วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

รีวิว [ฉบับเต็ม] ชีวิตของพวกผมสงบสุขจริง ๆ นะครับ (#ผู้รุกรานของผม)

 




ชีวิตของพวกผมสงบสุขจริง ๆ นะครับ

#ผู้รุกรานของผม

ผู้เขียน ชิงเซ่ออวี่อี้

ผู้แปล มู่หลินเซิน

ผู้วาด Allenkung1

สำนักพิมพ์ Freesia Book

เรื่องย่อ

หลัง อวี้หัว ตกงาน โหยวเจิ้งผิง รู้สึกชัดเจนว่าสามีเขาเปลี่ยนไป แม้อีกฝ่ายจะยังทำอาหารเช้า ทำงานบ้าน ส่งยิ้มอ่อนโยนกับเขาเป็นปกติ แต่กลับไม่แตะต้องเขาเลย ! นี่มันสัญญาณอันตรายอีกฝ่ายคงไม่เครียดเรื่องเงินในบ้านจนนึกจะหย่าเขา เพราะคิดว่าตัวเองเป็นภาระใช่ไหม ! กะแค่เงินหมุนเวียนในบ้าน เขาอยากบอกอีกฝ่ายว่าสบายมาก เงินเก็บเขามีเป็นล้าน งานตำรวจที่สำนักแขวงน่ะก็แค่บังหน้า เขาเป็นถึงผู้พิทักษ์เชียวนะ สามีที่รักยิ่งคนเดียวทำไมจะดูแลไม่ได้ ! ต้องหาทางดึงเงินส่วนนี้มาใช้ลดความกดดันของอวี้หัวให้ได้เลย ... แต่โหยวเจิ้งผิงเองก็คงคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าสามีของเขาเองก็มีความลับไม่ธรรมดา เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา เรื่องนี้เดิมพันกับชีวิตรักอันสงบสุขของพวกเขาต่างหาก !!!


รีวิวสปอยล์ปานกลาง ผู้รุกรานของผม 

ชวน Talk ฉากที่ชอบ 

 

พื้นที่ความเห็นแบบปลอดสปอยล์

ชีวิตของพวกผมสงบสุขจริง ๆ นะครับ เป็นนิยายเรื่องที่สองจากสามที่เราได้อ่านของคุณนักเขียนค่ะ (เรื่องที่สามคือจอมมารก็อยากรู้เช่นกันค่ะ ตอนนี้ออกมาหนึ่งเล่ม) ต้องบอกว่าจากเรื่องแรก เขาหาว่าผมถูกผีหลอก ที่มีเล่มเดียวจบ เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน แต่มีเสน่ห์ตรงที่มุมมองการนำเสนอแตกต่างจากนิยายปราบผีเรื่องอื่น ไล่มาเป็นชีวิตของพวกผมสงบสุขจริง ๆ นะครับ...เสน่ห์การเลือกเล่ามุมมองที่แตกต่างยังคงไว้เลยค่ะ ถ้าเทียบกับนิยายระบบเรื่องอื่น ๆ พวกเราคงเหมือนตาม “ผู้รุกราน” ทะลุไปโลกต่าง ๆ แต่นิยายเรื่องนี้ เราอยู่ฝั่ง “ผู้ถูกรุกราน” และ “ผู้รุกรานเกษียณอายุ” แทน เสริมกับปมความสัมพันธ์ของตัวเอกที่เป็นคนรักกันอยู่แล้ว ถึงขนาดแต่งงานมาแล้วถึง 3 ปี ยิ่งจูงใจให้ติดตามพวกเขาฝ่าปมต่าง ๆ ที่ทวีความใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สนุกเลยค่ะสำหรับเรา นอกจากความรักของคู่เอก ยังมี่มิตรภาพและความทีมอีก ใช่ทางมาก ๆ ค่ะ

แต่ถ้าถามว่าอ่านจบแล้วเรื่องนี้จริง ๆ แกนเรื่องคืออะไร เราคิดว่าคือ “ความหมายของการมีชีวิต” ค่ะ เพราะอะไรเดี๋ยวขอเล่าตรงสปอยล์ เรามาเล่าแบบพยายามไม่สปอยล์กันก่อนดีกว่าค่ะ

โหยวเจิ้งผิงแต่งงานกับอวี้หัวมาแล้ว 3 ปี จู่ ๆ วันหนึ่งสามีของเขาก็ตกงาน ซึ่งสำหรับโหยวเจิ้งผิงที่เบื้องหน้าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ความจริงแล้วเขาเป็น “ผู้พิทักษ์” ผู้มีพลังพิเศษที่ปกป้องโลกจาก “ผู้รุกราน” ในระดับหัวหน้าเขต กับการเลี้ยงสามีคนหนึ่งให้อยู่บ้านทำอาหารและทำงานบ้านเฉย ๆ นั้น เป็นเรื่องสบาย ๆ สำหรับเขามาก ถ้าไม่ใช่ว่าด้วยตำแหน่งเบื้องหน้าของเขามีเงินเดือนน้อยนิดจนไม่รู้จะดึงเงินที่แท้จริงออกมาใช้เลี้ยงคนรักยังไงโดยความไม่แตกว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา ! ขณะเดียวกันอวี้หัวอดีต “ผู้รุกราน” ฉายา “ผู้พิชิต” กำลังปวดหัวกับพลังภายในร่างที่ถูกบังคับปลดผนึกออกจนเขาควบคุมแรงของตนเองไม่ได้ แค่เดินปกติพื้นก็ร้าว ล้างจานตอนเช้าจานก็พากันแตกเป็นเสี่ยง ๆ แล้วแบบนี้เขาจะไปกล้าแตะต้องสามีที่รักได้ยังไงกัน ! สองสามีสามีที่ต่างมีความลับภายในจิตใจเป็นหมื่นล้านคำ เบื้องหน้ายังพยายามทำตัวธรรมดารักษาชีวิตรักอันปกติสุขไว้สุดชีวิต แต่เบื้องหลังต่างต้องพากันระงับเหตุของการที่ “ผู้รุกราน” กลับมาบุกโลกหลังจากหายไปถึง 15 ปี โหยวเจิ้งผิง ผู้พิทักษ์รุ่นใหม่ไม่ทราบสาเหตุของการรุกรานอย่างกะทันหันนี้ แต่สามีเขา อวี้หัว ทราบดี “ระบบ” ที่เขาแย่งพลังมาจนต้องสงบเสงียมไปถึง 15 ปีได้ตื่นขึ้นมาแล้ว และการปรากฏตัวของผู้รุกรานนี้ แท้จริงคือการตามล่าตัวเขาเพื่อระบบจะได้เอาพลังกลับคืนไป ท่ามกลางผู้รุกรานที่ปรากฏตัวคนแล้วคนเล่า คู่สามีสามีที่มีสถานะเสมือนยืนอยู่คนละฝั่งจะทำอย่างไรให้ชีวิตของพวกเขา...สงบสุขดีจริงๆ นะ ต่อไป

คะแนน 8.5/10

ถ้าหักก็คงจะมีช่วงก่อนสู่สงครามสุดท้ายค่ะ รู้สึกสถานการณ์ค่อนข้างยืดไปนิดนึง ทำให้ฟิลลิ่งของความเป็นศึกสุดท้าย หรือความลุ้นที่ความจริงกำลังเปิดเผยหายไปค่ะ นี่อาจเป็นสิ่งแลกมากับการเคลียร์ปมทุกตัวละครก็ได้ค่ะ แต่ส่วนตัวแอบเสียดาย ช่วงพีคเล่มสามจนต้นเล่มสี่เขาปูมาได้ลุ้นดีมาก ๆ แท้ ๆ ;----;

 



พื้นที่ความเห็นแบบสปอยล์ (อย่างละเอียด)

ชีวิตของพวกผมสงบสุขจริง ๆ นะครับ เป็นเรื่องที่เราชอบวิธีการเล่าเรื่องกับการวางและแก้ปมปัญหาของเรื่องมาก ๆ เลยค่ะ อย่างแรกวิธีการเล่าเรื่องของคุณนักเขียนทำให้เราเห็นภาพเหมือนนั่งดูอนิเมชั่นอยู่เลยค่ะ ซึ่งเรื่องนี้คงจะเป็นอนิเมชั่นฮีโร่ ที่เริ่มต้นด้วยคู่รักที่มีสถานะเหมือนยืนกันอยู่คนละฝั่ง ต่างตั้งทีมของตัวเองด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ชีวิตอันสงบสุขของพวกเขาค่ะ ฝั่งโหยวเจิ้นผิงจะเห็นพัฒนาการของทีมมากกว่า เพราะอวี้หัวแทบจะเป็นบอสลับที่ให้ความช่วยเหลืออยู่เงียบ ๆ เลยค่ะ

ทางด้านการวางและแก้ปมปัญหา เราประทับใจคุณนักเขียนมากกกกค่ะ รู้สึกเลยว่าคุณนักเขียนต้องทำการบ้านหาคำอธิบายเกี่ยวกับระบบ อาณาเขต การสร้างกฎและเวลา เพื่อนำมาผสมผสานกับเรื่องราวให้ลงตัว และพยายามจะทำให้มันเข้าใจง่ายที่สุดโดยการพยายามยกตัวอย่าง ซึ่งเราอ่านทุกตัวอักษรค่ะ แต่ด้วยเป็นคนตกฟิสิกส์มาตลอดชีวิต ทำให้มีงง ๆ บ้าง ไม่มากก็น้อย แต่ต่อให้งงก็ไม่เสียอรรถรสค่ะ !!! ยังตื่นเต้นกับจังหวะคุณนักเขียนที่บิ้วการเปลี่ยนแปลงพลัง หรือพัฒนาการตัวละครทุกจุดเลยค่ะ และอย่างที่เรารู้สึกข้างต้น เรื่องนี้เป็นการเล่าให้เห็นทุกภาพรายละเอียดตอนสู้ เช่น จังหวะที่อวี้หัวโดนแย้งตัวไปจากมือโหยวเจิ้งผิง คุณนักเขียนสามารถบรรยายฉากนั้นให้เราอินเหมือนตัวละคร ว่าช่วงเวลาแค่เสี้ยววินาทีนั้น เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ฉับพลันจนแต่ละตัวละครตอบโต้ยังไงกันบ้าง แบบบ ภาพการ์ตูนฮีโร่เลยค่ะ ถ้าใครชอบอ่านแฟนตาซี สายบรรยาย บรรยากาศมิตรภาพการเป็นทีม ...คือเรื่องนี้น่าจะใช่ทางเลยค่ะ

โอเค กลับมาที่การวางปม (55555) นอกจากการหาคำตอบทุกรายละเอียดมาให้ รวมถึงแก้ปมตัวละครให้นักอ่านรู้จนไม่ต้องคิดต่อเองเลยแล้ว เรื่องนี้ยังมีสไตล์การเล่าแบบการ์ตูนสมัยก่อนอยู่ค่ะ นั่นก็คือ การที่กล่าวถึงปมบางอย่างก่อนให้ตัวละครขบคิด หรือตัวละครเกิดความขัดแย้งกันแล้วมีอีเว้นท์ หรือศัตรูบุก เพื่อแก้ปมนั้น ๆ เช่น เหลียนอวี่ฝานที่มองตรรกะมากกว่าสัญชาตญาณ หากต้องปกป้องคนหนึ่งร้อยคนต่อให้แลกคนหนึ่งคนนับว่าคุ้มค่า ขณะที่โหยวเจิ้งผิงกลับเชื่อมั่นสัญชาตญาณและมักพูดว่าเขาไม่เลือกสักอย่างแต่จะปกป้องทั้งหมดไว้ให้ได้ จากนั้น นักเขียนจะดึงคนอ่านเข้าอีเว้นท์ เพื่อพาไปหาคำตอบว่า คำพูดของโหยวเจิ้งผิง คำทำได้หรือไม่ และฝั่งเหลียนอวี่ฝานเขาเองเลือกยังไง

เราอ่านเพลินเลยจริง ๆ ค่ะ วิธีการเล่าแบบนี้เหมือนจะทำให้เราเดาได้ว่าต่อไปอีเว้นท์ที่มาต้องแก้เรื่องนี้แน่ ๆ แต่พอคิดตามก็ตื่นเต้นค่ะ ว่าตัวละครจะทำได้ไหม พวกเขาจะให้คำตอบแบบไหน โดยเฉพาะคำถามหลักค่ะ “ชีวิตพวกผมสงบสุขดี” นี่เป็นความมุ่งมั่นของสองสามีสามี อวี้โหยว เป็น “ความหมายของการมีชีวิต” ของพวกเขาค่ะ

พออ่านจบ เราพบว่าแต่ละตัวละคร พยายามจะ “มีชีวิตอยู่” และพยายามไขว่คว้าชีวิตแบบที่พวกเขาต้องการ เป็นความหมายของการมีชีวิตอยู่ที่พวกเขาอยากจะให้เกิดขึ้นค่ะ เราขอเล่าเป็นคนๆ  ไปในเรื่องนะคะ มีสปอยล์หนักแน่ ๆ อ่านก่อนมาเมาท์ด้วยกันจะดีกว่าค่ะ


 



อวี้หัว : พระเอกคนเก่งของเรา ชายหนุ่มที่มีความอบอุ่น อ่อนโยน ชอบดูแลคนรักมาก ๆ ทำอาหารและงานบ้านเก่งเป็นที่หนึ่ง แต่เขาเป็นคนชอบควบคุม (ยกเว้นมากก กับคนรัก) ชอบวางแผน รักหน้าตาเป็นที่สุด ทำอะไรอ้อมค้อม อยากให้คนรักเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนไม่เป็นเวลา ก็ไม่บังคับ ไม่ว่า แต่เลือกจะอดหลับอดนอนและทำให้คนรักเห็นว่าเขานอนไม่หลับถ้าไม่มีโหยวเจิ้งผิงนอนอยู่ข้าง ๆ เขาเป็นคนที่ดูสมบูรณ์แบบมาก มากจนน่ากลัวและขาด “ชีวิต”

อย่างที่พวกเรารู้กันว่าอวี้หัวเป็นเพลเยอร์ที่ผ่านด่านมาแล้ว 3000 กว่าด่าน มีชีวิตอยู่มาแล้ว 2000 กว่าปี ความรู้สึกของการมีชีวิตมันชืดชาไปหมดแล้ว ทุกอย่างที่เขาวางหลังจากผนึกพลังมายังโลกนี้ เหมือนคนที่มารอความตายมากกว่า จนกระทั่งพบรุ้ง ... โหยวเจิ้งผิงเหมือนรุ้งหลังฟ้ามืดครึ่มจนโลกกลายเป็นสีเทาหม่น เขาเป็นเหมือนสีสันนานาชนิดที่เข้ามาทำให้โลกสมบูรณ์แบบของอวี้หัวยุ่งเหยิงมีชีวิตชีวา ดังนั้นความหมายของการมีชีวิตอยู่ของอวี้หัว จึงเรียบง่ายมาก แค่ขอมีชีวิตอย่างสงบสุขไปวัน ๆ กับ “เสี่ยวโหยว” ก็พอแล้ว

เราจะรู้สึกเลยว่าอวี้หัวถ้าขาดโหยวเจิ้งผิงจริง ๆ เขาจะเหมือนคนที่ตายด้าน เขาไม่เชื่ออะไรเลยในตัวเอง แม้แต่ประสาทรับรส เขากินข้าวได้อร่อยก็เพราะเขามองเห็นว่าคนรักกินแล้วอร่อย ไม่ใช่ว่าเขารู้สึกอร่อยเอง เขาเป็นคนที่เก่งมากขนาดที่แม้แต่คนรัก เขาก็ไม่เคยรู้เลยว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งแค่ไหน เพราะสำหรับอวี้หัวแล้วทุกคนอ่อนแอกว่าเขาหมด จนกระทั่งเขาได้อยู่ข้างกายคนรักตอนปฏิบัติหน้าที่จริง ๆ เขาเริ่มมองทุกอย่างใหม่ ให้คนรักได้ปกป้อง ให้คนรักอยู่เคียงข้าง เขายอมให้ตัวเองไม่สมบูรณ์แบบเพื่อให้โหยวเจิ้งผิงเขามาทำหน้าที่เหล่านั้น เราชอบสุดคือในตอนสุดท้ายที่โหยวเจิ้งผิงมาช่วยเขา ...ดึงเขาไปกอดแล้วอวี้หัวฟังเสียงหัวใจโหยวเจิ้งผิงแล้วบอกว่า นี่แหละคือชีวิต เรารู้สึกดีใจจริง ๆ ที่เขาได้แต่งงานกับคนคนนี้ ;----;

โหยวเจิ้งผิง : เรารู้สึกว่าด้วยชีวิตช่วงแรกของการเป็นผู้พิทักษ์ โหยวเจิ้งผิงยังไม่เคยทำงานจริง เขาเลยใช้ชีวิตสงบสุขกับอวี้หัวแบบสบายกายสบายใจมาโดยตลอด นั่นทำให้เมื่อเกิดเรื่องขึ้น โหยวเจิ้งผิงจึงหวงแหนวันเวลาของชีวิต “สงบสุข”อย่างมาก ยิ่งตอนเขารู้ความลับของอวี้หัว เขายิ่งพยายามทวงวันเวลาธรรมดา ๆ ให้กลับมาได้มากที่สุดและเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ และเขาเลือกที่จะไม่ทิ้งจุดยืนตัวเอง ไม่ว่าจะในฐานะคนรักหรือผู้พิทักษ์ แล้วปล่อยให้อวี้หัวเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่าง ๆ เพียงคนเดียว ใน “ชีวิตสงบสุขเหมือนทุก ๆ วัน” ของโหยวเจิ้งผิง ยังไงก็ต้องมีอวี้หัวอยู่ในนั้น ความหมายในการมีชีวิตของเขาก็แทบจะเป็นการปกป้องวันเวลาสงบสุขที่คนรักต้องการก็ว่าได้

โหยวเจิ้งผิงเป็นตัวละครที่พัฒนาการเยอะคนหนึ่งและส่งผลไปยังตัวละครอื่น ๆ ถ้าเป็นแนวฮีโร่ เขาคือพระเอก คือหัวหน้าที่รวมแก๊งไปปราบบอส โดยมีคนรักเป็นบอสลับคอยช่วยสนับสนุนอยู่ลับ ๆ ถ้าถามเราว่าในที่อ่านจบมาใครดูเป็นพระเอกมากสุด ก็คือโหยวเจิ้งผิง นักเขียนสร้างเขาขึ้นมาให้มีทัศนคติของการ “ปกป้อง” สูงมาก ทั้งกับโลก ผู้คนและคนรัก เขาเหมือนคนไม่ประมาณตัวเองที่คิดจะปกป้องทุกอย่างไว้ทั้งหมด แต่เขาก็ทลายขีดจำกัดตัวเองเพื่อทำตามปณิธานนั้นจนสำเร็จ เราอ่านแล้วเชียร์และตื่นเต้นเสมอเวลาโหยวเจิ้งผิงค้นพบพลังใหม่ ๆ เลยค่ะ และประทับใจความคลั่งรักของเขาที่มีให้อวี้หัวจริง ๆ ยอมใจเลยย

เจิ้นหลี : ในบรรดาตัวละครทั้งหมด เรารักเจิ้นหลีที่สุด ถ้าได้อ่านเราเล่าตั้งแต่สองเล่มแรก เราหวีดเจิ้นหลีบ่อยมาก ๆ (หวีดจับคู่ 55555) เจิ้นหลี เป็นตัวละครที่ใสซื่อ ไม่มีนอกมีใน เหมือนเป็นแรงงานทาสของอวี้หัว แต่ตัวละครที่ธรรมดาที่สุดเนี่ยแหละค่ะ ที่โดดเด่นเรื่องการใช้ชีวิตที่สุด สิ่งที่เขาต้องการมาตลอด คือ อิสระ เขาต้องการอิสระที่จะกิน อิสระที่จะแต่งตัว อิสระที่ต้องการใช้ชีวิต จุดมุ่งหมายของเขาขอแค่นี้เลยค่ะ

ตัวละครตัวนี้ มีอิทธิพลกับอวี้หัวมาก จะเห็นได้ว่าเล่มสองกับเล่มสาม เจิ้นหลี เป็นตัวละครที่อวี้หัวเลือกจะเปิดใจคุยและขอความคิดเห็นกับอีกฝ่ายบ่อย ๆ เจิ้นหลีเป็นตัวละครที่ปกติและมีความเห็นอกเห็นใจสูงมาก เขามอบแนวคิดการมีชีวิตของคนธรรมดาให้อวี้หัวและการพยายามใช้ชีวิตของเขาก็ทำให้เฉินเซียวเปิดใจคอยตามดูแล รวมถึงทำให้ตัวละครอื่นใจเย็นลงและเปลี่ยนมุมมองต่อเพลเยอร์ เรียกว่า เป็นตัวแปรสำคัญในเรื่องเลยค่ะ ฉากที่เราชอบที่สุดของเขาก็คือสองฉากที่เขาได้คุยกับอวี้หัวเกี่ยวกับการใช้ชีวิตเนี่ยแหละค่ะ หลังจากนี้ก็หวังว่าเขาจะได้เป็น ไอดอล ได้แต่งตัวอย่างที่ชอบเยอะ ๆ มีอิสระทางการเงินพอซื้อตู้เสื้อผ้าใหญ่ ๆ เป็นของตัวเองค่ะ

เหลียนอวี่ฝาน : บรรดาตัวละครผู้พิทักษ์ เหลี่ยนอวี่ฝาน เป็นคนมีปมหนักที่สุดคนหนึ่งเลยค่ะ การใช้ชีวิตที่เขาอยากได้มาตลอด คือการกลับไปยังครอบครัวอบอุ่นในอดีต กว่าครึ่งชีวิตที่ผ่านมาของเขาคือ “ต้องการอดีตคืนมา” เหลี่ยนอวี่ฝาน เป็นคนที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับโครงการ ต้นกำเนิดในวัยเด็ก พลังพิเศษของเขาตื่นช้าเกินไป แม่ของเขาที่ถูกกดดันว่าพ่อจะต้องไปมีใครคนอื่นจึงเครียดมาก แต่พ่อของเขาเองก็ไม่ยอม จนกระทั่งเสียไปในสนามรบกับเพลเยอร์ พลังของเหลียนอวี่ฝานถึงตื่น ... แต่มันไม่ทันแล้ว แม่ของเขาเจ็บปวดมาก และเลือกที่จะลืมทุกอย่าง

เขาคิดมาตลอดว่าแม่ของเขาโดนบังคับเอาความทรงจำในอดีตเกี่ยวกับพ่อและตัวเขาไป จนกระทั่งได้ปฏิบัติภารกิจกับลั่วหวายพร้อมกับโหยวเจิ้งผิงและเฉินเซียว เขาถึงได้รู้ว่า ลั่วหวายจะดึงความทรงจำใครต่อใครออกมาได้ ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายยินยอมเท่านั้น ปมในใจตรงนี้ถูกแก้ระหว่างทางมาตลอด ตัวละครตัวนี้แรก ๆ เราไม่ชอบเลยค่ะ จนกระทั่งเห็นเขาคิดยังไงก็ทำแบบนั้นจริง ๆ เราเลยเริ่มประทับใจ ยิ่งเห็นพัฒนาการของเขาจนมาร่วมทีมกับเดอะแก๊งอย่างดี ยิ่งชอบมากเรื่อย ๆ สุดท้าย ตัวละครนี้ก็หลุดพ้นจากอดีตและได้เป้าหมายในชีวิตครั้งใหม่ “มีชีวิตเพื่ออนาคตของตัวเอง”

ลั่วหวาย : พูดถึงเหลียนอวี่ฝานแล้วก็ต้องต่อด้วยคนนี้ เขามีบทบาทไม่เท่าเหลียนอวี่ฝาน แต่ก็เป็นตัวละครสำคัญตัวหนึ่งที่ได้เปลี่ยนแปลงไป เพราะพบกับหยวนลั่วรื่อและจวินจวิน เขาเหมือนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างกับตัวเอง จนสามารถยื้อความรู้สึกต้องอยู่ต่อไปกระทั่งถึงตอนที่สูญเสียพลัง

พลังของลั่วหวายคือ การเก็บรักษาความทรงจำของคนอื่น ผลจากพลังนี้ทำให้เขาเป็นซึมเศร้าได้ง่าย เมื่อยิ่งแบกความทรงจำมากขึ้น นอกจากนี้ผู้คนธรรมดายังไม่สามารถจดจำใบหน้าเขาได้ ดังนั้น ความหมายของการมีชีวิตของเขา คือการที่ตัวเอง “เป็นคนธรรมดา” เขาเป็นคนที่อยากสูญเสียพลังมากกว่าใคร ๆ ตอนท้ายที่ได้รู้ว่า เขาดีใจทุกครั้งที่มีคนชมว่าเขาหล่อ เราแบบจึ้กใจจริง ๆ เพราะไม่เคยมีใครจดจำเขาได้ การที่มีคนชมเขาหมายความว่าอีกฝ่ายเห็นใบหน้าเขาแล้ว มันทำให้เรารู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ กับตัวเขาในอดีตและดีใจจริง ๆ ที่เขาได้ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาคนหนึ่งตามต้องการ

หวนจื่อซวีกับเฟิงขุย : สองคนนี้ต้องมาเป็นคู่ เพราะความหมายของชีวิตของพวกเขา เรามองว่าคือการ “มีชีวิตอยู่ร่วมกัน” เพราะการเป็นเพลเยอร์มีบททดสอบหลายด่าน ที่พยายามบังคับให้พวกเขาทั้งคู่ต้องทรยศกัน หรือกำจัดกันทิ้ง ซึ้งพวกเขาสองคนแลกเปลี่ยนอะไรไปเยอะมาก เพื่อที่จะรักษากันและกันเอาไว้ โดยที่พวกเขาต่างก็รู้ว่า ถ้าขาดคนใดคนหนึ่งไปพวกเขาจะอยู่ไม่ได้

หวนจื่อซวีมองว่าตัวเองเป็นคนเจ้าเล่ห์ เขารู้ตัวดีว่าเขาไม่ใช่คนดี เขาต้องมีเฟิงขุยคอยฉุดเขากลับมา ขณะเดียวกันเขาปล่อยเฟิงขุยอยู่คนเดียวไม่ได้ เพราะความไม่ทันคนของอีกฝ่ายทำให้เขากังวลว่าจะอยู่ในสังคมไม่รอด เฟิงขุยต้องมีเขาดูแล !

เฟิงขุยจะรู้สึกว่าอาซวีของเขาเป็นคนดี เขาอยู่เคียงข้างอีกฝ่าย เพราะอยากคอยปกป้องดูแล ไม่ให้ใครทำร้ายได้ ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าในสังคมการใช้ชีวิต เขาต้องให้หวนจื่อซวีคอยช่วย จึงมีหลายครั้งเขารู้สึกว่าตัวเองอาจจะเป็นตัวถ่วง ซึ่งสำหรับหวนจื่อซวี ที่เคยมองว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงเฟิงขุยตอนเป็นเพลเยอร์ไม่มีทางทิ้งเขาเด็ดขาดเหมือนกัน ดังนั้นเฟิงขุยจึงยังไงก็ได้ ขอแค่ได้อยู่กับอาซวีของเขาก็พอ ... เป็นตัวละครที่น่ารักมากคนหนึ่งเลยค่ะ

สำหรับตัวละครเด่นอย่างเฉินเซียวและหยวนลั่วรื่อ มีบทบาทค่อนข้างมากในการสมทบ ความหมายชีวิตของคนอื่น ๆ ตัวพวกเขาเองก็ได้พบเส้นทางใหม่เช่นกันค่ะ อย่างลั่วรื่อคงอยากเป็นนักกฎหมาย เฉินเซียวคงเป็นการลดความอ้วน (แซวค่ะคนนี้ เขาทนไม่ได้ที่เจิ้นหลีจำตัวเองไม่ได้ตอนคอลคุยกัน 5555) และผู้จัดการฮัส ก็ได้ใช้ชีวิตเป็นฮัสกี้สุดฉลาดของจวินจวินต่อไป ... อ่านจบแล้ว ชีวิตพวกเขาสงบสุขมากเลยค่ะ ปิดฉากเหมือนหนัง ตอนพิเศษคือเอ็นเครดิต ถ้าสักวันหนึ่งโลกกลับมามีภัย พวกเขาก็จะได้รับพลังจาก “โลก” และทำการพิทักษ์อีกครั้ง ...ประมาณนั้นเลยค่ะ

อ่านแล้วเราแฮปปี้มาก ๆ เพลินสุด ๆ อยากหวีดตอนโหยวเจิ้งผิงท่องเวลาย้อนไปตอนอวี้หัวเป็นเพลเยอร์ แต่กลัวจะยาว ใครอ่านแล้วมาหวีดฉากด้วยกันได้นะคะ ท่อนนี้เป็นอีเว้นท์ที่เราชอบที่สุดเลยค่ะ น้ำตาซึมด้วย TT


ชาแดง


วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

รีวิว เมื่อผมพบรักในเกมออนไลน์ [1-2 ฉบับเต็ม]

 



เมื่อผมพบรักในเกมออนไลน์ (1-2 จบแล้วว)

ผู้เขียน Tao Bai Bai

ผู้วาด Welkin

ผู้แปล อ้วนสุด

สำนักพิมพ์ Mee-D Max

เรื่องย่อ

            หลินช่วง ต้องตกงานอย่างไม่เป็นธรรมทำให้เขาอยู่ต้องมองหางานใหม่ ระหว่างนี้เอง เขาก็ตัดสินใจกลับไปเล่นเกมอีกครั้งหลังจากไม่ได้เข้าไปเล่นมานาน เพราะอกหักจาก  หลิ่วอีอี แต่เขาพบว่า ID ของเขาถูกขโมย !! หลังจากกู้คืนกลับมาได้ แทนที่ตัวละครของเขาจะถูกกลั่นแกล้งอับอายไว้มุมหนึ่งของเมือง แต่กลับกลายมาเป็นคนรักของหัวหน้ากิลด์ดังอย่าง หยางฮวาร่วงโรย !? และตอนนี้นอกจากแหวนของอีกฝ่ายจะมาอยู่ที่นิ้วของเขา แหวนที่เขาตั้งใจจะให้หลิ่วอีอีก็อยู่บนนิ้วอีกฝ่าย นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นนนน

                หยางฮวาร่วงโรย : จุ๊บ ๆ  (づ ̄ ³)

            หยางฮวาร่วงโรย : ที่รักออนแล้วววว ~~~

                สูงกว่ารวยกว่าหล่อกว่า : …// WHAT !!!!

 


พื้นที่ความเห็นแบบปลอดสปอยล์

                เมื่อผมพบรักในเกมออนไลน์ เป็นเรื่องที่เราอ่านตัวอย่างแล้วรู้สึกว่าน่าติดตามมากค่ะ หลังจากคิดว่าจะไม่เก็บก็เปลี่ยนใจเป็นเก็บมาเรียบร้อย 55555 แล้วก็ไม่ผิดหวังค่ะ สนุกกว่าที่คิดมาก ๆ แก่นเรื่องนี้ค่อยชัดเจนค่ะ คล้าย ๆ สำนวนรู้หน้าไม่รู้ใจ นิยายเรื่องนี้ก็รู้เพียงหน้าหนึ่งในเกมผ่านตัวอักษร ไม่สามารถรู้ได้ว่าตัวตนจริง ๆ เขาเป็นอย่างไร ดังนั้น ความรักออนไลน์ จะมั่นใจได้อย่างไรว่ากลายเป็นรักแท้จริง

                เรื่องของเมื่อพบรักในเกมออนไลน์ เกิดจากที่หลินช่วงถูกขโมย ID และหัวขโมยก็ไปหลอกแต่งงานกับหัวหน้ากิลด์เมืองอัสดง ชื่อว่า หยางฮวาร่วงโรย ซึ่งคน ๆ นี้เป็นคนรักที่เปย์ทุกอย่างได้เพื่อคนรัก อ้อนเก่ง คุยเก่งและชอบวิ่งไปรอบ ๆ ตัวละครของหลินช่วงเพื่อเรียกร้องความสนใจเสมอ หลินช่วงสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายดูจะจริงใจมาก ทำให้เขารู้สึกผิดเหมือนคนเข้ามาสวมรอย แต่ก็เคืองบหัวขโมยที่พบว่าระหว่างใช้ ID ของเขาก็หลอกไถหยางฮวาร่วงโรยไปไม่น้อย หลินช่วงพยายามจะบอกความจริง แต่เหมือนจังหวะไม่เคยเป็นใจค่ะ เขาพลาดได้ตลอด แถมต่อให้บอกไปอีกฝ่ายก็ไม่เชื่อ (น้องหลินทำตัวไม่ถูกแล้ว) การได้รับความเอาใจใส่ โดยมีคำว่า “เขาคิดว่าตนเป็นคนอื่น” ทำให้หลินช่วงทั้งอึดอัด และมีความสุขกับความห่วงใยนั้น ขณะเดียวกันใจของเขาในโลกความจริงก็เริ่มจะตกหลุมรักอีกฝ่ายเข้าไปทุกที ๆ โดยที่คำว่า “โลกออนไลน์ แม้แต่คนรักนายเปลี่ยนไปยังไม่รู้เลย”

                ขณะที่พระเอกมั่นใจมากว่า คน ๆ แหละคือคนรักของเขา และยืนยันว่าเขารู้จักนายเอกดี หลินช่วงยังเป็นคนดีคนเดิมที่เขาหลงรักมาตลอด

                ต้องมาลองติดตามดูแล้วค่ะ ว่าความรักออนไลน์ครั้งนี้ ของทั้งสองคน ใครกันแน่ที่ เข้าใจผิด หรือพวกเขาต่างก็ เข้าใจผิด ...และในโลกความเป็นจริงล่ะ เมื่อพบใบหน้าที่แท้จริง (ทั้งหน้าตาและนิสัย) พวกเขาจะยังหลงรักกันเหมือนเดิมอย่างที่พูดกันไหม

 

คะแนน 8/10

 

                สำหรับแนวเรื่องประมาณนี้ พล็อตและการนำเสนอ ครบถ้วนสมบูรณ์มากค่ะ มีสองสามอย่างที่รู้สึกขาด คือบทบาทพ่อแม่นายเอกที่หายไป แต่พ่อแม่พระเอกที่ไม่เคยออกกับมีประเด็นสำคัญในเรื่องความสัมพันธ์แทน สองคือมุมมองพระเอกตอนที่เขาหวานกันแล้ว อยากได้ยินการแทนตัวเหมือนในเกมมากกว่านี้ค่ะ (ถึงตอนเรียกคุณกันก็น่ารักมากก็ตามมม) สาม เรื่องราวของหน้าที่การงานนายเอกค่อนข้างมีมุมมองที่น่าสนใจค่ะ ถ้าตบสรุปมากกว่านี้อีกหน่อยน่าจะดี แต่ภาพรวมคือกลมกล่อมแล้วค่ะ หักจริงจังคือเรื่องพ่อแม่เลยค่ะ หายไปไหนน้า กับ โผล่มาจากไหนน้า

 


 

พื้นที่ความเห็นแบบสปอยล์ (อย่างละเอียด)

                เมื่อผมพบรักในเกมออนไลน์ มีจังหวะของเรื่องที่น่าสนใจมากเลยค่ะ ด้วยความที่ตรงไปตรงมา แต่จุดพลิกดึงให้เราติดหนึบตลอด สื่อถึง ความรักออนไลน์ จะมั่นใจได้อย่างไรว่ากลายเป็นรักแท้จริง ได้ชัดเจนมาก ต่อจากนี้อาจมีสปอยล์ว่าพระเอกคือใคร ทุกคนโปรดพิจารณาก่อนจะเลื่อนลง ถ้าเป็นไปได้อ่านจบแล้วค่อยมาเมาท์ด้วยกันได้นะคะ

 

>> รีวิวสปอยล์ปานกลาง

>> รีวิวสปอยล์ปานกลาง+Talk

 

 


จุดพลิกที่ 1 : การประกาศแต่งงานที่โด่งดังทั้งเซิร์ฟเวอร์ แต่คนที่ยืนตรงนั้นไม่ใช่เขา

“นี่แหละความรักออนไลน์ ขนาดคนรักเปลี่ยนเป็นเขา อีกฝ่ายยังไม่รู้เลย”

                จุดแรกอย่างที่เล่าข้างบนค่ะ หลังหลินช่วงได้ ID คืนเขาก็พลาดจังหวะบอกหยางฮวาร่วงโรยตลอดว่าจริง ๆ แล้วคนที่เจ้าตัวสารภาพรักไม่ใช่เขา แต่เป็นคนอื่น ID นี้ถูกคนขโมยไป ! ทว่าอยู่ด้วยกันเรื่อย ๆ นิสัยของหลินช่วงกับหัวขโมยย่อมไม่เหมือนกัน และคนอ่านอย่างเราจะยิ่งสะกิดใจจากตัวละครว่าแม้แต่ฝีมือการเล่น นายเอกยังเก่งกว่าหัวขโมยมาก ๆ เพราะก่อนเขามาปั้น ID นี้ เขาเคยเล่นตัวละครอื่นในเมืองอื่นมาก่อน (แต่ไปมีเรื่องมาเลยต้องลบ ID นั้นทิ้งแล้วสร้างตัวใหม่) ดังนั้นพวกเราจะทำให้ถูกเอะใจว่า ... พระเอกจะไม่รู้จริง ๆ เหรอว่า ID นี้ถูกเปลี่ยนคน ... เว้นแต่เขาจะรู้อยู่แล้วว่าปกตินายเอกเป็นคนแบบนี้

                ทางนายเอกเองที่ถูกทิ้งอยู่ระหว่างทางที่ลำบากใจก็มีอะไรให้สะกิดใจเช่นกันค่ะ ทั้งช่วงเวลาการเก็บ ไอเทมขอแต่งงานของพระเอก ทั้งช่วงเวลาที่พระเอกกับ ID ของเขาเจอกัน มันมีเพียงสองสัปดาห์ ไม่มีทางเลยที่พระเอกจะเก็บไอเทมขอแต่งงานทัน ...นั่นหมายความว่า พระเอกต้องเก็บสะสมเป็นเดือนแล้ว ซึ่งช่วงเวลานั้น นายเอกยังเป็นเจ้าของ ID อยู่ ปริศนายิ่งน่าลุ้น ขณะที่คนอ่านเองก็เริ่มเดาได้เลา ๆ ค่ะ เชื่อเลยว่าทุกคนต้องรู้ แต่อดลุ้นไปกับนายเอกตอนสารภาพความจริงไม่ได้ว่า พระเอกจะมีปฏิกิริยายังไง

                นี่เป็นจุดพลิกแรกของความสัมพันธ์ที่ทำให้เรารู้ว่า พระเอกกับนายเอกความจริงรู้จักกันมาสักพักผ่านทางออนไลน์ จินตนาการของพระเอกมองว่านายเอกเป็นคนเท่ เงียบ ๆ ที่เอาใจใส่ ส่วนนายเอกมองว่าพระเอกเป็นคนคุยเก่ง ขี้อ้อน งอนบ้าง แต่ง้อง่าย และดูแลเก่ง พูดได้ว่าทั้งสองคนต่างเป็นจุดแพ้ทางของกันและกัน โดยเฉพาะนายเอก...เราบอกได้เลยว่าเขาตกหลุมรักพระเอกโดยไม่รู้ว่าคือใคร ถึง 3 ครั้งค่ะ จบจุดพลิกนี้ เราสรุปให้ว่าเขาหลงรักพระเอกสองรอบแล้วค่ะ 5555555 มาที่จุดพลิกถัดไปกันค่ะ

 

จุดพลิก 2 : ตัวตนจริง ๆ กับจินตนาการที่ไม่เหมือนกัน

                จุดพลิกที่ 2 ความจริงแบ่งออกเป็นสองช่วงที่คาบเกี่ยวกับจุดพลิกแรก

                หนึ่ง (2.1) คือ ความสับสนของนายเอกระหว่างที่เขายังไม่เข้าใขว่าตนเองหลงรักพระเอก ที่ตอนนั้นยังรู้จักในนาม หยางฮวาร่วงโรยจริงไหม กับคนทางออนไลน์ที่ไม่รู้จักว่าแท้จริงเป็นยังไง เขาจะตกลงปลงใจได้จริงหรือ

                ช่วงเวลานี้นายเอกจะเริ่มคุยกับพระเอกผ่านทาง QQ แล้วค่ะ ทางพระเอกจะคุยเสียง ซึ่งนายเอกบอกเสียงเพราะมากกกกก ส่วนนายเอกจะพิมพ์ข้อความ พระเอกคือน่ารักมากค่ะ ถ้าเขาเขินเขาจะพิมพ์แทน 55555 ณ เวลานี้สองคนติดต่อกันจนรู้ว่าอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ส่วนนายเอกที่จบแล้วกำลังรอรับปริญญาคือกำลังอยู่ในช่วงหางาน พอรู้ว่าพระเอกอยู่ที่นี่ ก็ตกใจมาก เพราะตอนนี้เขายังไม่ได้สารภาพว่า ตนถูกขโมย ID ไป เลยกลัวพระเอกจะรู้ว่าเขาเป็นผู้ชาย เลยพยายามเลี่ยงจะเจอพระเอก พระเอกอยากเจอยังไงก็ปฏิเสธ สุดท้ายพระเอกเลยเลือกที่จะส่งขนมให้แทนค่ะ

                เหตุนี้เองนายเอกเลยได้รู้จากคนรับของว่า คนที่มาส่งเป็นคนหอตรงกันข้าม ซึ่งบังเอิญเป็นเพื่อนของรุ่นน้องคนสนิทของนายเอก !

                คนใกล้ตัวขนาดนี้ยังไงนายเอกย่อมทนไม่ไหว แอบไปดูหน้าค่าตาและ การพบกันทำให้จินตนาการผ่านตัวอักษรของเขาจบลง ความจริงที่ว่า คนที่เขากำลังหลงรักเป็นผู้ชายร่างสูงใหญ่ตีเข้ามาใส่เขาอีกครั้ง และความจริงนี้เองก็ทำให้นายเอกพบกับทางเลือกในชีวิตจริงอีกอย่าง...มีผู้หญิงคนหนึ่งมาจีบเขา

                ณ จุดพลิกที่ 2.1 (555555) ทำให้นายเอกคุยกับตัวเองถึงความจริงที่ไม่ใช่โลกออนไลน์ ยิ่งคุยกับพระเอกแล้วอีกฝ่ายบอกว่าจริงจังกับเขามาก นายเอกยิ่งต้องคิดหนัก ช่วงเวลาของจุดพลิกนี้จบลงที่นายเอกตัดสินใจกับความรู้สึกของตัวเองได้แล้วค่ะว่าตนเอง รักหยางฮวาร่วงโรยจริง ๆ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรูปร่างเป็นยังไง

                ส่วนทางพระเอกไม่ต้องห่วงค่ะ รายนั้นรู้นานแล้วว่านายเอกเป็นผู้ชาย คุยกับตัวเองอยู่สามวันก็เดินหน้าจีบอย่างจริงจังเลยค่ะ 5555555

 



                จุดพลิกที่ 2.2  เป็นช่วงเวลากำหมัดของนักอ่าน เพราะพวกเราจะรู้ก่อนนายเอกค่ะว่าพระเอกคือใคร ! และพระเอกก็รู้ก่อนค่ะว่านายเอกคือใคร ! มันเป็นความอึดอัดสลับฝั่งค่ะ แต่ก็หนักหน่วงมาก นายเอกของพวกเราตอนแรกไม่อยากเจอพระเอก เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้พอเป็นคนใจร้อน ทำอะไรก็ลังเล แต่เพราะพระเอกยืนยันว่านายเอกดีที่สุดสำหรับเขา นายเอกเลยมั่นใจ ทั้งสองคนจึงตกลงนัดพบตัวจริงกันค่ะ

                ครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์คำพูดพระเอกก่อนบ้าง คำว่ายังไงนายเอกก็ดีที่สุด รู้จักนายเอกดีของเขา เมื่อพบเจอตัวจริงจะเป็นยังไง บอกเลยว่าพระนายเคยพบกันมาก่อน พระเอกเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีของนายเอกเลย และทุกครั้งที่พบกันพระเอกเป็นดาวแห่งโชคร้ายของนายเอกค่ะ จุดนี้เราจะเห็นความย้อนแย้งกัน ระหว่างโลกความจริงนายเอกเจอพระเอกคือความโชคร้าย แต่พอพูดคุยกันในฐานะคนรัก คน ๆ เดียวกันกลับเป็นความโชคดี ความอบอุ่นของนายเอก ...

                ทางฝั่งพระเอกพอรู้นายเอกเป็นใครเหมือนจังหวะนรกได้บังเกิดแก่เขาต่อหน้าคนที่ชอบเลยค่ะ เราอ่านละแบบ...เป็นสงสาร ... พระเอกในโลกความจริงตรงข้ามกับเวลาอยู่กับคนรักทางออนไลน์ เพราะเขาไม่ค่อยคุย หลังจากรู้ว่านายเอกเป็นใคร เจ้าตัวรับนิสัยนายเอกได้ทุกอย่างและพยายามจะเข้าหา โดยไม่บอกว่าตัวเองคือใคร เขาอยากให้นายเอกมองเขาในแง่ดีบ้าง แต่เรื่องไม่ค่อยเป็นไปตามที่คิดเท่าไรค่ะ อย่างที่เราบอก จังหวะของพระเอกนรกมาก แต่จุดนี้แหละค่ะยิ่งบีบให้เนื้อหาตรงนี้ ยืดเวลาพบกันของทั้งสองคน เพราะพระเอกเริ่มไม่มั่นใจว่านายเอกจะชอบตัวเอง เขาพยายามบอกว่า ในชีวิตจริงเขาเป็นคนที่น่าเบื่อมาก เขากลัวนายเอกจะรังเกลียด

                นายเอกพยายามบอกพระเอกว่าไม่ว่ายังไงตนก็รักพระเอก แต่พระเอกที่รู้ว่าใสนโลกความจริง เขาเป็นคนที่นายเอกไม่ชอบหน้า กลับยิ่งไม่กล้าเจอ เหตุนี้เองทั้งสองคนจึงยืดเวลาที่จะพบกันและทำให้รู้จักกันในชีวิตจริงมากขึ้น

                เราจะพบว่านายเอกโดนอคติบังตาไว้เยอะมาก ในชีวิตจริงพอนายเอกเริ่มรู้จักพระเอกที่เข้ามาหาจริง ๆ ก็สัมผัสได้ว่าคน ๆ นี้เป็นคนดี ตอนเมาคือชัดมากค่ะ พอลบอคติทิ้ง แค่ฟังเสียงนายเอกก็รู้แล้วว่าคนที่เดินข้าง  ๆ คือพระเอก

                การนำเสนอ ความแตกต่างของตัวตน ความขัดแย้งในชีวิตจริงของนักเขียนทำให้รู้สึกว่า ชื่อเรื่อง เมื่อผมพบรักในโลกออนไลน์ ดูมีมิติน่าติดตาม แน่นอนว่าพระนายเข้ากันได้ดี ส่วนหนึ่งเพราะพระเอกใจเย็น และนายเอกใจอ่อนกับคนอ้อนเก่ง และเข้าหาด้วยไม้อ่อน นอกจากนี้พวกเขายังรู้จักกันมาแล้วทั้งด้านที่ชอบและไม่ชอบ ความสัมพันธ์เลยไม่ได้น่ากลัวเท่ากับคู่อื่น ที่ไม่เคยพบหรือมีปฏิสัมพันธ์กันในชีวิตเลย

อย่างคู่หนึ่งของเรื่อง ที่มีบทช่วงหลังให้เราเห็นว่า การมาคบกับคนผ่านออนไลน์โดยไม่ทำความรู้จักกันมาก่อนในชีวิตจริงนั้นเลวร้ายขนาดไหน และดีว่าพระนายถึงไม่ได้เป็นคนใหญ่โตอะไรก็ยังพอจะช่วยอีกฝ่ายผ่านช่วงเวลานี้ไปได้

เมื่อผมพบรักในเกมออนไลน์ เป็นนิยายรักที่น่ารักอ่านเพลินแบบมีลุ้น ๆ เรื่องหนึ่งเลยค่ะ เรายังคงบ่นเป็นรอบที่สามว่าอยากได้ตอนพิเศษช่วงอยู่ด้วยกันเพิ่ม แต่อย่างที่สัญญากับตัวเองไว้ ว่าจะพยายามไม่หลุดว่าพระเอกคือใคร แต่คนที่กำลังอ่านอยู่น่าจะพอเดาได้ บริบทที่เราเล่าก็ไกด์พอสมควรเลยค่ะ แต่นี่เป็นรีวิวฉบับเต็ม และสถานะของพระเอกเป็นความขัดแย้งหลักกับนายเอกในโลกความจริง ไม่พูดถึงไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ใครชื่นชอบแนวนี้ลองอ่านตัวอย่างก่อนได้นะคะ สองเล่มจบเรียกว่ากำลังดีเลยค่ะ ^^

สุดท้ายยยจริง ๆ น้องแมวในเรื่องน่ารักกกก มากค่ะ >W<


ชาแดง



วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

รีวิว My Five Elements are short of You – ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ ~ เล่ม 1-2 (ฉบับเต็ม)

 


My Five Elements are short of You – ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ ~

ผู้เขียน ซีจื่อซวี่

ผู้แปล Rear

ผู้วาด Mind*creator

สำนักพิมพ์ IRIS BOOK

 

เรื่องย่อ

โจวเจียอวี๋ ถูกรถบรรทุกชนเสียชีวิตด้วยวัย วัย 28 ปี แต่เขาไม่ได้ฟื้นมาที่โลกหลังความตาย ชายหนุ่มได้เข้าร่างเด็กหนุ่มวัย 18 ปี อาชีพนักต้มตุ๋นไปเสียแล้ว แถมยังอยู่ในสภาพที่โดนคนของปรมาจารย์ด้านเฟิงสุ่ยสำนักดังจับได้และกำลังนำเขาไปพบเจ้าสำนักเฟิงสุ่ยชื่อดัง หลินจู๋สุ่ย ด้วยความสับสนมึนงง โจวเจียอวี๋มองเห็นปราณมงคล หลินจู๋สุ่ยจึงรับไว้ฝึกสอน และตอนนั้นเองอีกาทองสามขา จี้ปา ก็ปรากฏตัวในหัวของเขา พร้อมบอกว่าเจ้าตัวเป็นต้นเหตุของการดึงวิญญาณโจวเจียอวี๋มาเกิดใหม่ในร่างนี้นั่นเอง ภารกิจของชีวิตใหม่ที่ลูกอีกาทองสามขาอยากให้เขาทำไม่มีอะไรซับซ้อน ขอเพียงอยู่ข้างหลินจู๋สุ่ยจนกว่าจะค้นพบวิธีแก้ลางหายนะของอีกฝ่าย หลังจากสำเร็จโจวเจียอวี๋อยากใช้ชีวิตแบบไหนก็ย่อมได้...เพียงแต่ลูกอีกาทองเองก็ตอบเขาเกี่ยวสาเหตุและวิธีแก้ลางร้ายนั้นไม่ได้ โจวเจียอวี๋จึงทำได้แต่ใช้ชีวิตใหม่กับการเผชิญเรื่องราวลึกลับเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่ชีวิตก่อนไม่เคยพบเจอไปจนกว่าเวลานั้นจะมาถึงนั่นเองงง (นักอ่าน: สู้ ๆ ปลาน้อย)

 

พื้นที่ความเห็นแบบปลอดสปอยล์

My Five Elements are short of You หรือ ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ เป็นนิยายที่เราสนใจตั้งแต่เรื่องย่อเลยค่ะ เพราะเป็นแนวลึกลับเกี่ยวกับวิญญาณ หรือ ปราบผี หรือเราเรียกเองง่าย ๆ ว่าสืบผี (มีการสืบสวน เพราะเคสมีความเกี่ยวข้องกับคนเป็น) พอตัวอย่างลงให้อ่าน เราก็วิ่งเข้าไปเปิดอ่าน (ทั้งที่ความจริงก็กดพรีแบบไม่คิดอะไรไปแล้ว 55555) ต้องบอกว่าสนุกมากจนวางไม่ลงเลยค่ะ บางทีนอนอ่านหลอน ๆ อยู่ดี ๆ ก็ต้องลุกขึ้นนั่งขำ เพราะมุกในเนื้อเรื่องค่ะ ตัวละครในเรื่องก็มีเสน่ห์มาก เคมีเข้ากันดีทุกตัว ในสองเล่มแรกเรียกได้ว่าเคสคดีน่าติดตามมาก ๆ เผยปมออกมาทีนิด ๆ รวมถึงความสัมพันธ์ของพระเอกนายเอกที่ค่อย ๆ เผยโมเมนต์ให้เราได้เขินเล็ก ๆ ตามโจวเจียอวี๋ไปตลอดด้วยค่ะ

เรื่องของ My Five Elements are short of You ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ มีปมใหญ่คือ

นายเอกเกิดใหม่โดยชีวิตผูกโยงกับพระเอก พระเอกตายนายเอกตาย นายเอกตายพระเอกไม่ตาย นายเอกถูกดึงวิญญาณมานี้เพื่อแก้ลางไม่ดีที่เกี่ยวพันถึงชีวิตของพระเอกบางอย่าง

เริ่มจากตรงที่เราเล่าในเรื่องย่อเลยค่ะ ขอเล่าต่อจากจุดนั้น ก็ต้องบอกว่าโจวเจียอวี๋ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและความผิดที่ตัวเองไม่ได้ทำได้ดีมาก จนเราแอบเห็นใจเลยค่ะ อยากเชียร์ให้ใครสักคนได้รู้ว่า นี่น่ะ ไม่ใช่โจวเจียอวี๋ที่เป็นนักต้มตุ๋นสักหน่อย อย่าเย็นชากับปลาน้อยของเรานักเลยย แต่ก็แป๊ปเดียวค่ะ หลังจากพระเอกเรียกนายเอกไปหาเพื่อสักลายปลาน้อยและดอกบัว ซึ่งลูกศิษย์ในสำนักเล่ากันว่า รอยสักที่พระเอกลงมือสักเองเรียกได้ว่าเป็นรอยสักพลิกชีวิต มีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถทำให้พระเอกลงมือเองได้...เอาละสิคะ แล้วปลาน้อยของเราพิเศษยังไง ท่านหลินถึงสักให้ ในเมื่อตอนแรกยังมองว่าเป็นศัตรูนักต้มตุ๋น ระหว่างการสักเหมือนพระเอกเห็นถึงความอดทนของโจวเจียอวี๋ด้วยค่ะ เขาเลยเริ่มลดกำแพงลง ค่อย ๆ ดีกับปลาน้อยเท่า ๆ กับศิษย์คนอื่น ๆ ....แต่เอ๋ ! --- เมื่อไรกันน้า ที่พระเอกเริ่มอ่อนโยนกับนายเอกมากกว่าลูกศิษย์คนอื่น เริ่มรู้ว่าปลาน้อยสำนักหลินคนนี้แกล้งให้กลัวง่ายจนแกล้งหยอกเล่นหน้านิ่งให้โจวเจียอวี๋อึ้งตลอดเวลา และแทบจะหึงเงียบจนคนอ่านต้องจับพิรุธเองอยู่ตลอดดด อยากอ่านมุมมองฝั่งพระเอกเพิ่มมากเลยค่ะ !!!!


คะแนนสำหรับเล่ม 1-2: 9/10

                ค่อนข้างสนุกและเข้มข้น เข้าตัวปมเกี่ยวกับร่างกายที่เป็นอินของนายเอกได้เร็วมาก ตัวคดีโยงใยทับซ้อนน่าติดตาม เพียงแต่เราอาจจะยังมองหาความบู๊กว่านี้นิดนึงงง << ซึ่งเป็นความรู้สึกส่วนตัวของเราเอง

>> ต้องมาลุ้นกันต่อไปด้วยเรื่องนี้พระเอกเก่งมาก แบบที่บางทีก็รู้อะไรล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราเลยรู้สึกว่านักเขียนต้องทำงานหนักในการหาเหตุผลกันพระเอกออกจากนายเอกและลูกศิษย์ออกไปเนียน ๆ ให้ได้ ไม่อย่างนั้น เรื่องราวจะซูมาก อีกอย่างที่ค่อนข้างลุ้นคือ ด้วยแนวมาทรงประมาณนี้สำหรับเรากลมกล่อมกำลังดี ถ้าจะมีเรื่องรักมากกว่านี้ก็ยังโอเค แต่หวังว่าจะไม่หลุดโฟกัสจนปมและคดีแผ่วค่ะ 

 

>> ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ สปอยล์ปานกลาง

 หรือ >> ติดตามใน RAW 





 


พื้นที่ความเห็นแบบสปอยล์ (อย่างละเอียด)

                เรียกว่าพื้นที่หวีด My Five Elements are short of You หรือ ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ อย่างละเอียดอาจจะถูกต้องกว่าค่ะ 5555555 ด้วยความที่ยังพึ่งเล่ม 1-2 จาก 5 เล่มจบ เราคงยังมองแก่นเรื่องได้ไม่ชัด แต่คาดเดาว่าน่าจะเกี่ยวกับการรักษาดุลของชีวิต เหมือน 5 ธาตุในร่างกาย และความเป็นอินหยางของพระเอกนายเอกค่ะ ณ ตอนนี้ขอแปะปมหลักไปก่อน


นายเอกที่ถูกจี้ปาดึงมาเกิดใหม่โดยชีวิตผูกโยงกับพระเอก

พระเอกตายนายเอกตาย

นายเอกตายพระเอกไม่ตาย

นายเอกถูกดึงวิญญาณมานี้เพื่อแก้ลางไม่ดีที่เกี่ยวพันถึงชีวิตของพระเอกบางอย่าง


                ก่อนเราจะเล่าแบบไล่คดี ก็ขอพูดถึงส่วนหนึ่งของปมสักนิด เมื่ออ่านไปเราจะพบว่า พระเอกเหมือนจะคำนวนรูปว่านายเอกเป็นเนื้อคู่ของตัวเอง ด้วยความที่นายเอกมีร่างที่มีพลังอิน (หยิน) มากในร่าง ส่วนพระเอกมีพลังหยางมากในร่าง ต่างก็เสียสมดุลด้านใดด้านหนึ่ง เราเลยมาสะกิดใจทีหลังตอนพระเอกให้นายเอกดื่มเลือดตัวเอง เพื่อเพิ่มความร้อนในร่างก่อนจะหนาวจนแข็งไปก่อน ว่าก่อนหน้านี้ประมาณช่วงเล่มแรก จะมีฉากหนึ่งที่นายเอกครึ่งหลับครึ่งตื่นเห็นพระเอกมาดื่มเลือดตัวเอง เสียดายเราจำไม่ได้ว่าฉากนั้นพระเอกเจออะไรมา เขาต้องเสียสมดุลธาตุในร่างร้อนเกินไปแน่ ๆ และนี่ทำให้เราคิดว่า ลางร้ายถึงชีวิตที่จี้ปาพูดถึงอาจจะเกี่ยวกับจุดนี้ก็ได้ค่ะ ฉากที่นายเอกเห็นไฟลุกท่วมตัวพระเอกในกระจกแห่งความจริง เราเองก็มองว่าเหมือนไฟเหล่านั้น ก็เผ่าพลาญพลังชีวิตพระเอกด้วยเหมือนกันค่ะ

 

ปริศนาสมดุลชีวิตของเดาคร่าว ๆ ไว้ประมาณนี้ เล่มหนึ่งเล่มสองเนื้อเรื่องเป็นยังไงบ้างงง

 

5 ธาตุ 1 : จุดเริ่มต้นและจุดจบของ “โจวเจียอวี๋

                อย่างที่เล่าในรีวิวปลอดสปอยล์ค่ะ โจวเจียอวี๋ ที่เป็นนายเอกของเราถูกรถบบรทุกชนเสียชีวิต เขาคิดว่าเขาตายแล้ว แต่ถูกลูกอีกาทองสามขานามว่า จี้ปา ดึงมาเข้าร่าง โจวเจียอวี๋ เด็กหนุ่มนักต้มตุ๋นที่หากินกับความเชื่อเรื่องเฟิงสุ่ยจนเกือบทำคนตายมากมาย เด็กหนุ่มคนนั้นตายแล้ว เราเดาว่าคงตายตอนโดนซ้อม ส่วนนายเอกของพวกเราก็ถูกดึงวิญญาณมาเข้าร่างตอนนั้น เรียกว่าเป็น จุดเริ่มต้นและจุดจบของทั้งสองคนที่มีชื่อเหมือนกันเลยค่ะ เรื่องน่าสนใจสำหรับชีวิตก่อนของนายเอก คือเขาเล่าว่า ตนเองเป็นเด็กกำพร้า อยู่เพียงลำพัง และทำงานราชการ พออ่านต่อ ๆ ไปนายเอกจะหลุดข้อมูลเพิ่มว่า เหมือนเขาจะทำงานในพรรคการเมืองด้วยค่ะ (ไม่รู้เราเข้าใจตรงนี้ถูกไหม) แต่จุดนี้เริ่มทำให้เราแอบคิดเอาเองว่า...การตายของนายเอกชาติก่อนจะมีอะไรเป็นปมมากกว่านี้รึเปล่า ? ข่าวของเขาโด่งดังอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วเงียบไป ...แล้วพระเอกจะรู้เรื่องนี้ไหม ? ความจริงนายเอกหลุดเรื่องราวชีวิตที่ย้อนแย้งจากความเป็นนักต้มตุ๋นกับอี้ฉยงบ่อยมาก เจ้าศิษย์คนเล็ก จะมีวันที่เฉลียวใจเรื่องนี้รึเปล่า ? ถึงอี้ฉยงไม่สะดุดใจ แต่ตอนใช้กระจกแห่งความจริง แล้วนายเอกเห็นเป็นตัวเองในชาติก่อน ซึ่งตอนนั้นนายเอกตกใจมากจนมือสั่นหายใจสะดุด พระเอกที่สังเกตเวลานายเอกตัวสั่น เพราะความกลัวได้มาตลอด...จะไม่เอะใจจริงหรือ ?

                เป็นอีกปมที่น่าติดตามต่อในเล่ม 3 เลยค่ะ

 

5 ธาตุ 2 : เปิดโลกของเฟิงสุ่ย – มองเห็นขนาดนี้ปลาน้อยของบ้านหลินยังปฏิเสธ...?

                คดีแรกที่เปิดโลกเฟิงสุ่ยหลังพระเอกรับนายเอกมาดูแล คือคดีดาราสาวกับวิญญาณเด็ก เป็นจุดทดสอบบรรยากาศความหลอนที่นักอ่านหลายคน ถ้าสนใจเรื่องนี้นะคะ ถ้าไปลองอ่านในทดลองอ่านแล้วรอด เราว่าเรื่องอื่นน่าจะไม่มีปัญหาค่ะ ในคดีนี้เป็นคดีที่นักเขียนเล่าจบในตัวเอง สิ่งที่เผยคือความสามารถของนายเอกที่สามารถสัมผัส รู้สึก มองเห็นและได้ยินสิ่งลี้ลับได้โดยไม่จำเป็นต้องใช่เครื่องมืออะไรช่วย และเป็นจุดเสริมความสัมพันธ์ของนายเอกกับลูกศิษย์คนเล็กของพระเอกด้วยค่ะ นอกจากนี้เรามองว่า พระเอกเองช่วงแรก ๆ ก็ไม่สามารถประเมินชัดเจนได้ว่า นายเอกที่มีร่างกายเป็น “อิน” ซึ่งค่อนข้างพิเศษมาก ๆ ในโลกของเฟิงสุ่ย มีความสามารถถึงขนาดไหน ในคดีนี้ก็จะเผยให้รู้พร้อมคนอ่านว่านายเอกทั้งเห็น ได้ยิน และสัมผัสได้เลยค่ะ นี่คงเป็นจุดตัดสินใจของพระเอกที่จะส่งนายเอกไปแข่งขันเฟิงสุ่ยระดับโลก ทั้ง ๆ ที่ตนยังไม่ได้สอนอะไรนายเอกเลย

 

5 ธาตุ 3 : บททดสอบก่อนรอบรองชนะเลิศ

                การแข่งขันเฟิงสุ่ยระดับโลกมีประมาณ 4 รอบด้วยกันค่ะ ในตัวอย่างจะมีจนถึงคดีบ้านตุ๊กตา ที่คัดคนเข้ารอบชิง ซึ่งเราจะเห็นความสามารถของนายเอกที่มีจิตสัมผัสขนาดเข้าไปในความทรงจำเจ็บปวดของวิญญาณได้ และในช่วงนี้ความสัมพันธ์ของนายเอก กับพระเอกและเหล่าลูกศิษย์ ยังไม่กลมกลืนเท่าไรค่ะ ไม่ได้อึดอัดนะคะ เฮฮามาก แถมคนอ่านอย่างเรา ๆ คงจะรู้สึกได้ว่าพระเอกแกล้งขู่นายเอกหน้าตายไปอย่างนั้น แต่นายเอกยังจัดตัวเองอยู่ในสถานะ “คนทำความผิด ไม่น่าให้อภัย” แถมพระเอกก็ไม่ได้ทำพิธีรับศิษย์กับตัวเองด้วยซ้ำ เลยค่อนข้างเชื่อคำขู่ของพระเอกกับอี้ฉยงจริง ๆ คอยแต่จะหาโถเซรามิกให้อี้ฉยงนำใส่กระดูกตัวเอกไปโปรยให้อยู่ตลอด (เป็นเอ็นดูมากค่ะตรงนี้ ตอนหลังพระเอกนังเอามาแซวถามเลยค่ะ ว่าเลือกลายหรือยัง แถมกลายเป็นฉายานายเอกไปด้วยค่ะ โถน้อยบ้านหลิน 55555)

ตอนแรก ๆ อี้ฉยงยังแกล้งค่ะ  แต่ตอนหลังเริ่มปลอบนายเอกก็ไม่เชื่อแล้ว เราคิดว่าพระเอกกับอี้ฉยงรู้สึกสักพักแล้วว่านายเอกดูไม่เหมือนนักต้มตุ๋น ซึ่งฝั่งอี้ฉยงคือเปิดใจมาก ๆ จนมีงอนเวลานายเอกไปเล่น (?) กับสวีรู่วั่ง หาว่านายเอกได้เพื่อนใหม่ลืมเพื่อนเก่า งอนจนนายเอกพูดไม่ออกว่านายเป็นเด็กประถมเหรอ 55555 ส่วนพระเอกตอนหลังของการแข่งขันก็เริ่มไม่แกล้งแล้วค่ะ ชีวิตมาก่อนชัยชนะ ทำดีที่สุดก็พอ...แต่พระเอกก็ได้แต่เป็นเอ็นดูนายเอกค่ะ เพราะปลาน้อยของเขายังคิดเป็นจริงเป็นจังว่าต้องชนะ 555555

 

 5 ธาตุ 4 : รอบรองชนะเลิศ

                ถ้าอ่านตอนบททดสอบแรก การเลือกหิน เราเชื่อว่าทุกคนจะไม่โอเคกับสวีรู่วั่ง พอมาบททดสอบบ้านตุ๊กตาที่สวีรู่วั่งชวนนายเอกไปหาเบาะแสด้วยกัน อาจจะมีหลายคนเหมือนเรารู้สึกระแวง และพอมาบททดสอบรอบรองชนะเลิศ ถ้าทุกคนอ่านแล้ว อาจจะมีหลายคนแปลกใจเหมือนเราค่ะ ... สวีรู่วั่งชวนนายเอกร่วมทีม และนายเอกตกลง นอกจากเหตุการณ์ในบททดสอบแรก สวีรู่วั่งไม่หยอกล้อนายเอกอีกเลยค่ะ ร่วมทีมในฐานะคู่หู คือร่วมมือกันอย่างดีจริง ๆ ทำงานกันเป็นระบบและไว้เนื้อเชื่อใจกันมาก ๆ เราประทับใจที่รู่วั่งวางใจนายเอกทันที ไม่ว่านายเอกเห็นอะไร เจออะไร เขาก็ไปตามนั้น และรู้จุดอ่อนของนายเอกเรื่องพื้นฐานเฟิงสุ่ยก็คอยอธิบายให้ คะแนนติดลบตอนเจอกันครั้งแรก พอจะบวกขึ้นมาในฐานะเพื่อนนายเอกได้เลยค่ะ ... รอแต่คำขอโทษเนี่ยแหละค่ะ คดีรอบรองชนะเลิศ เราจะลุ้นไปกับสองคู่หู นักอ่านจะพบว่านายเอกนิ่งมาก ๆ แม้เขาจะไม่มีฝีมือด้านนี้ แต่การสังเกตและคาดเดาเรื่องราวไม่เป็นรองใครในวงการเลยค่ะ แถมยังพบกับตัวละครหญิงสุดแกร่ง ถานอิ้งเสวี่ย ที่เราค่อนข้างชอบบุคลิกเธอมากเลยค่ะ

 

5 ธาตุ 5 : รอบชิงชนะเลิศ

            เมื่อเราชอบถานอิ้งเสวี่ย นักเขียนก็จัดบทบาทเพิ่มให้สาวน้อยคนนี้เลยค่ะ แต่ก่อนอื่น นายเอกยังคงจับคู่ทำภารกิจกับสวีรู่วั่งค่ะ เรายิ่งเห็นความร่วมมือของทั้งสองคนที่เข้ากันได้ดีมาก และสวีรู่วั่งเริ่มถามนายเอกตามตรงแล้วว่าไม่รับพิจารณาเขาจริง ๆ เหรอ แบบจริงจังอยู่เกือบจะ 3 รอบเลยค่ะ ก่อนที่เจ้าตัวจะแซวหลังจากนายเอกปฏิเสธครั้งสุดท้ายว่า ความจริงแล้วนายชอบ ท่านหลินสินะ ... นายเอกนี่อายหน้าแดงไปเลยค่ะ รีบบอกว่าไม่ใช่ เขาพูดในใจว่า ใครจะไปแตะต้องท่านหลินได้กัน – ซึ่งหลังจากอ่านจบแล้วมาคิดคำแซวของรู่วั่ง เราคิดว่ารู่วั่งดูออกจริง ๆ ว่าสเป็คนายเอกคือท่านหลิน เพียงแต่นายเอกมองว่า พระเอกเป็นคนสูงส่ง คนดีที่ให้อภัยตัวเองและคอยปกป้องอยู่บ่อย ๆ ไม่สามารถเอื้อมถึงได้ เลยมักมีด้านสติยั้งความคิดไว้ตลอด ... แต่ถึงอย่างนั้นเวลานายเอกคิดเพ้อเจ้อนี่ ฮา อยู่เหมือนกันค่ะ 55555 // พระเอกยิ้มอ่อนใจ

                บททดสอบสุดท้ายนี้ ช่วงกลางก็เป็นร่วมทีมสามคนของนายเอก รู่วั่งและถานอิ้งเสวี่ยค่ะ สนุกมาก ลุ้นดีค่ะเวลาสามคนนี้ใช้ความสามารถแตกต่างกันช่วยเหลือกัน ถ้ามีโอกาสอยากเห็นบทบาทนี้อีกค่ะ เพราะเวลานายเอกอยู่กับอี้ฉยง ได้แต่วิ่งหนีจนเราไม่รู้จะหยุดขำยังไง 555555

 

5 ธาตุ 6 : เปิดปมใหญ่ ร่างกายที่มีพลัง อินมากไปมักเป็นที่ชื่นชอบ...

 

            ท่านหลิน “สิ่งโสมมล้วนชื่นชอบสิ่งที่เป็นจี๋อิน”

                ท่านหลิน “ฉันเองก็ชอบเหมือนกัน”

                นักอ่าน “อ๊ากกกก ชอบอะไรคะท่านหลิน ชอบปลาน้อยใช่ไหมมม”

                นายเอก “...” เกือบจะเขิน แต่ต้องตั้งสติ ท่านหลินหมายถึงพลังอินในร่างต่างหาก

                นักอ่าน “...” //ยกนิ้วโป้งให้กับสติของนายเอก

 

                เพราะร่างนายเอกเป็นที่ชื่นชอบของสิ่งโสมมมาก เขาเลยดึงดูดสิ่งต่าง ๆ เข้ามาจนบ่นกับอี้ฉยงว่า เขากลายเป็น โคนั— ไปแล้วใช่ไหม 555555 ไปไหนก็เจอแต่เรื่อง ดีที่มีกองหนุนที่แข็งแกร่งอย่างท่านหลิน ไม่อย่างนั้นชีวิตน้อย ๆ ของเขาคงหลุดลอยไปนานแล้ว

                ในช่วงคดีปมใหญ่ เราจะเริ่มรู้ความพิเศษของร่างนายเอก และของร่างพระเอกที่เต็มไปด้วยพลังหยาง ขั้วตรงข้ามกับนายเอก ช่วงนี้เราชอบวิธีฝึกนายเอกกับอี้ฉยงของพระเอกมาก ๆ เลยค่ะ เขาฝึกสองคนที่อ่อนที่สุดในสำนัก โดยเริ่มจากให้กล้าเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับด้วยตัวเอง พระเอกมองว่า เด็ก ๆ บ้านเขาควรจะลงสนามหาประสบการณ์ ตราบที่เขายังมีชีวิตอยู่คอยปกป้องดูแล เราชอบเวลาพระเอกมองลูกศิษย์มากค่ะ ตอนเขามองนายเอกกับอี้ฉยงที่หนีผีเหนื่อยจนหลับไป แล้วยิ้มมองอย่างอ่อนโยนคือ...// คนอ่านยวบทันที

                คดีใหญ่พระเอกจะเผยออกมาค่ะ ว่าจริง ๆ เขาไม่ได้ทำนายผิดว่ามีศิษย์ 4 คน นั่นคือเขารู้อยู่แล้วว่านายเอกมีฐานะเป็นเนื้อคู่ของเขา เราชอบที่นักเขียนให้พระเอกดูแลนายเอกเหมือนที่ดูแลคนอื่น ๆ เพียงแต่จะพิเศษตรงความใกล้ชิด และความอดทนในบางเรื่อง เช่น

 

...นายเอกเมาจับก้น แค่ก : ไม่เป็นไร

...นายเอกเมาหอมแก้ม : ไม่เป็นไร

... นายเอกนอนหลับน้ำลายไหลเปื้อนเสื้อ : ไม่เป็นไร

...นายเอกกลัวสิ่งชั่วร้าย : มาเถอะนอนบนเตียง แค่ก ๆ

...นายเอกดื่มเลือดพระเอกและปลื้มที่เขาเอาใจใส่ขนาดนี้....

พระเอก : กับฉันน่ะ มีอะไรให้นายต้องพูดขอบคุณกัน

นายเอกกับนักอ่าน : …// เขินกองกันลงไปกับพื้น

 

                ใด ๆ คดียังคงน่าติดตามมากค่ะ ปริศนายังคงอยู่ประมาณนี้ แถมเริ่มได้เห็นนายเอกแสดงพลังออกมาโดยไม่รู้ตัวแล้วด้วย ถึงจะมาในรูปแบบของพระเอกก็ตาม อืมมมม ทำไมถึงเป็นรูปร่างของพระเอกกันนะ ? เพราะเขาแข็งแกร่งที่สุดในใจนายเอก ? อยากอ่านต่อมากเลยค่ะ อีกอย่างที่ชอบโทนความรักของเรื่องนี้ คือไม่หวือหวา แต่คำพูดแบบ

“เด็กโง่” อย่างอ่อนโยนของพระเอก หรือ “ผมคิดถึงคุณมากเลยท่านหลิน” ของนายเอกที่พูดออกมาตรง ๆ จนน่าเอ็นดู คือดีงามสำหรับเรามากค่ะ

           ใครสนใจแนวสืบผี เรื่อง My Five Elements are short of You หรือ ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ อาจจะใช่แนวก็ได้นะคะ ! อวยค่ะ !


ชาแดง


รีวิว แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ( 3 เล่มจบค่ะะ)

  แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ผู้แต่ง ปี่ข่าปี่ ผู้แปล จื่อซิน ผู้วาด 梨乖 酥 สำนักพิมพ์ Inltreebook เรื่องย่อ หลินชิงอวี่ แต...