วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

รีวิว [ฉบับเต็ม] ชีวิตของพวกผมสงบสุขจริง ๆ นะครับ (#ผู้รุกรานของผม)

 




ชีวิตของพวกผมสงบสุขจริง ๆ นะครับ

#ผู้รุกรานของผม

ผู้เขียน ชิงเซ่ออวี่อี้

ผู้แปล มู่หลินเซิน

ผู้วาด Allenkung1

สำนักพิมพ์ Freesia Book

เรื่องย่อ

หลัง อวี้หัว ตกงาน โหยวเจิ้งผิง รู้สึกชัดเจนว่าสามีเขาเปลี่ยนไป แม้อีกฝ่ายจะยังทำอาหารเช้า ทำงานบ้าน ส่งยิ้มอ่อนโยนกับเขาเป็นปกติ แต่กลับไม่แตะต้องเขาเลย ! นี่มันสัญญาณอันตรายอีกฝ่ายคงไม่เครียดเรื่องเงินในบ้านจนนึกจะหย่าเขา เพราะคิดว่าตัวเองเป็นภาระใช่ไหม ! กะแค่เงินหมุนเวียนในบ้าน เขาอยากบอกอีกฝ่ายว่าสบายมาก เงินเก็บเขามีเป็นล้าน งานตำรวจที่สำนักแขวงน่ะก็แค่บังหน้า เขาเป็นถึงผู้พิทักษ์เชียวนะ สามีที่รักยิ่งคนเดียวทำไมจะดูแลไม่ได้ ! ต้องหาทางดึงเงินส่วนนี้มาใช้ลดความกดดันของอวี้หัวให้ได้เลย ... แต่โหยวเจิ้งผิงเองก็คงคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าสามีของเขาเองก็มีความลับไม่ธรรมดา เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา เรื่องนี้เดิมพันกับชีวิตรักอันสงบสุขของพวกเขาต่างหาก !!!


รีวิวสปอยล์ปานกลาง ผู้รุกรานของผม 

ชวน Talk ฉากที่ชอบ 

 

พื้นที่ความเห็นแบบปลอดสปอยล์

ชีวิตของพวกผมสงบสุขจริง ๆ นะครับ เป็นนิยายเรื่องที่สองจากสามที่เราได้อ่านของคุณนักเขียนค่ะ (เรื่องที่สามคือจอมมารก็อยากรู้เช่นกันค่ะ ตอนนี้ออกมาหนึ่งเล่ม) ต้องบอกว่าจากเรื่องแรก เขาหาว่าผมถูกผีหลอก ที่มีเล่มเดียวจบ เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน แต่มีเสน่ห์ตรงที่มุมมองการนำเสนอแตกต่างจากนิยายปราบผีเรื่องอื่น ไล่มาเป็นชีวิตของพวกผมสงบสุขจริง ๆ นะครับ...เสน่ห์การเลือกเล่ามุมมองที่แตกต่างยังคงไว้เลยค่ะ ถ้าเทียบกับนิยายระบบเรื่องอื่น ๆ พวกเราคงเหมือนตาม “ผู้รุกราน” ทะลุไปโลกต่าง ๆ แต่นิยายเรื่องนี้ เราอยู่ฝั่ง “ผู้ถูกรุกราน” และ “ผู้รุกรานเกษียณอายุ” แทน เสริมกับปมความสัมพันธ์ของตัวเอกที่เป็นคนรักกันอยู่แล้ว ถึงขนาดแต่งงานมาแล้วถึง 3 ปี ยิ่งจูงใจให้ติดตามพวกเขาฝ่าปมต่าง ๆ ที่ทวีความใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สนุกเลยค่ะสำหรับเรา นอกจากความรักของคู่เอก ยังมี่มิตรภาพและความทีมอีก ใช่ทางมาก ๆ ค่ะ

แต่ถ้าถามว่าอ่านจบแล้วเรื่องนี้จริง ๆ แกนเรื่องคืออะไร เราคิดว่าคือ “ความหมายของการมีชีวิต” ค่ะ เพราะอะไรเดี๋ยวขอเล่าตรงสปอยล์ เรามาเล่าแบบพยายามไม่สปอยล์กันก่อนดีกว่าค่ะ

โหยวเจิ้งผิงแต่งงานกับอวี้หัวมาแล้ว 3 ปี จู่ ๆ วันหนึ่งสามีของเขาก็ตกงาน ซึ่งสำหรับโหยวเจิ้งผิงที่เบื้องหน้าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ความจริงแล้วเขาเป็น “ผู้พิทักษ์” ผู้มีพลังพิเศษที่ปกป้องโลกจาก “ผู้รุกราน” ในระดับหัวหน้าเขต กับการเลี้ยงสามีคนหนึ่งให้อยู่บ้านทำอาหารและทำงานบ้านเฉย ๆ นั้น เป็นเรื่องสบาย ๆ สำหรับเขามาก ถ้าไม่ใช่ว่าด้วยตำแหน่งเบื้องหน้าของเขามีเงินเดือนน้อยนิดจนไม่รู้จะดึงเงินที่แท้จริงออกมาใช้เลี้ยงคนรักยังไงโดยความไม่แตกว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา ! ขณะเดียวกันอวี้หัวอดีต “ผู้รุกราน” ฉายา “ผู้พิชิต” กำลังปวดหัวกับพลังภายในร่างที่ถูกบังคับปลดผนึกออกจนเขาควบคุมแรงของตนเองไม่ได้ แค่เดินปกติพื้นก็ร้าว ล้างจานตอนเช้าจานก็พากันแตกเป็นเสี่ยง ๆ แล้วแบบนี้เขาจะไปกล้าแตะต้องสามีที่รักได้ยังไงกัน ! สองสามีสามีที่ต่างมีความลับภายในจิตใจเป็นหมื่นล้านคำ เบื้องหน้ายังพยายามทำตัวธรรมดารักษาชีวิตรักอันปกติสุขไว้สุดชีวิต แต่เบื้องหลังต่างต้องพากันระงับเหตุของการที่ “ผู้รุกราน” กลับมาบุกโลกหลังจากหายไปถึง 15 ปี โหยวเจิ้งผิง ผู้พิทักษ์รุ่นใหม่ไม่ทราบสาเหตุของการรุกรานอย่างกะทันหันนี้ แต่สามีเขา อวี้หัว ทราบดี “ระบบ” ที่เขาแย่งพลังมาจนต้องสงบเสงียมไปถึง 15 ปีได้ตื่นขึ้นมาแล้ว และการปรากฏตัวของผู้รุกรานนี้ แท้จริงคือการตามล่าตัวเขาเพื่อระบบจะได้เอาพลังกลับคืนไป ท่ามกลางผู้รุกรานที่ปรากฏตัวคนแล้วคนเล่า คู่สามีสามีที่มีสถานะเสมือนยืนอยู่คนละฝั่งจะทำอย่างไรให้ชีวิตของพวกเขา...สงบสุขดีจริงๆ นะ ต่อไป

คะแนน 8.5/10

ถ้าหักก็คงจะมีช่วงก่อนสู่สงครามสุดท้ายค่ะ รู้สึกสถานการณ์ค่อนข้างยืดไปนิดนึง ทำให้ฟิลลิ่งของความเป็นศึกสุดท้าย หรือความลุ้นที่ความจริงกำลังเปิดเผยหายไปค่ะ นี่อาจเป็นสิ่งแลกมากับการเคลียร์ปมทุกตัวละครก็ได้ค่ะ แต่ส่วนตัวแอบเสียดาย ช่วงพีคเล่มสามจนต้นเล่มสี่เขาปูมาได้ลุ้นดีมาก ๆ แท้ ๆ ;----;

 



พื้นที่ความเห็นแบบสปอยล์ (อย่างละเอียด)

ชีวิตของพวกผมสงบสุขจริง ๆ นะครับ เป็นเรื่องที่เราชอบวิธีการเล่าเรื่องกับการวางและแก้ปมปัญหาของเรื่องมาก ๆ เลยค่ะ อย่างแรกวิธีการเล่าเรื่องของคุณนักเขียนทำให้เราเห็นภาพเหมือนนั่งดูอนิเมชั่นอยู่เลยค่ะ ซึ่งเรื่องนี้คงจะเป็นอนิเมชั่นฮีโร่ ที่เริ่มต้นด้วยคู่รักที่มีสถานะเหมือนยืนกันอยู่คนละฝั่ง ต่างตั้งทีมของตัวเองด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ชีวิตอันสงบสุขของพวกเขาค่ะ ฝั่งโหยวเจิ้นผิงจะเห็นพัฒนาการของทีมมากกว่า เพราะอวี้หัวแทบจะเป็นบอสลับที่ให้ความช่วยเหลืออยู่เงียบ ๆ เลยค่ะ

ทางด้านการวางและแก้ปมปัญหา เราประทับใจคุณนักเขียนมากกกกค่ะ รู้สึกเลยว่าคุณนักเขียนต้องทำการบ้านหาคำอธิบายเกี่ยวกับระบบ อาณาเขต การสร้างกฎและเวลา เพื่อนำมาผสมผสานกับเรื่องราวให้ลงตัว และพยายามจะทำให้มันเข้าใจง่ายที่สุดโดยการพยายามยกตัวอย่าง ซึ่งเราอ่านทุกตัวอักษรค่ะ แต่ด้วยเป็นคนตกฟิสิกส์มาตลอดชีวิต ทำให้มีงง ๆ บ้าง ไม่มากก็น้อย แต่ต่อให้งงก็ไม่เสียอรรถรสค่ะ !!! ยังตื่นเต้นกับจังหวะคุณนักเขียนที่บิ้วการเปลี่ยนแปลงพลัง หรือพัฒนาการตัวละครทุกจุดเลยค่ะ และอย่างที่เรารู้สึกข้างต้น เรื่องนี้เป็นการเล่าให้เห็นทุกภาพรายละเอียดตอนสู้ เช่น จังหวะที่อวี้หัวโดนแย้งตัวไปจากมือโหยวเจิ้งผิง คุณนักเขียนสามารถบรรยายฉากนั้นให้เราอินเหมือนตัวละคร ว่าช่วงเวลาแค่เสี้ยววินาทีนั้น เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ฉับพลันจนแต่ละตัวละครตอบโต้ยังไงกันบ้าง แบบบ ภาพการ์ตูนฮีโร่เลยค่ะ ถ้าใครชอบอ่านแฟนตาซี สายบรรยาย บรรยากาศมิตรภาพการเป็นทีม ...คือเรื่องนี้น่าจะใช่ทางเลยค่ะ

โอเค กลับมาที่การวางปม (55555) นอกจากการหาคำตอบทุกรายละเอียดมาให้ รวมถึงแก้ปมตัวละครให้นักอ่านรู้จนไม่ต้องคิดต่อเองเลยแล้ว เรื่องนี้ยังมีสไตล์การเล่าแบบการ์ตูนสมัยก่อนอยู่ค่ะ นั่นก็คือ การที่กล่าวถึงปมบางอย่างก่อนให้ตัวละครขบคิด หรือตัวละครเกิดความขัดแย้งกันแล้วมีอีเว้นท์ หรือศัตรูบุก เพื่อแก้ปมนั้น ๆ เช่น เหลียนอวี่ฝานที่มองตรรกะมากกว่าสัญชาตญาณ หากต้องปกป้องคนหนึ่งร้อยคนต่อให้แลกคนหนึ่งคนนับว่าคุ้มค่า ขณะที่โหยวเจิ้งผิงกลับเชื่อมั่นสัญชาตญาณและมักพูดว่าเขาไม่เลือกสักอย่างแต่จะปกป้องทั้งหมดไว้ให้ได้ จากนั้น นักเขียนจะดึงคนอ่านเข้าอีเว้นท์ เพื่อพาไปหาคำตอบว่า คำพูดของโหยวเจิ้งผิง คำทำได้หรือไม่ และฝั่งเหลียนอวี่ฝานเขาเองเลือกยังไง

เราอ่านเพลินเลยจริง ๆ ค่ะ วิธีการเล่าแบบนี้เหมือนจะทำให้เราเดาได้ว่าต่อไปอีเว้นท์ที่มาต้องแก้เรื่องนี้แน่ ๆ แต่พอคิดตามก็ตื่นเต้นค่ะ ว่าตัวละครจะทำได้ไหม พวกเขาจะให้คำตอบแบบไหน โดยเฉพาะคำถามหลักค่ะ “ชีวิตพวกผมสงบสุขดี” นี่เป็นความมุ่งมั่นของสองสามีสามี อวี้โหยว เป็น “ความหมายของการมีชีวิต” ของพวกเขาค่ะ

พออ่านจบ เราพบว่าแต่ละตัวละคร พยายามจะ “มีชีวิตอยู่” และพยายามไขว่คว้าชีวิตแบบที่พวกเขาต้องการ เป็นความหมายของการมีชีวิตอยู่ที่พวกเขาอยากจะให้เกิดขึ้นค่ะ เราขอเล่าเป็นคนๆ  ไปในเรื่องนะคะ มีสปอยล์หนักแน่ ๆ อ่านก่อนมาเมาท์ด้วยกันจะดีกว่าค่ะ


 



อวี้หัว : พระเอกคนเก่งของเรา ชายหนุ่มที่มีความอบอุ่น อ่อนโยน ชอบดูแลคนรักมาก ๆ ทำอาหารและงานบ้านเก่งเป็นที่หนึ่ง แต่เขาเป็นคนชอบควบคุม (ยกเว้นมากก กับคนรัก) ชอบวางแผน รักหน้าตาเป็นที่สุด ทำอะไรอ้อมค้อม อยากให้คนรักเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนไม่เป็นเวลา ก็ไม่บังคับ ไม่ว่า แต่เลือกจะอดหลับอดนอนและทำให้คนรักเห็นว่าเขานอนไม่หลับถ้าไม่มีโหยวเจิ้งผิงนอนอยู่ข้าง ๆ เขาเป็นคนที่ดูสมบูรณ์แบบมาก มากจนน่ากลัวและขาด “ชีวิต”

อย่างที่พวกเรารู้กันว่าอวี้หัวเป็นเพลเยอร์ที่ผ่านด่านมาแล้ว 3000 กว่าด่าน มีชีวิตอยู่มาแล้ว 2000 กว่าปี ความรู้สึกของการมีชีวิตมันชืดชาไปหมดแล้ว ทุกอย่างที่เขาวางหลังจากผนึกพลังมายังโลกนี้ เหมือนคนที่มารอความตายมากกว่า จนกระทั่งพบรุ้ง ... โหยวเจิ้งผิงเหมือนรุ้งหลังฟ้ามืดครึ่มจนโลกกลายเป็นสีเทาหม่น เขาเป็นเหมือนสีสันนานาชนิดที่เข้ามาทำให้โลกสมบูรณ์แบบของอวี้หัวยุ่งเหยิงมีชีวิตชีวา ดังนั้นความหมายของการมีชีวิตอยู่ของอวี้หัว จึงเรียบง่ายมาก แค่ขอมีชีวิตอย่างสงบสุขไปวัน ๆ กับ “เสี่ยวโหยว” ก็พอแล้ว

เราจะรู้สึกเลยว่าอวี้หัวถ้าขาดโหยวเจิ้งผิงจริง ๆ เขาจะเหมือนคนที่ตายด้าน เขาไม่เชื่ออะไรเลยในตัวเอง แม้แต่ประสาทรับรส เขากินข้าวได้อร่อยก็เพราะเขามองเห็นว่าคนรักกินแล้วอร่อย ไม่ใช่ว่าเขารู้สึกอร่อยเอง เขาเป็นคนที่เก่งมากขนาดที่แม้แต่คนรัก เขาก็ไม่เคยรู้เลยว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งแค่ไหน เพราะสำหรับอวี้หัวแล้วทุกคนอ่อนแอกว่าเขาหมด จนกระทั่งเขาได้อยู่ข้างกายคนรักตอนปฏิบัติหน้าที่จริง ๆ เขาเริ่มมองทุกอย่างใหม่ ให้คนรักได้ปกป้อง ให้คนรักอยู่เคียงข้าง เขายอมให้ตัวเองไม่สมบูรณ์แบบเพื่อให้โหยวเจิ้งผิงเขามาทำหน้าที่เหล่านั้น เราชอบสุดคือในตอนสุดท้ายที่โหยวเจิ้งผิงมาช่วยเขา ...ดึงเขาไปกอดแล้วอวี้หัวฟังเสียงหัวใจโหยวเจิ้งผิงแล้วบอกว่า นี่แหละคือชีวิต เรารู้สึกดีใจจริง ๆ ที่เขาได้แต่งงานกับคนคนนี้ ;----;

โหยวเจิ้งผิง : เรารู้สึกว่าด้วยชีวิตช่วงแรกของการเป็นผู้พิทักษ์ โหยวเจิ้งผิงยังไม่เคยทำงานจริง เขาเลยใช้ชีวิตสงบสุขกับอวี้หัวแบบสบายกายสบายใจมาโดยตลอด นั่นทำให้เมื่อเกิดเรื่องขึ้น โหยวเจิ้งผิงจึงหวงแหนวันเวลาของชีวิต “สงบสุข”อย่างมาก ยิ่งตอนเขารู้ความลับของอวี้หัว เขายิ่งพยายามทวงวันเวลาธรรมดา ๆ ให้กลับมาได้มากที่สุดและเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ และเขาเลือกที่จะไม่ทิ้งจุดยืนตัวเอง ไม่ว่าจะในฐานะคนรักหรือผู้พิทักษ์ แล้วปล่อยให้อวี้หัวเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่าง ๆ เพียงคนเดียว ใน “ชีวิตสงบสุขเหมือนทุก ๆ วัน” ของโหยวเจิ้งผิง ยังไงก็ต้องมีอวี้หัวอยู่ในนั้น ความหมายในการมีชีวิตของเขาก็แทบจะเป็นการปกป้องวันเวลาสงบสุขที่คนรักต้องการก็ว่าได้

โหยวเจิ้งผิงเป็นตัวละครที่พัฒนาการเยอะคนหนึ่งและส่งผลไปยังตัวละครอื่น ๆ ถ้าเป็นแนวฮีโร่ เขาคือพระเอก คือหัวหน้าที่รวมแก๊งไปปราบบอส โดยมีคนรักเป็นบอสลับคอยช่วยสนับสนุนอยู่ลับ ๆ ถ้าถามเราว่าในที่อ่านจบมาใครดูเป็นพระเอกมากสุด ก็คือโหยวเจิ้งผิง นักเขียนสร้างเขาขึ้นมาให้มีทัศนคติของการ “ปกป้อง” สูงมาก ทั้งกับโลก ผู้คนและคนรัก เขาเหมือนคนไม่ประมาณตัวเองที่คิดจะปกป้องทุกอย่างไว้ทั้งหมด แต่เขาก็ทลายขีดจำกัดตัวเองเพื่อทำตามปณิธานนั้นจนสำเร็จ เราอ่านแล้วเชียร์และตื่นเต้นเสมอเวลาโหยวเจิ้งผิงค้นพบพลังใหม่ ๆ เลยค่ะ และประทับใจความคลั่งรักของเขาที่มีให้อวี้หัวจริง ๆ ยอมใจเลยย

เจิ้นหลี : ในบรรดาตัวละครทั้งหมด เรารักเจิ้นหลีที่สุด ถ้าได้อ่านเราเล่าตั้งแต่สองเล่มแรก เราหวีดเจิ้นหลีบ่อยมาก ๆ (หวีดจับคู่ 55555) เจิ้นหลี เป็นตัวละครที่ใสซื่อ ไม่มีนอกมีใน เหมือนเป็นแรงงานทาสของอวี้หัว แต่ตัวละครที่ธรรมดาที่สุดเนี่ยแหละค่ะ ที่โดดเด่นเรื่องการใช้ชีวิตที่สุด สิ่งที่เขาต้องการมาตลอด คือ อิสระ เขาต้องการอิสระที่จะกิน อิสระที่จะแต่งตัว อิสระที่ต้องการใช้ชีวิต จุดมุ่งหมายของเขาขอแค่นี้เลยค่ะ

ตัวละครตัวนี้ มีอิทธิพลกับอวี้หัวมาก จะเห็นได้ว่าเล่มสองกับเล่มสาม เจิ้นหลี เป็นตัวละครที่อวี้หัวเลือกจะเปิดใจคุยและขอความคิดเห็นกับอีกฝ่ายบ่อย ๆ เจิ้นหลีเป็นตัวละครที่ปกติและมีความเห็นอกเห็นใจสูงมาก เขามอบแนวคิดการมีชีวิตของคนธรรมดาให้อวี้หัวและการพยายามใช้ชีวิตของเขาก็ทำให้เฉินเซียวเปิดใจคอยตามดูแล รวมถึงทำให้ตัวละครอื่นใจเย็นลงและเปลี่ยนมุมมองต่อเพลเยอร์ เรียกว่า เป็นตัวแปรสำคัญในเรื่องเลยค่ะ ฉากที่เราชอบที่สุดของเขาก็คือสองฉากที่เขาได้คุยกับอวี้หัวเกี่ยวกับการใช้ชีวิตเนี่ยแหละค่ะ หลังจากนี้ก็หวังว่าเขาจะได้เป็น ไอดอล ได้แต่งตัวอย่างที่ชอบเยอะ ๆ มีอิสระทางการเงินพอซื้อตู้เสื้อผ้าใหญ่ ๆ เป็นของตัวเองค่ะ

เหลียนอวี่ฝาน : บรรดาตัวละครผู้พิทักษ์ เหลี่ยนอวี่ฝาน เป็นคนมีปมหนักที่สุดคนหนึ่งเลยค่ะ การใช้ชีวิตที่เขาอยากได้มาตลอด คือการกลับไปยังครอบครัวอบอุ่นในอดีต กว่าครึ่งชีวิตที่ผ่านมาของเขาคือ “ต้องการอดีตคืนมา” เหลี่ยนอวี่ฝาน เป็นคนที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับโครงการ ต้นกำเนิดในวัยเด็ก พลังพิเศษของเขาตื่นช้าเกินไป แม่ของเขาที่ถูกกดดันว่าพ่อจะต้องไปมีใครคนอื่นจึงเครียดมาก แต่พ่อของเขาเองก็ไม่ยอม จนกระทั่งเสียไปในสนามรบกับเพลเยอร์ พลังของเหลียนอวี่ฝานถึงตื่น ... แต่มันไม่ทันแล้ว แม่ของเขาเจ็บปวดมาก และเลือกที่จะลืมทุกอย่าง

เขาคิดมาตลอดว่าแม่ของเขาโดนบังคับเอาความทรงจำในอดีตเกี่ยวกับพ่อและตัวเขาไป จนกระทั่งได้ปฏิบัติภารกิจกับลั่วหวายพร้อมกับโหยวเจิ้งผิงและเฉินเซียว เขาถึงได้รู้ว่า ลั่วหวายจะดึงความทรงจำใครต่อใครออกมาได้ ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายยินยอมเท่านั้น ปมในใจตรงนี้ถูกแก้ระหว่างทางมาตลอด ตัวละครตัวนี้แรก ๆ เราไม่ชอบเลยค่ะ จนกระทั่งเห็นเขาคิดยังไงก็ทำแบบนั้นจริง ๆ เราเลยเริ่มประทับใจ ยิ่งเห็นพัฒนาการของเขาจนมาร่วมทีมกับเดอะแก๊งอย่างดี ยิ่งชอบมากเรื่อย ๆ สุดท้าย ตัวละครนี้ก็หลุดพ้นจากอดีตและได้เป้าหมายในชีวิตครั้งใหม่ “มีชีวิตเพื่ออนาคตของตัวเอง”

ลั่วหวาย : พูดถึงเหลียนอวี่ฝานแล้วก็ต้องต่อด้วยคนนี้ เขามีบทบาทไม่เท่าเหลียนอวี่ฝาน แต่ก็เป็นตัวละครสำคัญตัวหนึ่งที่ได้เปลี่ยนแปลงไป เพราะพบกับหยวนลั่วรื่อและจวินจวิน เขาเหมือนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างกับตัวเอง จนสามารถยื้อความรู้สึกต้องอยู่ต่อไปกระทั่งถึงตอนที่สูญเสียพลัง

พลังของลั่วหวายคือ การเก็บรักษาความทรงจำของคนอื่น ผลจากพลังนี้ทำให้เขาเป็นซึมเศร้าได้ง่าย เมื่อยิ่งแบกความทรงจำมากขึ้น นอกจากนี้ผู้คนธรรมดายังไม่สามารถจดจำใบหน้าเขาได้ ดังนั้น ความหมายของการมีชีวิตของเขา คือการที่ตัวเอง “เป็นคนธรรมดา” เขาเป็นคนที่อยากสูญเสียพลังมากกว่าใคร ๆ ตอนท้ายที่ได้รู้ว่า เขาดีใจทุกครั้งที่มีคนชมว่าเขาหล่อ เราแบบจึ้กใจจริง ๆ เพราะไม่เคยมีใครจดจำเขาได้ การที่มีคนชมเขาหมายความว่าอีกฝ่ายเห็นใบหน้าเขาแล้ว มันทำให้เรารู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ กับตัวเขาในอดีตและดีใจจริง ๆ ที่เขาได้ใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาคนหนึ่งตามต้องการ

หวนจื่อซวีกับเฟิงขุย : สองคนนี้ต้องมาเป็นคู่ เพราะความหมายของชีวิตของพวกเขา เรามองว่าคือการ “มีชีวิตอยู่ร่วมกัน” เพราะการเป็นเพลเยอร์มีบททดสอบหลายด่าน ที่พยายามบังคับให้พวกเขาทั้งคู่ต้องทรยศกัน หรือกำจัดกันทิ้ง ซึ้งพวกเขาสองคนแลกเปลี่ยนอะไรไปเยอะมาก เพื่อที่จะรักษากันและกันเอาไว้ โดยที่พวกเขาต่างก็รู้ว่า ถ้าขาดคนใดคนหนึ่งไปพวกเขาจะอยู่ไม่ได้

หวนจื่อซวีมองว่าตัวเองเป็นคนเจ้าเล่ห์ เขารู้ตัวดีว่าเขาไม่ใช่คนดี เขาต้องมีเฟิงขุยคอยฉุดเขากลับมา ขณะเดียวกันเขาปล่อยเฟิงขุยอยู่คนเดียวไม่ได้ เพราะความไม่ทันคนของอีกฝ่ายทำให้เขากังวลว่าจะอยู่ในสังคมไม่รอด เฟิงขุยต้องมีเขาดูแล !

เฟิงขุยจะรู้สึกว่าอาซวีของเขาเป็นคนดี เขาอยู่เคียงข้างอีกฝ่าย เพราะอยากคอยปกป้องดูแล ไม่ให้ใครทำร้ายได้ ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าในสังคมการใช้ชีวิต เขาต้องให้หวนจื่อซวีคอยช่วย จึงมีหลายครั้งเขารู้สึกว่าตัวเองอาจจะเป็นตัวถ่วง ซึ่งสำหรับหวนจื่อซวี ที่เคยมองว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงเฟิงขุยตอนเป็นเพลเยอร์ไม่มีทางทิ้งเขาเด็ดขาดเหมือนกัน ดังนั้นเฟิงขุยจึงยังไงก็ได้ ขอแค่ได้อยู่กับอาซวีของเขาก็พอ ... เป็นตัวละครที่น่ารักมากคนหนึ่งเลยค่ะ

สำหรับตัวละครเด่นอย่างเฉินเซียวและหยวนลั่วรื่อ มีบทบาทค่อนข้างมากในการสมทบ ความหมายชีวิตของคนอื่น ๆ ตัวพวกเขาเองก็ได้พบเส้นทางใหม่เช่นกันค่ะ อย่างลั่วรื่อคงอยากเป็นนักกฎหมาย เฉินเซียวคงเป็นการลดความอ้วน (แซวค่ะคนนี้ เขาทนไม่ได้ที่เจิ้นหลีจำตัวเองไม่ได้ตอนคอลคุยกัน 5555) และผู้จัดการฮัส ก็ได้ใช้ชีวิตเป็นฮัสกี้สุดฉลาดของจวินจวินต่อไป ... อ่านจบแล้ว ชีวิตพวกเขาสงบสุขมากเลยค่ะ ปิดฉากเหมือนหนัง ตอนพิเศษคือเอ็นเครดิต ถ้าสักวันหนึ่งโลกกลับมามีภัย พวกเขาก็จะได้รับพลังจาก “โลก” และทำการพิทักษ์อีกครั้ง ...ประมาณนั้นเลยค่ะ

อ่านแล้วเราแฮปปี้มาก ๆ เพลินสุด ๆ อยากหวีดตอนโหยวเจิ้งผิงท่องเวลาย้อนไปตอนอวี้หัวเป็นเพลเยอร์ แต่กลัวจะยาว ใครอ่านแล้วมาหวีดฉากด้วยกันได้นะคะ ท่อนนี้เป็นอีเว้นท์ที่เราชอบที่สุดเลยค่ะ น้ำตาซึมด้วย TT


ชาแดง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

รีวิว แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ( 3 เล่มจบค่ะะ)

  แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ผู้แต่ง ปี่ข่าปี่ ผู้แปล จื่อซิน ผู้วาด 梨乖 酥 สำนักพิมพ์ Inltreebook เรื่องย่อ หลินชิงอวี่ แต...