการดำเนินการต่าง ๆ ทำให้ไม่มั่นใจว่าตกลงแล้วพิธีกรรมใช้ใครยังไง และท่านหลินที่เก่งมาก ๆ พลาดท่ายังไงกันแน่…



         8 ใน 10 ของเราเหตุก็ประมาณนี้ 

     แต่จริง ๆ เราอาจจะร้องไห้จนพลาดไปหลาย ๆ อย่าง เดี๋ยวอ่านซ้ำแน่นอนค่ะ ใครเข้าใจยังไง เราพลาดอะไรไป มาคอมเม้นต์เล่ากันได้นะคะ



ชาแดง


️






รีวิว แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ( 3 เล่มจบค่ะะ)

  แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ผู้แต่ง ปี่ข่าปี่ ผู้แปล จื่อซิน ผู้วาด 梨乖 酥 สำนักพิมพ์ Inltreebook เรื่องย่อ หลินชิงอวี่ แต...