วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565

รีวิว How to เปลี่ยนฆาตกรตัวร้ายให้กลายเป็นคนคลั่งรัก [ฉบับเต็ม]

 



How to เปลี่ยนฆาตกรตัวร้ายให้กลายเป็นคนคลั่งรัก

ผู้เขียน บาบานานา

ผู้วาด Solxzop

สำนักพิมพ์ -หนังสือทำมือ-

เรื่องย่อ

    ใครจะรู้ว่าแค่หลุดสปอยล์ตอนจบของหนังฆาตกรรม จะทำให้ “นิค” ถูกส่งมาเป็น อวี้เฉิน ตัวละครรูมเมทของพระเอกในภาพยนต์เรื่องนั้น ที่เป็นทั้งตัวเอกซึ่งทำให้เนื้อเรื่องดำเนินไป และเป็นเหยื่อคนสุดท้ายของ “ลูคัส” พระเอกผู้เป็นฆาตกรต่อเนื่อง น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถหนีไปจากคนที่อนาคตจะเป็นผู้ปลิดชีพเขาได้ เพราะท่ามกลางฆาตกรมากมายที่หมายชีวิตเขาในอนาคต ลูคัส เป็นเพียงคนทางเดียวและคนเดียวที่จะทำให้เขาต่อลมหายใจอันไม่มั่งคงนี้ต่อไปได้



ความรู้สึกหลังอ่าน (มีสปอยล์ปานกลางถึงมากค่ะ)

    กลับมาต่อแบบรวดเร็วกับ How to เปลี่ยนฆาตกรตัวร้ายให้กลายเป็นคนคลั่งรัก เป็นนิยายไทยอีกเรื่องที่เราติดมาก ๆ ตอนลงเว็บค่ะ ตัดสินใจทันทีตอนคุณนักเขียนประกาศว่าจะรวมเล่ม และดองโค้งสุดท้ายกับตอนพิเศษมาปิดจ็อบในเล่ม ต้องบอกว่าเป็นนิยายที่ไม่เหมาะสำหรับทุกคนนะคะ เนื้อเรื่องมีความกดดันทางจิตใจและความแตกสลายของชีวิตเหยื่อที่ถูกทำร้ายจนกลายเป็นฆาตกรอยู่หลายคน รวมไปถึงเหยื่อที่ไม่ได้ทำอะไรผิดอย่าง อวี้เฉิน หรือ ตัวนิค เอง ที่เข้าไปอยู่ในวังวนเหล่านั้นโดยไม่ตั้งใจ ความรู้สึกกดดันและลุ้นระทึกในทุกตอน ไม่แผ่วสำหรับเราเลยค่ะ เอาใจช่วยนิคมาก ๆ ตั้งแต่เจ้าตัวหลุดไปในภาพยนตร์ ถ้าใครกำลังสนใจแนวนี้ มาค่ะ เราจะเล่าให้ฟังงง แต่ก่อนนะเลยอื่น


คำเตือน

เรื่องนี้หลายตอนเต็มไปด้วยความกดดันทางจิตใจ ความบิดเบี้ยว ความโหดร้าย ความรุนแรงของสังคมและครอบครัว

มีการบรรยายถึงเลือดและเนื้อ การฆ่า ข่มขืน การทำร้ายเด็ก การกินเนื้อคน ความสัมพันธ์ทางเพศในพี่น้องเดียวกัน และความสัมพันธ์แบบเป็นพิษ

ส่วนตัวมองว่าไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปีขึ้นไป และผู้อ่อนไหวกับประเด็นดังกล่าว


พิจารณาแนวกันอย่างระมัดระวังด้วยนะคะ


พื้นที่สปอยล์ปานกลาง


จุดจบของคนสปอยล์หนังที่ไม่อยากจะรับไว้ (?)

        นิค ที่ลืมตาตื่นเข้ามากลายเป็น “อวี้เฉิน” ตัวละครหนุ่มชาวจีน ที่เป็นรูมเมทกับ ลูคัส พระเอกภาพยนตร์ที่เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ภายนอกอบอุ่น เอาใจใส่ แต่ข้างในขี้ระแวงและบิดเบี้ยว แถมยังเป็นผู้รับลมหายใจสุดท้ายของ “อวี้เฉิน” ในตอนจบของเรื่องก่อนอีกฝ่ายจะฆ่าตัวตายตาม เขาต้องรีบเร่งสมองให้หมุนด่วนจี๋ เพื่อเรียบเรียงเนื้อเรื่องทุกอย่างออกมา เพราะตัวละคร “อวี้เฉิน” เป็นเสมือนแม่เหล็กดึงดูดฆาตกรให้เข้ามาหา เป็นเหยื่อที่เกือบตายไม่รู้ตัวอยู่หลายครั้งหลายหน หากไม่ใช่ว่าลูคัสยื่นมือเข้ามาช่วยได้ทันเวลา ที่น่าแปลกใจคือ ไม่ว่าเหตุการณ์ประหลาดเลือดอาบรอบตัวจะเกิดขึ้นกี่ครั้งกี่หน ตัว “อวี้เฉิน” กลับไม่รู้สึกถึงความผิดปกติเลยสักนิด ...จนกระทั่งในตอนใกล้จบของเรื่อง ...นั่นจึงเป็นที่มาของเหยื่อคนสุดท้ายของพระเอกอย่าง ลูคัส

        ...เมื่อนิคประมวลผลเสร็จ เขาก็พบว่าก่อนไปถึงจุดจบสุดท้าย ทางรอดชีวิตของเขากลับมีคำตอบหนึ่งเดียว คือ อยู่กับ “ลูคัส” คนที่จะเป็นทั้งผู้ปลิดชีพในตอนสุดท้าย และช่วยเหลือเขาให้รอดพ้นจากมือมัจจุราชคนอื่นก่อนถึงเวลานั้น ...การแสดงบทบาทรูมเมทให้สมบูรณ์แบบจึงต้องเริ่มขึ้นหลังเขาก้าวเท้าออกไปจากประตูของห้องนอนบานนี้


มุมมองบุคคลที่สาม

        นิค ต้องยอมรับว่าระหว่างดูภาพยนตร์ ลูคัส เป็นพระเอกที่เขาชอบและเห็นใจมาก ๆ กับเรื่องราวที่เจ้าตัวพบเจอ แต่เมื่อเขาต้องกลายมาเป็นหนึ่งในตัวละครใกล้ชิดอีกฝ่ายในเวลานี้และทุก ๆ วันหลังจากนี้ กลับทำให้ทุก ๆ การขยับเคลื่อนไหว เต็มไปด้วยความตึงเครียด ยิ่งเขาไม่เหมือน อวี้เฉิน ในเรื่อง ที่สามารถไม่ใส่ใจรายละเอียดต่าง ๆ ได้ เขายิ่งต้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอย่างเป็นธรรมชาติให้มากขึ้น และยินยอมรับการหยั่งเชิงของ ลูคัส อย่างใจเย็นอยู่ตลอด จะมีเพียงช่วงเวลาที่ได้ออกไปทำงานข้างนอกบ้านเท่านั้น ที่เขารู้สึกเหมือนกลับมาเป็นตัวเองในชีวิตก่อน อย่างไรก็ตามนอกจากบทบาทที่ต้องโดนตามฆ่า บ้านเมืองแห่งนี้เป็นความฝันของเขามาตลอดตั้งแต่มีชีวิตก่อนอยู่ไทย เมืองนอกที่เงียบสงบ บรรยากาศเย็น ๆ และการเดินทางที่สะดวก นั่นทำให้เขาพึงพอใจมากและไม่ได้มีห่วงอะไรที่จะกลับไปอยู่ในร่างของชายวัยทำงานที่เจ็บป่วยเรื้อรังจากการทำงานหนักมาหลายปี นิคตั้งใจทำงาน และกลับไปเป็นรูมเมทที่ดีของพระเอก จนกระทั่งเหตุที่ฆาตกรคนแรกกำลังจะปรากฏตัวใกล้มาถึง ...แผนรับมือของเขาที่เค้นสมองเรียบเรียงเนื้อเรื่องออกมาตามลำดับเวลาก็ต้องเริ่มขึ้น


ความรักทำให้คนบ้าและโง่

        “เขาจะรักกันได้ยังไง ;---;”

        ตอนอ่านไปก็อดไม่ได้จะตั้งคำถามนี้ขึ้นมาค่ะ ต้องเล่าแบบสปอยล์ (ซึ่งน่าจะพอเดาจากแนวกันได้) ว่าจากความสัมพันธ์ของทั้งสองคน นอกจากเป็นความสัมพันธ์แบบจำยอมไม่มีทางเลือก เพราะคนหนึ่งต้องการมีชีวิตรอด อีกคนสามารถปกป้องชีวิตเขาได้ ทำให้ตั้งแต่เริ่มก็ดูไม่มีท่าทีจะกลายเป็นความรักได้ ยิ่งทางลูคัส มีเรื่องราววัยเด็กที่ทำให้ความรู้สึกด้านชา เรายิ่งมองไม่ออกว่าจุดลงเอยสุดท้ายของทั้งคู่จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง

        แต่คุณนักเขียนพาไปได้ค่ะ และปมของตัวนิค ทำให้ส่วนตัวเรามองว่า จากความสัมพันธ์เป็นพิษในตอนแรก เลยกลายเป็นเติมเต็มกันและกันได้ขึ้นมา ...สำหรับคู่นี้มีความซับซ้อนมาก อาจจะต้องอ่านแบบตั้งสติกันหน่อยนะคะ 5555 แต่ใด ๆ เมื่อเรื่องดำเนินไปจนถึงจุดสุดท้าย เรากลับรู้สึกว่าความรักที่คนหนึ่งยอม “บ้า” ในความรัก มอบความอ่อนโยนทั้งชีวิตที่เขาอยากได้ลงให้อีกคนอย่างทะนุถนอม กับอีกคนที่ยอม “โง่” ไม่เห็นความบ้าคลั่งของอีกฝ่าย เพื่อตักตวงความรัก ความอ่อนโยนและความอบอุ่นที่โหยหาตั้งแต่เด็กเหล่านั้นเอาไว้ เป็นความรักที่ลงตัวและทำให้พวกเขาดึงกันและกันอยู่อย่างสงบสุขได้เป็นอย่างดี คือดีมาก ๆ แล้วค่ะ

        ขอให้จุดจบนี้ดำเนินตลอดไป และขอให้พวกเขาอยู่ด้วยกันและจากไปพร้อมกัน โดยไม่มีใครทิ้งใครไว้ค่ะ


        คะแนน 8/10 ค่ะ

        มีหลายอย่างที่รู้สึกขาด แต่เราเข้าใจได้ รายละเอียดมุมมองอื่นเป็นยังไง ไปต่อฉบับเต็มกันนะคะ




พื้นที่สปอยล์ฉบับเต็ม


        สปอยล์มากกกกกกกกกเลยค่ะ ใครอ่านแล้วค่อยฉะแว้บกลับมาได้นะคะ


        How to เปลี่ยนฆาตกรตัวร้ายให้กลายเป็นคนคลั่งรัก ด้วยชื่อเรื่องทำให้เรื่องนี้ดูซอร์ฟลงเลยค่ะ แต่จริง ๆ แนวเรื่องนี้ติดโทนหม่น และตึงเครียดตามสไตล์หนังฆาตกรรม สืบสวนสอบสวนเลยค่ะ ยิ่งเราอยู่ในมุมมองคนคนธรรมดาที่เป็นเหยื่อ แถมรู้อนาคตเกือบทุกอย่าง ยิ่งทำให้เรื่องนี้ตึงมากขึ้น และเมื่อตัวละครนำของเราอย่าง นิค เลือกที่จะเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตบางอย่างนอกเหนือจากภาพยนตร์ เหตุการณ์หลายอย่างยิ่งคาดเดาไม่ได้ เรียกว่าตอนตามอ่านติดหนึบมากค่ะ !!


        สำหรับเรื่องนี้ที่ชอบจริง ๆ คือปมสุดท้าย หรือ โดยส่วนตัวอาจเป็นปมหลักของเรื่องก็ได้นะคะ เป็นชื่อหนึ่งในตอนพิเศษค่ะ การสับเปลี่ยนกันของ "สิ่งสมมติ"


        เมื่ออ่านจบแล้วเรียงเรื่องใหม่ เราขอเล่าแบบนี้ค่ะ

        ตัวละครสองตัว จากเรื่องราวชีวิตที่คล้ายกัน แต่อยู่กันต่างเรื่อง เกิดสลับร่างกันขึ้นมา


        "นิค" ตัวเอกของพวกเรา คือ ตัวละครในวรรณกรรมที่อวี้เฉิงอ่าน เขาเป็นชายหนุ่มชายไทยที่เกิดจากความพลาดพลั้งของพ่อแม่และให้กำเนิดเขาขึ้นมา แต่เด็กจนโตเขาไม่เคยได้รับความรัก ความอบอุ่น มีเพียงเสียงด่าทอ และความรุนแรง รวมถึงการทรยศหักหลัง โชคดีของเขาที่ทำให้รักษาตัวตนในปัจจุบันไว้ได้ คือ เขามีครูและเพื่อนที่ดีเสมอมา บาลานซ์สภาพจิตใจของเขาไว้ 

        แต่นิค ไม่เคยใยดีชีวิตนี้ หัวใจเขาไม่มีความผูกพันใด ๆ อยู่เลย


        "อวี้เฉิน" ตัวละครที่นิคสลับมาเข้าร่าง เบื้องหลังในอดีตของเขาถูกพันธะของครอบครัวผูกมัดจนแทบขยับตัวไม่ได้ นั่นทำให้ชายหนุ่มดิ้นรนหนีมาอยู่ต่างประเทศ แม้ชีวิตไม่ง่าย แต่ก็ไกลจากโซ่ตรวนเหล่านั้น เขาอยากมีอิสระมาตลอด และไม่เคยนึกชอบที่จะอยู่ที่นี่เลย


        หนึ่งตัวละครในวรรณกรรม หนึ่งตัวละครในภาพยนตร์ ไม่มีใครชื่นชอบบทบาทที่ถูกลิขิตไว้ของตัวเอง เมื่อต่างรู้ความจริง ต่างร้องไห้สุดใจ แต่กลับรู้สึกคล้ายเป็นอิสระจาก โซ่ ชีวิตเดิมของตัวเอง


        เราชอบจุดเฉลยตรงนี้มากเลยค่ะ และคงเป็นจุดตัดสินใจของทั้งคู่ที่จะเริ่มทำตามความรู้สึกที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้


        อวี้เฉิน เลือกออกจากทุกอย่างที่นิคเคยทำไว้ และออกเดินทางอย่างอิสระ

        ส่วนนิค เลือกที่จะรักลูคัส และตักตวงความรักและความอ่อนโยนที่เขาอยากได้มาแต่เด็ก จากอีกฝ่ายอย่างเต็มที่


        นั่งทำให้นำมาสู่บทสรุปของเรื่องที่ แฮปปี้เอ็นดิ้งค่ะ


              อีกทางหนึ่งที่น่าติดตามคือ ฝั่งพระเอกค่ะ

        การเปลี่ยนแปลงทางความรู้สึกของลูคัสที่เปลี่ยนจากมอง "อวี้เฉิน" ที่นิคเข้าร่าง จากเป็นของเล่นกลายเป็นคนรัก ซึ่งปมในใจหลักของเจ้าตัวคือ "ชีวิตที่เป็นปกติ" ค่ะ


        นิคสามารถมอบความรู้สึกเหล่านี้ให้ลูคัสได้ ไม่ใช่ อวี้เฉินในเนื้อเรื่องเดิมให้ได้ ส่วนหนึ่งเรามองว่า คงเพราะนิคอยากใช้ชีวิตที่นี่ นอกเหนือจากระวังเนื้อเรื่อง เขาถึงพยายามทำให้ที่แห่งนี้หลายเป็น "บ้าน" และลูคัสก็คงสามารถสัมผัสมันได้

        เราชอบที่ลูคัสเลือกจะทุ่มเทความรัก ความอ่อนโยน ความอบอุ่น ทั้งหมดที่ตนต้องการมาตลอดทุ่มลงไปกับนิค แทนที่จะเป็นการครอบครองอย่างบ้าคลั่งและรุนแรงค่ะ แต่ขณะเดียวกัน  เราก็สัมผัสได้ว่า หากเรื่องราวจากนี้ดำเนินต่อไป ไม่แน่ว่าสุดท้ายจุดจบอาจไม่ใช่แฮปปี้เอ็นดิ้งค่ะ และเราคิดว่า นิคที่แกล้ง "โง่" และเลือกจะรับความรักนี้ไว้ ก็คงรู้อยู่แล้ว เหมือนที่ ลูคัส เองก็ใช่ว่าจะไม่รู้ตัว เพียงแต่พวกเขาต่างเลือกความ "ปกติสุข" ในปัจจุบันมากกว่าอนาคตที่ไม่แน่นอนเท่านั้น

        เราก็ได้แต่อวยพรสำหรับงานแต่งของทั้งสอง ให้พวกเขาอยู่อย่างปกติสุขตลอดไปค่ะ

        ส่วนถ้าพูดถึงตัวเนื้อเรื่องเราบอกได้ว่าเป็นคดี ๆ ไปค่ะ ใครสนใจอยากให้ลองติดตามลุ้นว่านิคจะรอดได้ยังไง และลูคัสจะมาช่วยทันไหม ตัวละครแต่ละตัวจะมีจุดจบเปลี่ยนจากเดิมอย่างไร >>

        แนวใครทางใคร ไปลองลุ้นระทึกกันดูได้นะคะ >> How to...<<

        


        ชาแดง


วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565

รีวิว My Five Elements are short of You – ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ ~ [ฉบับเต็ม]

 




My Five Elements are short of You – ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ ~ [ฉบับเต็ม]

ผู้เขียน ซีจื่อซวี่

ผู้แปล Rear

ผู้วาด Mind*creator

สำนักพิมพ์ IRIS BOOK

เรื่องย่อ


โจวเจียอวี๋ ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกชนวิญญาณมาเข้าร่างคนที่ชื่อเหมือนกัน แต่อีกฝ่ายดันเป็นนักต้มตุ๋นที่ถูกจับ เพราะเกือบทำคนจำนวนมากเสียชีวิต หลินจู๋สุ่ย ปรมาจารย์ด้านเฟิงสุ่ยที่จับเขามาเห็นถึงพรสวรรค์ของโจวเจียอวี๋ จึงรับเขาไว้สอนสั่ง จากข้าราชการผู้เชื่อในวัตถุนิยมกลายเป็นว่าที่ศิษย์ผู้มากพรสวรรค์ของปรมาจารย์ชื่อดัง ชีวิตของเขาดูจะพลิกผันแล้ว ถ้าไม่ใช่ว่ายังมีอีกาสามขาในหัวอีกหนึ่งตนบอกถึงความลับในการได้ชีวิตใหม่ของเขาเปลี่ยนชะตาเคราะห์ของหลินจู๋สุ่ย ? มือใหม่พึ่งฟื้นคืนชีพอย่างเขาควรทำยังไงดี !



>> รีวิว My Five Elements are short of You – ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้

เล่ม 1-2 เล่ม 3 เล่ม 4-5 (สปอยล์ปานกลางถึงมาก)




รีวิวแบบพื้นที่ปลอดสปอยล์


โจวเจียอวี๋ เข้ามาใช้ชีวิตในร่างใหม่ แทบจะเป็นพ่อครัวจำเป็นของบ้าน เพราะไม่มีใครทำอาหารได้ดีเลยสักคนนน เขาเปิดใจศิษย์คนเล็กของหลินจู๋สุ่ยได้ก่อน เสิ่นอี้ฉยงเป็นคนตรงไปตรงมาทำให้เข้ากับโจวเจียอวี๋ได้ง่าย ส่วนศิษย์คนอื่น ต่างก็ทยอยพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์ปลายจวักของเขา กระทั่งตัวท่านหลินที่ไม่ค่อยกินข้าวเองก็มาร่วมโต๊ะอาหารด้วย ทว่าความสัมพันธ์ในบ้านไม่น่าหนักใจเท่าโลกทัศน์ของเขาที่เปลี่ยนไปจากสภาพแวดล้อมชีวิตใหม่ ชีวิตเดิมเขาไม่เคยเชื่อเรื่องภูติผี แต่ชีวิตนี้ดวงตาและประสาทสัมผัสของเขาไวและเฉียบคมต่อสิ่งพวกนี้มากกว่าใคร ทำให้โดนลากเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวลี้ลับเหล่านี้ประหนึ่งแม่เหล็กคนละขั้ว แถมที่ยังรอดมาได้เพราะมีท่านหลินคุ้มครอง จะไม่เชื่อก็คงไม่ได้แล้ว

ส่วนเรื่องราวความรักของสปอยล์สั้น แสงสว่างกับความมืด หยินและหยาง ปลาและน้ำ เป็นส่วนประกอบหรือธาตุที่ไม่อาจแยกจากกันไปได้ค่ะ !!!!


คะแนน 8/10


ขอตัดในส่วนของมุขตลกกับปมหลักช่วงหลังที่รู้สึกแผ่วในส่วนของเนื้อเรื่องค่ะ








รีวิวแบบพื้นที่มีสปอยล์ ~


            My Five Elements are short of You – ชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้ ~ เป็นนิยาย 5 เล่มที่สำหรับเราเนื้อเรื่องต่อเนื่องไม่แผ่วคดีหลอนเลยค่ะ จะเสียดายก็แต่ช่วงปมต่อเนื่องในตอนท้ายเท่านั้นที่รู้สึกแรงส่งพอ แต่เล่าไม่มากพอค่ะ (พูดงง ไหมน้อ) เอาเป็นว่าก่อนจะเล่าแบบสปอยล์เรียบเรื่องราวตามความเข้าใจของเรา ขอพูดแก่นหลักของเรื่องที่รู้สึกได้ก่อนนะคะ จริง ก็ตามชื่อเรื่องชีวิตนี้ขาดเธอไม่ได้เป็นทางเลือกที่ลิขิตฟ้าส่งหนทางให้มาเพียงหนึ่งเดียว หากขาดใครไปสักคนจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้เลยค่ะ


         ต่อไปนี้จะเป็นการเล่าที่สปอยล์เนื้อเรื่องมาก ใครยังไม่อ่านข้ามไปก่อนได้เลยค่ะ อ่านจบแล้วมาเมาท์กันนน


          ลิขิตฟ้า จะเริ่มมาถูกกล่าวหนักขึ้นในเนื้อเรื่องท่อนหลังทั้งตระกูลสวีแห่งเส่อซานและตระกูลเมิ่ง (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) แห่งไฟ ที่พยายามฝืนชะตาฟ้าจากของวิเศษบางอย่างจนต้องล่มสลาย

       ปริศนาทุกอย่างมากระจุกรวมที่พิธีกรรมคืนชีพและกระดาษเห็นอนาคตที่มีรูปอีกาทองสามขาเป็นสัญลักษณ์ 


          จี้ปา เป็นลูกอีกาทองสามขาที่ปรากฏตัวพร้อมกับโจวเจียอวี๋ นกตัวน้อยที่อยู่ในหัวของโจวเจียอวี๋เป็นคนบอกว่า เขาเองคือคนชุบชีวิตชายหนุ่ม และเป้าหมายของเขาคือให้โจวเจียอวี๋ช่วยหลินจู๋สุ่ยรอดพ้นจากความตาย 

            เราเลยพึ่งมาเข้าใจลำดับเนื้อเรื่องตอนเขียนได้ประมาณนี้ค่ะ



>> ลิขิตฟ้า ชะตามนุษย์


           เรื่องเริ่มจากการที่จี้ปาถูกสวรรค์ผนึกพลังลงในหนังสือเห็นภาพอนาคตคนที่คะนึงหาวิธีเพียงอย่างเดียวที่จะคลายผนึกได้คือต้องใช้พลังไฟจากร่างของมนุษย์ที่ครองพลังจี้หยาง ทว่ามนุษย์ที่มีร่างจี้หยางมักตายแต่วัยเยาว์ ทำให้หาได้ยากอย่างยิ่งจนกระทั่งหลินจู๋สุ่ยเกิดขึ้นมา เด็กชายหลินความจริงต้องสิ้นอายุขัยตั้งแต่อายุไม่ถึงแปดปี ทว่าบิดามารดาของเขาไม่ยินยอม ใช้ศาสตร์เฟิงสุ่ยเปลี่ยนลิขิตฟ้า ทำให้เขารอดมาได้จนกระทั่งอายุประมาณ 28-29 ปีซึ่งตามชะตาหลินจู๋สุ่ยถูกลิขิตให้ต้องตายอีกตอน อายุ 30 ปีหนนี้บิดามารดาไม่อยู่ แต่อีกาสามขายังอยู่



>> หยินและหยาง


             การจะช่วยร่างที่มีพลังหยางสูงจำเป็นจะต้องมีร่างที่มีพลังหยินสูงอยู่ข้างกาย แต่โจวเจียอวี๋ คนที่เป็นนักต้มตุ๋นดันเสียชีวิตไปก่อน โจวเจียอวี๋ ที่ชื่อเดียวกันอีกคนและตายในเวลาเดียวกันจึงถูกอีกาสามขาดึงวิญญาณมาเข้าร่างแทน และมอบหน้าที่ให้โจวเจียอวี๋คนนี้คอยอยู่กับหลินจู๋สุ่ยก็พอ ทางหลินจู๋สุ่ยเองก็มองออกว่าวิญญาณโจวเจียอวี๋คนนี้ไม่ใช่คนเดิม จึงเปิดใจให้ แถมยังทำนายได้อีกว่าอีกฝ่ายเป็นคู่ชีวิต ในวันเกิดอายุ 30 ปี เขาจึงรอดชีวิตมาได้ เพราะมีปลาน้อยของตนอยู่เคียงข้าง



>> ฝืนลิขิตฟ้า


             การมองเห็นอนาคตนับเป็นการฝืนลิขิตฟ้า ทั้งตระกูลสวีและเมิ่งต่างล่มสลายเพราะท้าทายอำนาจบางอย่างของฟ้ามากไป และถูกฟ้าลิขิตให้เจอทัณฑ์สวรรค์ แต่ใช่ว่าอนาคตที่มองเห็นว่าถูกลิขิตจะเปลี่ยนไม่ได้ อย่างเช่นตระกูลสวียังมีผู้สืบทอดวิชากระดาษหลงเหลืออยู่ ทว่านี่ไม่ใช่สำหรับทางตระกูลเมิ่ง ซึ่งมีความต้องการต่างกันเขาต้องการทำลายกระดาษมองอนาคตคนที่คะนึงหาเล่มนี้ทิ้งไปเสีย เพราะทุกคนที่เห็นเรื่องไม่ดีของคนที่รัก หรือสิ่งที่รักย่อมต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นคืนจากความตายที่ทำให้คนตระกูลเมิ่งส่งต่อคำสั่งเสียแบบฝืนธรรมชาติอย่างการชุบชีวิตคนทั้งตระกูลมาถึงผู้เหลือรอดเพียงคนเดียวอย่างลาสบอส หรือแม้แต่ท่านหลินเองพอรู้อนาคตของโจวเจียอวี๋ก็ปรารถนาวิธีการฟื้นคืนนี้เช่นกัน ดังนั้นลาสบอสจึงต้องการให้หนังสือและคาถาที่ผิดพลาดนี้ถูกทำลายจากไฟหยางบริสุทธิ์ที่ชำระล้างทุกสิ่งหลินจู๋สุ่ยคือคำตอบของสมการนี้นั่นเอง



>> น้ำตายเมื่อขาดปลา ปลาอยู่ต่อไปไม่ได้เมื่อขาดน้ำ


               การจะทำให้ไฟหยางสูงสุด เราเดาว่าคงต้องใช้ลาวาช่วยเสริม ขณะเดียวกันก็ขาดธาตุหยินไปไม่ได้ โจวเจียอวี๋จึงต้องอยู่ที่นั่น ซึ่งตรงนี้เราแอบไม่เคลียร์นิด อาจจะได้คำตอบชัด ในการอ่านรอบถัดไป 🤔

               อย่างไรก็ตาม จี้ปาที่อยู่กับโจวเจียอวี๋มาเกือบสองปี ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะผูกพันและทำร้ายอีกฝ่ายให้ทรมานขนาดนี้ ยามที่ตนถูกปลดปล่อยและชนะสวรรค์ เขาจึงเสียใจมาก  และคงเป็นเขาที่เก็บวิญญาณโถน้อยกลับร่างเดิม (ที่เป็นข้าราชการวัยเกือบสามสิบคนนั้น) ทำให้โถน้อยฟื้นความทรงจำและกลับไปครองรักกับหลินจู๋สุ่ยได้ ทว่าตัวจี้ปาเองนอกจากขอให้โจวเจียอวี๋ลูบหัวตน (นี่เก็บกดเรื่องนี้มากเลยนะ ว่าขนตัวเองนุ่มกว่าพังพอนไหม) ความทรงจำเรื่องของจี้ปาทั้งหมดเจ้าตัวไม่ให้ปลาน้อยจำได้เลย 🥺



           น่าจะเป็นจุดเดียวที่หน่วงมากค่ะ ถ้าขยี้กว่านี้น้ำคงไหลอีก


          ปมที่เราว่าแผ่ว แอบเดา ปะติดปะต่อเรื่องเอง คงเป็นช่วงลิขิตสวรรค์ กับปมตระกูลเมิ่งเนี่ยแหละค่ะ ลิขิตสวรรค์ถูกพูดถึงในสองเคสตระกูลใหญ่ แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลช่วงจี้ปาเพิ่มเติม ส่วนฝั่งลาสบอสเองก็ไม่ได้บอกชัดถึงวิธีการดำเนินการต่าง ทำให้ไม่มั่นใจว่าตกลงแล้วพิธีกรรมใช้ใครยังไง และท่านหลินที่เก่งมาก พลาดท่ายังไงกันแน่



         8 ใน 10 ของเราเหตุก็ประมาณนี้ 

     แต่จริง เราอาจจะร้องไห้จนพลาดไปหลาย อย่าง เดี๋ยวอ่านซ้ำแน่นอนค่ะ ใครเข้าใจยังไง เราพลาดอะไรไป มาคอมเม้นต์เล่ากันได้นะคะ



ชาแดง







วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565

รีวิว ระบบพึ่งพาตนเอง เล่ม 1-2 (ฉากประทับใจมีสปอยล์)




ระบบพึ่งพาตนเอง

ผู้เขียน 碉堡rghh

ผู้แปล อวี่หลินหลิง

ผู้วาด Chonggong

สำนักพิมพ์ Caihong

เรื่องย่อ

[ติ๊ง!]

[ระบบพึ่งพาตนเองระหว่างดวงดาวเริ่มทำงาน เป้าหมายของเราคือพึ่งพาความแข็งแกร่งของตัวเอง ปฏิเสธการเกาะคนอื่นกิน โฮสต์ต้องแรกด้วยแรงกายและลงมือทำด้วยสองมือของตัวเองเท่านั้นถึงจะได้ผลลัพธ์ที่งดงามที่สุด มาทำให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้นกันเถอะ!!!]

แมงดาหมื่นปีลู่ฉี่: …

ปลาไหลหมื่นปีเสิ่นเมี่ยวผิง: …


>> แบบเวอร์มีสปอยล์น้อยย และ >> แบบเวอร์มีสปอยล์ (ปานกลาง)

                            >> ชวน Talk ความประทับใจในระบบพึ่งพาตนเอง โลก 1-2 (สปอยล์มาก)

   

ฉากประทับใจโลก 1:

    รถยนต์จอดห่างออกไปประมาณหนึ่ง การประคองคนเมาทำให้ถือร่มไม่ค่อยสะดวก ลู่ฉี่จึงถอดเสื้อตัวนอกออกแล้วห่อตัวฮั่วหมิงเชินไว้ในอ้อมแขนก่อนอุ้มวิ่งฝ่าสายฝนออกไป...บนรถยนต์ ร่างกายท่อนบนลู่ฉี่เปียกโชก น้ำฝนอาบไล้ลงมาถึงปลายเส้นผมขับให้ใบหน้าเขาดูเย็นชาไร้ความรู้สึก ใครบางคนเอนกายนิ่ง ๆ อยู่เยาะข้างคนขับ โชคดีมีเสื้อคลุมของลู่ฉี่ นอกจากคราบน้ำมุมเสื้อแล้ว ส่วนอื่นของฮั่วหมิงเชินยังแห้งสนิท


    ชอบฉากนี้มากค่ะ ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม แต่เหมือนเป็นฉากหนึ่งที่บอกแต่ต้นว่า พระเอกให้ความสำคัญกับฮั่วหมิงเชินมากกว่าที่ตัวเขาคิด


ปลายสายเงียบไปสามวินาที ฮั่วหมิงเชินก็พูดทีเล่นทีจริงว่า

“ถ้าฉันบอกว่าฉันอยู่ใต้ตึกบ้านนาย นายจะเชื่อไหม”

ลู่ฉี่ตอบ

“อย่ามาล้อเล่น”

แต่ร่างกายกลับขยับลุกออกจากเก้าอี้แล้ว...เขารู้สึกมั่นใจอย่างบอกไม่ถูกว่าอีกฝ่ายอยู่ข้างล่าง

ฮั่วหมิงเชินสตาร์ตรถยนต์ เตรียมจะขับออกไป

“ถ้าล้อเล่นแล้วจะทำไป นายอย่างจริงจังนัก---”

คำพูดเหล่านั้นพลันหยุดกะทันหัน เนื่องจากเงาร่างคุ้นเคยอยู่ห่างจากกระจกรถยนต์แค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น


    มีความรู้ทันลึก ๆ ว่าฮั่วหมิงเชินน่าจะมาจริง ๆ แน่ ๆ แล้วทางคุณชายฮั่วก็คือมาจริง ๆ เขาคิดถึงมากจนขับรถมาเห็นแต่บ้านอีกฝ่ายก็ยังดี ;---;


“รีบดูข้างนอกสิ!” …

เมื่อเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมา มนุษย์มักสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนของตนเอง

    ปกติลู่ฉี่ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องพวกนี้เท่าไร แต่ไม่รู้เพราะคนข้างกายหรือเหตุผลอื่น เขามองดูอย่างตั้งใจ กระชับกอดคนในอ้อมแขนแน่น เป็นช่วงเวลาที่หัวใจไร้ความปรารถนา สะอาดบริสุทธิ์อย่างหาได้ยาก


    รู้สึกเอ็นดู จริง ๆ ฉากนี้และฉากก่อนหน้า ทำเราหวั่นไหวมาก และคิดว่าพระเอกเองก็หวั่นไหวเหมือนกันค่ะ คนคนนี้รักเขามากจริง ๆ สองชาติแล้ว อีกฝ่ายก็ยังหลงรักและให้หัวใจของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาเหมือนเดิม


เร็วเข้า! เร็วอีก!

    ลู่ฉี่ใช้มือเช็ดน้ำออกจากใบหน้า ไม่รู้ว่าเป็นคราบเลือด หยาดเหงื่อ หรือเม็ดฝนกันแน่ ร่างกายของเขาไร้ความรู้สึกไปแล้ว แม้แต่ความเจ็บปวดก็ไม่อาจรับรู้ได้ รู้เพียงแค่ว่าวิ่งไปข้างหน้าอย่างด้านชา ยิ่งวิ่งออกไปไกลเท่าไร ถนนก็ยิ่งกว้างมากขึ้นเท่านั้น จนกระทั่งเห็นแสงสว่างไกล ๆ


    ชอบจังหวะบีบคั้น น้อยมากที่จะเห็นพระเอกแนวนี้วิ่งบนความกดดันสูงสุด สุดท้ายแล้วลู่ฉี่ก็ไม่ได้เป็นคนที่เก่งทุกด้าน และไม่ได้เป็นคนไร้หัวใจอย่างที่เจ้าตัวเข้าใจ


ปัง!

นาฬิกาที่เพิ่งถอดออกพลันตกลงสู่พื้น เสียงกระทบดังขึ้นแผ่วเบา

    ลู่ฉี่แข่งขาอ่อนแรง ทรุกลงกับพื้น ท่าทางตกใจสุดขีด คล้ายว่ากำลังหวาดกลัวสูญเสียบางอย่าง ...เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ลู่ฉี่รู้สึกหวาดกลัว...กลัวอะไร เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน


    ฉากนี้ อยากผลักคนขับรถคนนั้นมาก ไม่เห็นเหรอว่าเขาบาดเจ็บน่ะ! แล้วนายไม่ได้ยินเสียงปืนหรือไง! เป็นฉากต่อเนื่องที่ให้อารมณ์ดีค่ะ กดดันพระเอกจนกระทั่งเผยด้านที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นออกมา ส่วนตัวชอบมาก ๆ


“ขอแค่นายยังมีชีวิตอยู่ อะไรก็ได้”

    ไม่ว่าชาติก่อน หรือชาตินี้ ลู่ฉี่ไม่เคยให้สัญญาที่ยุติธรรมเช่นนี้มาก่อน หากคนผู้นั้นต้องการทรัพย์สินทั้งหมดของเขา ก็ยังไม่ยากเท่าควักหัวใจและปอดของเขาไป แต่เขารู้แก่ใจดีว่าฮั่วหมิงเชินไม่ต้องการ

...

    แม้แต่ในเวลาระหว่างความเป็นความตาย ผู้ชายคนนี้ก็ไม่พูดหวาน ๆ อย่างฉันรักนาย นายรักฉันออกมาให้ได้ยิน คล้ายว่าสมองขาดการคิดพิจารณามาตั้งแต่กำเนิด เลือดเย็นโดยแท้ หรือพูดว่าเฉลียวฉลาดเกินไปก็ได้จึงไม่ปล่อยให้อารมณ์ควบคุมความคิด ทั้งนิ่งจนน่ากลัว

    แต่ไม่เป็นไร ฮั่วหมิงเชินมีวิธีรักษาเขา

    เห็นไหม ฮั่วหมิงเชินไม่ได้ถามลู่ฉี่ว่าชอบหรือไม่ชอบเหมือนกับคนอื่น เขาไม่ใช่คนพูดจาไร้สาระอยู่แล้ว เขาเอ่ยแค่ประโยคเดียว

“ถ้าอย่างนั้นนายเต็มใจที่จะเอาเงินทั้งหมดมาเก็บไว้ที่ฉันไหมล่ะ”

    ...เหมือนลู่ฉี่จะเข้าใจบางอย่างแล้ว เขาเปล่งเสียงหัวเราะออกมา...กระแสลมพัดผ่าน ขณะที่สายฝนโปรยปรายลงมา เขาพยักหน้าราวกับยอมรับในชะตากรรมของตนเอง

“...ฉันเต็มใจ” เขาพูด “เอาไปสิ”

    ฮั่วหมิงเชินใช้เวลาสองชาติ สองชีวิต ในที่สุดก็ทำให้เลือดและหัวใจของคนผู้นี้อุ่นร้อน


    คำบอกรักที่ไม่มีคำว่า “รัก” แล้วฮั่วหมิงเชินก็เข้าใจลู่ฉี่มากพอจะเลือกถามได้ตรงจุดด้วยเรื่อง “เงิน” ลูกรักพระเอกแทน 55555 เป็นอีกหนึ่งฉากที่ชอบมากเลยค่ะ




ฉากประทับใจโลกที่ 2:

    ไม่มีหัวใจของผู้ใดแข็งกระด้างแต่กำเนิดทุกคนล้วนต้องเคยผ่านวัยฟุ้งซ่านมาแล้วทั้งสิ้น ก่อนอายุสิบขวบเสิ่นเมี่ยวผิงยังจดจำผู้หญิงคนนั้นได้ บางครั้งมักจะสงสัยว่ามารดาทิ้งตนเองไปแล้ว ไม่ต้องการเขาแล้ว หรือแต่งงานกับผู้ชายที่ดีกว่า และให้กำเนิดบุตรอีกคน นอกจากนี้ยังมีความคิดอื่น ๆ อีกมากมาย

แต่ภายหลังเขาเพิ่งเข้าใจ ไม่ว่าเรื่องใดต้องคิดในทางที่ดี

    ดังนั้นเสิ่นเมี่ยวผิงจึงคาดเดาว่ามารดาของเขาอาจจะเสียชีวิตระหว่างเดินทางไปดูงาน มีเพียงสิ่งนี้ที่ช่วยบรรเทาความขุ่นเคืองในใจของเขาลง ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาก

    ทันใดนั้นเสิ่นเมี่ยวผิงก็รู้สึกตัว เซี่ยอวี้จือได้ทิ้งทางหนีทีไล่ไว้ให้เขาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทางออกของชีวิต สิ่งที่ทำได้ก็ทำแล้ว สิ่งที่คิดได้ก็คิดแล้ว


    พระเอกแต่ละคนมีปมต่างกัน ถ้าคนก่อนเป็นเพราะตัวเขาเอง คนนี้ก็เป็นเพราะสังคมหล่อหลอมให้เขาเป็น เมื่อทะลุมิติมาเจอกับคนที่รักเขาอย่างจริงใจ ไม่ว่าอะไรก็คิดเผื่อเขาไว้แทบทุกอย่าง เขาถึงได้สามารถเป็นตัวเขาในแบบที่ควรจะเป็นมาตลอดได้ ;---;


    กล่าวกันว่าความสัมพันธ์ทางสายเลือดคือกุญแจที่แน่นหนาที่สุด แต่ยังมีคำกล่าวอีกว่า ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา พันลี้แห่งแม่น้ำและขุนเขาไม่อาจย้อนคืน เซี่ยอวี้จืออาจสามารถต่อสู้กับคนนับล้าน แม้ต้องตายสักเก้าครั้งก็ไม่หวั่นเกรง แต่เขากลับกลัวว่าหลังตนสิ้นใจ เสิ่นเมี่ยวผิงจะมีชีวิตตกต่ำ

    เซี่ยอวี้จือมีชีวิตหนึ่งวัน ก็ปกป้องเขาได้หนึ่งวัน แต่หากเสิ่นเมี่ยวออกจากบ้านสกุลเซี่ยไป หายไปต่อหน้าต่อตาเขา ก็ไม่จำเป็นต้องปกป้องชีวิตนี้อีกแล้ว...


    เราเป็นคนแพ้ทางตัวละครที่มีนิสัยปกป้องคนรักแบบสุด ๆ อย่างเซี่ยอวี้จือมาก ๆ เลยค่ะ ถ้าจะขอพาดพิงอีกคน ที่ตอนอ่านทำเรานึกถึงก็คงเป็นท่านแม่ทัพกู้ จากฆ่าหมาป่าค่ะ ตัวละครสไตล์ที่พอมีคนรักแล้วถึงเริ่มให้ความสำคัญกับชีวิต เริ่มมองอนาคต ปกป้องคนของเขาเอาไว้อย่างดีที่สุด แต่ถ้าเสียคนรักไปก็แลกเลือดด้วยเลือด ส่วนชีวิตตัวเองก็ไม่สำคัญอีกแล้ว // อยากกดอิโมจิหัวใจรัว ๆๆๆ //


“...เซี่ยอวี้จือ”

    เสิ่นเมี่ยวผิงเอนหลังพิงต้นไม้ ละสายตาจากศพตรงหน้า มือล้วงลึกเข้าไปในดินโคลน หางตาหรี่ลง พูดชื่อของเซี่ยอวี่จือ ออกมา ปลายเท้าที่คิดจะหนีหยุดชะงัก ราวกับสามคำนี้ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจยิ่งกว่าคำว่า ‘อมิตตาพุทธ’ เสียอีก

    ความรู้สึกไม่สบายใจเป็นเรื่องแปลกสำหรับวัยนี้ นานมากแล้วที่เสิ่นเมี่ยวผิงไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับใครหรือสิ่งใด กระทั่งเมื่อวินาทีก่อน


    สิ่งที่ชอบเวลาอ่านตัวเอกมีนิสัยไม่ดีบางอย่าง จากตนเอง หรือจากสภาพแวดล้อมแล้วเขามีพัฒนาการแก้ปมตรงได้นั้น เป็นอะไรที่เราชอบมากเลยค่ะ โดยเฉพาะการมีจังหวะให้เราสะกิดรู้แล้วว่า เนี่ยแหละ คือเหตุที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป หรือขยี้สักจุดหนึ่งเพื่อให้รู้ว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาเนี่ยแหละสะสมให้คนคนนี้เป็นแบบนี้ในตอนท้าย เราชอบมากค่ะ


    คล้ายว่าอีกฝ่ายรับรู้ได้ถึงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านหลัง จึงเงยหน้าขึ้นมองเซี่ยอวี้จือทันที ใบหน้าหล่อเหลาของคนผู้นั้นเป็นสีเทา เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลน แต่เซี่ยอวี้จือก็ยังจำเขาได้

“เสิ่นเมี่ยวผิง...”

“ข้าไม่ไปไหน” เสิ่นเมี่ยวผิงเหนื่อยจนแทบยืนไม่ไหว เขาพิงกำแพงมองเซี่ยอวี้จือ พูดด้วยน้ำเสียงแฝงความอวดดี ก่อนจะย้ำอีกครั้งว่า

“ข้าไม่ไปไหน”

    ลูกกระเดือกของเซี่ยอวี้จือขยับเล็กน้อย แต่ไม่พูดอะไร สุดท้ายเสิ่นเมี่ยวผิงใช้มือยันกำแพงลุกขึ้นยืน ยกยิ้มแล้วรั้งเขาเข้าสู่อ้อมแขนเฉกเช่นหลายค่ำคืนที่ผ่านมา จากนั้นเอื้อมมือไปลูบสัมผัสแผ่นหลังของอีกฝ่ายเบา ๆ

“ไม่เป็นไร พวกเราไม่เป็นไรแล้ว”

“ข้าไม่ไปไหน และจะไม่แต่งกับผู้ใดอีก ข้าจะอยู่กับท่านไปชั่วชีวิต”


    เราชอบท่อนสุดท้ายของโลกสองมาก ๆ ค่ะ ช่วงพีคหลัง ๆ มีแต่จุดที่ทำให้ชอบ แม้ว่าคนนี้จะเผยความหวั่นไหวออกมาในนาทีสำคัญ แต่เรารู้สึกได้ว่า เขาก็รักของเขามากจริง ๆ ค่ะ



    555555 มายาวอีกแล้ววว ใครตามมาจนถึงตอนนี้ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะะ อ่านแล้วชอบฉากไหนกันบ้างมาคุยกันได้นะคะ >< 


ชาแดง







 

รีวิว แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ( 3 เล่มจบค่ะะ)

  แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ผู้แต่ง ปี่ข่าปี่ ผู้แปล จื่อซิน ผู้วาด 梨乖 酥 สำนักพิมพ์ Inltreebook เรื่องย่อ หลินชิงอวี่ แต...