วันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2564

รีวิว วาสนาจักรพรรดิมังกร (หลงหยวน) เล่ม 1 [ฉบับเต็ม]

 


ภาพปกจากเพจ Enter Book


วาสนาจักรพรรดิมังกร (หลงหยวน) เล่ม 1

ผู้เขียน ต้าเฟิงกวากั้ว (Da Fang Gua Guo)

ผู้แปล คุณชุ

สำนักพิมพ์ Enter Book

เรื่องย่อ

---- สามารถติดตามส่วนไม่สปอยล์ได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างค่ะ----

พาร์ท เนื้อเรื่องปราศจากการหวีด : สปอยล์เล็กน้อยถึงปานกลางในเล่ม 1

 

เนื้อเรื่องแบบย่อสุด ๆ

เจาหยวนมังกรน้อย ผู้สืบทอดการเป็นผู้พิทักษ์แบบมึน ๆ ตามหาคนที่ใช่พบ ณ ทุกหญ้าสีทอง แต่ดันสะกดรอยตามผิดสำนัก กลายเป็นพบกับพระเอก เล่อเยวี่ย แทน หลังจากนี้ เจ้าตัวเล็กเลยต้องเกาะพี่ใหญ่ท่านนี้ไปตามหาคนต่อในงานประลอง

จบเรื่องย่อ

 

พาร์ท เนื้อเรื่องส่วนหวีดดดด ใส่ฟิลเตอร์ของคนจิ้นและคนรักมังกรน้อย : สปอยล์มาก...มาก ๆ


                หลังจากอ่าน วาสนาจักรพรรดิมังกร จบ เราก็ไปทำการหวีดทั้งสองแบบใน # ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าความคิดเห็นของเราค่อนข้างเอนเอียงเพราะแพ้ทางอะไรแบบนี้ และยังคงย้ำอีกครั้งว่าโดยเนื้อหาไม่ได้ วาย แต่อย่างใด สุดท้ายแล้วพระเอกอย่างเล่อเหวี่ย และคนนำเรื่องอย่างเจาหยวนอาจจะมีคู่หรือไม่ก็ได้ ดังนั้นการเล่าปนหวีดฉากและสถานการณ์ต่อไปนี้ ไปในทิศทางของคนมีใจเอนเอียงอย่างที่สุด หากต้องการสปอยล์เนื้อเท่านั้น อย่าลืมหยิบผ้ากรองมารองตอนอ่านอีกชั้นหนึ่งด้วยนะคะ

                ชาแดงคนเพ้อเจ้อจะทำการเล่าอีกเวอร์ชั่น ณ บัดนี้

 

                ลูกเอ๋ยฟ้าลิขิตให้เป็นเจ้าแล้วล่ะ

                ต้องบอกว่า เจาหยวน เป็นมังกรน้อยลูกคนกลางของบ้าน ที่รู้เลยว่าพี่น้องคนอื่นฉลาดมีไหวพริบกว่าเจ้าตัวเยอะมาก ๆ พ่อของเขาเป็น เทพมังกรผู้พิทักษ์ ไม่ได้อยู่ในวงศ์ของมังกร และมักถูกดูถูกจากชนชั้นเทพมังกรว่าเป็นพวกรับใช้มนุษย์ (ทั้ง ๆ ที่ถ้าเขาทำหน้าที่ได้ดี ก็ส่งผลดีต่อตัวเองแท้ ๆ // ส่ายหน้า) ส่วนทางแม่ของเจาหยวนเป็นชนชั้นเทพมังกร คิดว่าน่าจะยศใหญ่อยู่พอสมควร แต่ยามสามีตกอับเจ้าตัวก็ไม่จากไปอยู่เคียงข้างมาตลอด 

               ในบรรดาลูกทั้งหมด พ่อของเจาหยวนอยากให้ลูกชายคนโตรับหน้าที่ต่อ ไม่ใช่อะไร แต่เขาฉลาดและมีไหวพริบมาก แม้ลูกสาวคนที่สองจะไม่เป็นรอง แต่เรื่องเอาตัวรอดจากการอ่านของเรา พี่ใหญ่ของเจาหยวนที่หนึ่งจริง ๆ

                แล้วทำไมหน้าที่นี้ตกที่เจาหยวนได้

                5555555

                เพราะพี่ใหญ่กับพี่สาวเป่าลมปราณของพ่อแล้วตัวเอกของพวกเราโดนลูกหลงค่ะ 555555

                ตอนเล่อเยวี่ยฟังถึงกับถอนใจในชะตากรรมของเจาหยวน ไม่รู้เพราะแบบนี้หรือเปล่าพี่เล่อเลยคอยดูแล เพราะเป็นห่วงมังกรโง่ (ในสายตาพี่เขา) บ่อย ๆ


            อาจารย์ในบรรดาศิษย์ที่ศิษย์พี่ใหญ่จับมาศิษย์น้องคนนั้นดีที่สุด !

                อย่างที่เล่าไว้ว่าท่านอาจารย์ของเล่อเยวี่ยมองออกว่าเจาหยวนเป็นมังกรแปลงกายมา แต่จุดนี้เราไม่รู้ว่าเขามองออกถึงขั้นไหน (แต่เดาว่ารู้แต่ต้นว่าคือมังกรผู้พิทักษ์) เลยให้เล่อเยวี่ยดูแลเจาหยวนดี ๆ อย่าให้ใครพบ ยุคนี้คนล่ามังกรเยอะมาก เผ่าหงส์เองก็ล่า เจ้าตัวเล็กฝีมือแค่นี้ไม่รอดแน่

** ตรงนี้เราขอจับคำไว้อย่าง อาจารย์บอกว่า สำนักได้รับบุญคุณจากมังกร...ต้องเป็นอิ๋งเจ๋อแน่ ๆ **

                เล่อเยวี่ยคอตกไปหาคนใหม่ แต่ก็ดูแลเจ้าตัวเล็กที่มุดอยู่ในผ้านวมเตียงตัวเองอย่างดี คือฉากเวลาเจาหยวนเป็นมังกรเขาบรรยายน่ารักมาก เวลาน้องจิตตกจะชอบมุดผ้าห่มเล่อเยวี่ยหนีความจริง เวลาเล่อเยวี่ยถามไถ่ถึงผงกหัวออกมา ซึ่งฝั่งพี่เล่อจะเห็นผ้าห่มขยับน้อย ๆ โอ้ยยยย ใจกระผมมม ความตัวเล็กตัวน้อยนี้ มีแต่ใดมา

                ศิษย์ในสำนักดูแลเจาหยวนดีมาก ตอนแรกก็เพราะจะชักจูงให้คนเข้าสำนัก แต่ด้วยความที่น้องซื่อ ๆ แถมของกินในแก่งธารที่เคยอยู่ไม่ได้ดีเท่าซาลาเปาของคนในสำนักชิงซานด้วยซ้ำ เจาหยวนเลยตื่นเต้นและมีความสุขมากที่ได้กินของดื ๆ (ในสายตาเขา) และได้รับการเอาใจใส่แบบนี้ เล่อเยวี่ยเห็นแล้วถึงกับสะท้อนใจน้องมังกร ยกซาลาเปาให้กินอีกลูก เจ้าตัวจะได้ตัวอ้วนขึ้นหน่อย (ร่างมังกรน้องตัวเล็กมากกกก)

                เจาหยวนอยู่ในสำนัก เมื่อเทียบกับหลินชิงที่เข้ามากับตู้หรูหยวนที่ยอมเป็นศิษย์คนที่สิบสามให้ เจ้าตัวเล็กกลับเป็นคนขยันและทำโน้นนี่ให้ทุกคนมากที่สุด มังกรน้อยในร่างคนเดินตามหลังเล่อเยวี่ยทำงานตลอดเวลาเหมือนลูกเป็ดตัวน้อยตามแม่ เล่อเยวี่ยซักผ้าเขาก็ซัก เล่อเยวี่ยปูที่นอนเขาก็ปู เล่อเยวี่ยผ่าฟืน เขาก็เข้าไปอุ้มฟืน โอ้ยยยย ใจกระผมมม

                นี่ยังมีตอนกลับร่างแล้วกลายเป็นงูน้อยตัวอ้วนอีกนะ เอ็นดูมากก พี่เล่อรีบซ่อนเจ้าตัวน้อยซุกอก พอกลับสำนักโดนน้อง ๆ จิ้มหัวจิ้มพุงเล่น จนเจ้าตัวขดตัวหนีแล้วหนีอีก สุดท้ายพี่เล่อก็ต้องอุ้มเข้าอกหนีมือคนอีก เจ้าตัวเล็กเอ้ยย


                ความจริงข้าเป็นพ่อบุญธรรมของทุกคน

                เล่อเยวี่ยเป็นศิษย์เอกคนโตที่ทำทุกอย่างตั้งแต่ซื้อของเข้าสำนักไปจนถึงฝึกฝนศิษย์น้อง เรียกได้ว่าเขาเป็นทุกอย่างให้ทุกคนจริง ๆ เขาอาจจะดูเป็นคนใจร้อน โผงผางในตอนแรก แต่ถ้าจับดี ๆ เขาเป็นคนมีเหตุผลมาก ฉากแรกเจ้าตัวเลยปล่อยลั่วหลิงจือเดินจากไป 

               ...แล้วความคิดส่วนตัวมาก ๆ เราว่าพี่ลั่วต้องเห็นอะไรบางอย่างในพี่เล่อ ถึงมักเข้าข้างเขา ยอมเขาบ่อย ๆ

                เล่อเยวี่ยความจริงเป็นคนยืดได้หดได้และมีเล่ห์เหลี่ยม แต่เขามีความจริงใจ อบอุ่นและไม่ได้เอาเปรียบ ดูได้จากที่เขาช่วยเจาหยวน มังกรน้อยแทบช่วยอะไรเขาไม่ได้เลยแต่เขากลับดูแลอีกฝ่ายดีมาก รายละเอียดบางอย่างเรายังรู้สึกว่าพี่เขาสมกับที่สถาปนาตัวเองเป็นพ่อบุญธรรมของทุกคนจริง ๆ ตอนต้องลงเขาไปหาคนอีก เจาหยวนขอตามไปด้วย พี่ท่านก็สวมเสื้อพูดเสียงอ่อนโยนว่า ไม่ต้องเดี๋ยวคนจับได้ว่าเป็นมังกร อยู่ที่นี่เถอะ เจ้านอนต่ออีกหน่อยพอได้ยินเสียงสัญญาณก็ไปกินข้าว หาทางไม่เจอก็ตามศิษย์คนอื่น ๆ ไป

                แบบบบ

                ตอนเขาสังเกตว่าเจาหยวนเสี้ยนตำมือ หรือรู้ว่าน้องมีเรื่องจะขอ เรื่องที่เขามองดุเจ้าตัวตอนแอบตามลงเขา เพราะเป็นห่วง หรือน้องจิตตกแล้วเดินเข้าไปปลอบ ละตอนใจอ่อนไปตักน้ำมาให้เจาหยวนว่ายก็คือออออ ...ดีงามมากกกก

                เจาหยวนได้รับความใจดีขนาดนี้ก็ติดคนโดยไม่รู้ตัว มังกรน้อยเข้าใกล้เล่อเยวี่ยเพื่อซุบซิบบ่อย หลัง ๆ จะมีโมเม้นต์น้องยกมือขึ้นจับแขนเสื้อเล่อเยวี่ยบ่อยมาก ทางหนึ่งคือแสดงออกว่าอยู่ข้าง ๆ เสมอเป็นการปลอบใจ ทางหนึ่งเหมือนเป็นสัญชาตญาณของตัวเอง เอ็นดูที่สุด ซึ่งในร่างมังกรตอนหลังของเล่มแรกก็คือเข้าไปซุกไหล่พี่เล่อหลับ เพื่อความอุ่นใจกันไปเลย


                วาสนานี้ สุดท้ายเป็นของใคร

                ต้องบอกก่อนว่า ทุกคนมาลุ้นด้วยกันนะะะ ว่าสรุปมังกรน้อยจะพบคนที่ตามหาไหม เพราะถ้าให้สปอยล์ช่วงแรก น้องมีฉากร่วมกับพี่ลั่วตอนเดียว ซึ่งส่วนตัวมองเห็นรังสีพี่ชายแสนดีสาดส่อง เอาจริง ๆ เราอยากให้พี่ลั่วเข้าตี้มาก ขอเล่มสองค่ะ !

                ส่วนพี่เล่อ เป็นที่ถูกใจของพี่หญิงกิเลนเข้า (พิทักษ์แม่ทัพ ผู้กล้า) เขาโดนกิเลนจีบไม่พัก จนแอบคิดว่า กิเลนตามตื้อ แต่พอพึ่งพาได้ กับมังกรน้อยที่นั่งจุ้มปุ๊กตรงนั้น เขาต้องช่วยอีกฝ่ายทุกอย่าง เขาควรดีใจหรือเสียใจกับตัวเองและลั่วหลิงจือกันแน่ 555555

                ส่วนคนของเต่าและหงส์ เล่มนี้ก็ออกแล้วค่ะ จะมีแต่ข้างบนแหละค่ะที่ต้องมาลุ้นกันว่าวาสนาจะตกที่ไหน โดยส่วนตัวมีฉากที่ชอบอีกเยอะมาก เนื้อเรื่องน่าติดตาม เพราะดูเหมือนทุกอย่างยังเดินไปตามทางที่ราชาหงส์คำนวณ ความเฮฮาของตี้ตีหงส์เคมีดีมาก ๆ ยิ่งมีอิ๋งเจ๋อเข้ามายิ่งป่วนปนฮา ความรู้สึกมีความเนื้อเรื่องแบบอนิเมะชันอยู่ในนั้น


                สปอยล์แทบจะทั้งเล่มแล้ว ถ้ายังหวีดความน่ารักของเจาหยวนต่อน่าจะเกินสามหน้ากระดาษแล้ว 555555

                เอาเป็นว่าใครสนใจแนวพรีเรียด แฟนตาซี เรื่องนี้อาจจะใช่แนวที่ตามหาค่ะ

                ท้ายสุดจริง ๆ เรายังขอประกาศว่า ยังเชียร์พี่ลั่วสุดใจค่ะ !!!!!


*** สำหรับหัวใจหลักของเรื่องขอโน้ตไว้ว่าเป็นฉากที่พี่ตู้เห็นเจาหยวนกลับร่างจากงู เป็นมังกรและกลายเป็นมนุษย์ค่ะ***


ชาแดง








วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2564

รีวิว ไยรักจึงอบอุ่นเพียงนี้ (ฉบับรีวิวมีสปอยล์)

 




ภาพจากเด็กดี


ไยรักจึงอบอุ่นเพียงนี้

ผู้เขียน เทียนหยา

ผู้วาด Yaniss

สำนักพิมพ์ พันแสง

เรื่องย่อ

                แม้จะเกิดเป็นทายาทสายตรงของฉินอ๋อง ติงเหม่ยหลิง กลับต้องใช้ชีวิตลำบากยิ่งกว่าทาส ยามปกติข้าวปลาอาหารกินของเหลือจากคนใช้ ยามบิดามีโทสะมองหาที่ระบายไม่เจอก็ต้องเป็นเขา ในช่วงเวลาที่คิดว่าชินชาต่อชีวิต กลับมีเรื่องเลวร้ายกว่าแทรกเข้ามา เมื่อบิดาต้องการส่งเขาเป็นตัวประกันที่ต่างแคว้น และคนที่เขาต้องแต่งด้วยคือองค์ชายใหญ่ที่ได้ชื่อว่า เลวร้าย อย่างยิ่ง เขาต้องคิดวิธีเอาตัวรอดให้ได้ และเป้าหมายคือองค์ชายห้า ซ่งไห่เฟิง ที่แสนเย็นชาคนนั้น

 

ความรู้สึกหลังอ่าน (แบบรวมพื้นที่มีสปอยล์ //ปานกลาง)


                นอกจาก ไยรักจึงอบอุ่นเพียงนี้ เราเล็งเรื่องอื่นของคุณนักเขียนมานานแล้ว แต่ไม่มีจังหวะเก็บค่ะ สุดท้ายเลยได้รับ ติงเหม่ยหลิงกลับบ้านมาเป็นคนแรก ไยรักจึงอบอุ่นเพียงนี้เป็นเรื่องความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เติบโตระหว่างคนขี้สงสารกับคนที่ไม่เคยได้รับความรัก ค่อนข้างอบอุ่นน่ารัก ท่ามกลางสงครามชิงบัลลังก์ขององค์ชายทั้งสอง เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไรร

คำเตือนของเราก่อนเข้าสู่เนื้อเรื่องงง :  เนื้อหาช่วงแรกมีการบรรยายและกล่าวถึงการลงโทษทำร้ายร่างกายของบิดากับบุตร ค่ะ ประมาณช่วงสองสามบทแรกก่อนพระเอกรับตัวไป โปรดพิจารณาหาตัวอย่างก่อนนะคะ



ทางเลือกที่ดีกว่า

ในวันที่ ติงเหม่ยหลิง เกิดเข้าก็เสียมารดาไปในวันเดียวกัน สำหรับเมืองของเขาเด็กที่เกิดแล้วทำมารดาเสียชีวิตนับว่ามีดวงพิฆาตนารี ไม่อาจแต่งงานกับผู้หญิงได้ บางบ้านส่งออกไปทำสงคราม บางบ้านขายเป็นชายบำเรอ บางบ้านแค่ส่งแต่งงานกับผู้ชาย แต่อย่างเช่นบ้านเขา คือทิ้งขวางและทุบตีเหมือนไม่ใช่คน ... วันที่พ่อของนายเอกแพ้สงครามก็ได้ส่งนายเอกแต่งงานกับองค์ชายใหญ่ เพื่อเป็นตัวประกันอยู่เมืองนั้น ทั้ง ๆ ที่รู้นิสัยโหดร้ายขององค์ชายท่านนี้ดี นายเอกจึงได้แต่ต้องดิ้นรนทำให้ตัวเองแต่งกับองค์ชายห้า องค์ชายอีกองค์ที่มีตำแหน่งและความสามารถทัดเทียมองค์ชายใหญ่ ด้วยความที่นายเอกเป็นคนมีไหวพริบดี ถึงไม่เคยออกไปไหนก็ยังคาดเดาเรื่องบางอย่างได้ สุดท้ายเขาก็ตะล่อมจนสามารถแต่งงานกับ ซ่งไห่เฟิง ได้ในที่สุด



ความรู้สึกยินดียามบิดามารดามองบุตรมีพัฒนาการ เป็นเช่นนี้เอง

                ซ่งไห่เฟิง องค์ชายเย็นชา ที่ไม่ต้องการบัลลังก์ ซึ่งเดินหนีงานเลี้ยงมาพบ ติงเหม่ยหลิง และได้ยินแผนการของเขา ตัดสินใจให้โอกาสเด็กถูกทิ้งคนนี้ใช้ตนเองเป็นข้ออ้างในแผน หากเขาทำสำเร็จตนก็ยินดีรับอีกฝ่ายมาดูแล และเขาก็ทำได้จริง ๆ องค์ชายห้าทำตามสัญญาแต่งติงเหม่ยหลิง เข้าจวน เด็กคนนี้ถูกเลี้ยงจนชีวิตตนเองก็ไม่มีค่า ซ่งไห่เฟิงจึงพยายามทุกอย่างให้พระชายาของเขารักตัวเองมากขึ้น และพยายามอย่างยิ่งที่จะค่อย ๆ หนุนให้เจ้าตัวได้รับการยอมรับจากน้องชายและมารดาของเขา ในวันที่ติงเหม่ยหลิงลุกขึ้นมาเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองอยากได้กับเขาเป็นครั้งแรก ซ่งไห่เหิงจึงเข้าใจหัวอกบิดามารดายามเห็นบุตรมีพัฒนาการได้อย่างแท้จริง (555555)



องค์ชายจะซื้อขนมให้ว่าที่พระชายาทั้งที ไยต้องอ้อมค้อม

                ความรักของพระเอกนายเอก เรื่องนี้ค่อย ๆ พัฒนากันไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่อย่างที่เล่าก่อนหน้าค่ะ เป็นพระเอกพยายามดูแลให้นายเอกรักตัวเองมากขึ้น ส่วนนายเอกจะออกไปทางรักพระเอกมากแบบชีวิตก็ให้ได้ โดยไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะเป็นที่รักหรือที่หนึ่งสำหรับพระเอกไหม (พระเอกถอนใจ) ด้วยตัวเล่มที่ไม่หนามาก ความรักของทั้งสองจึงถูกเล่าแบบกระชับ ตามลำดับการอยู่ด้วยกัน สำหรับเราค่อนข้างน่ารัก ชอบพระเอกสายอยากหาที่สงบ ๆ อยู่กับคนรัก บัลลังก์คืออะไรไม่อยากได้มาก ๆ นายเอกที่ไม่เคยออกไปไหนเลยพอมาอยู่กับพระเอกก็ได้เห็นโน้นนี่ น่าเอ็นดูมากค่ะ เราขำตอนแรก ๆ ที่พระเอกอยากซื้อขนมให้นายเอกลองแต่อ้างว่าลูกน้องอยากกินซื้อแจกทุกคนมาก ลูกน้องถึงกับบ่นว่าท่านจะอ้อมค้อมทำไม จะแต่งกันอยู่แล้ววว 5555

 

                โดยส่วนตัวเป็นงานที่น่ารัก โครงเป็นเส้นตรงไม่ซับซ้อน การเมืองต่าง ๆ สามารถเดาทิศทางได้ พระเอกเก่ง นายเอกสายน่ารักชะตาอาภัพ ใครมองหาอะไรอ่านประมาณนี้แนะนำค่ะ เรื่องนี้คืออ่านจบตั้งแต่วันได้มาลัดคิวสุด  ๆ


คะแนน  7/10


ชาแดง











วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564

รีวิว+ เล่าสปอยล์ ภรรยาซอมบี้นัมเบอร์วัน เล่ม 1 (ฉบับเต็ม)

 



ภาพจากนายอินทร์


ภรรยาซอมบี้นัมเบอร์วัน เล่ม 1

ผู้แต่ง จินหยวนเป่า

ผู้แปล สุ่ยจิ้ง

ภาพปก Juhaihai

ภาพประกอบในเล่ม Mathurin

สำนักพิมพ์ inktreebook

เรื่องย่อ

            มู่อี้ฟาน ทะลุมิติเข้ามาเป็นตัวร้ายในนิยายของตัวเอง ซึ่งอนาคตอันใกล้นี้เขาจะพัฒนาเป็นลาสบอส “ราชาซอมบี้มู่อี้ฟาน” เพื่อไม่ให้ตัวเองมีจุดจบเป็นการตายด้วยน้ำมือ จ้านเป่ยเทียน  ท่านพระเอกที่กำลังจะตายในอนาคตและวิญญาณบินมาเข้าร่างในปัจจุบัน เขาต้องลงมือกำจัดพระเอกก่อน ! อย่างน้อยกลับโลกเดิมไม่ได้ เขาก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ทว่าเมื่อไปทำตามแผน ทุกอย่างกลับสะดุดเพราะใบหน้าที่คุ้นเคยของท่านพระเอก ! บ้าไปแล้ว เขาคนเขียนเนี่ยแหละบ้า เขียนพระเอกออกมาเป็นแบบนี้แล้วเขาจะกำจัดลงได้ยังไง !!!

 

พื้นที่สปอยล์เล่มหนึ่ง ภรรยาซอมบี้นัมเบอร์วัน แบบเล็กน้อยถึงปานกลาง << ไปที่นี่ได้เลยค่ะ

 

ส่วนท่านที่สนใจการเล่าแบบทั้งเล่ม //กวักมือ// มาค่ะ เชิญทางนี้ คุกกี้พร้อมไหมคะ ซื้อชามาหรือยัง อาจจะยาวสักหน่อย และขอย้ำอีกครั้งว่าใน สวนหนังสือสิบสองนาทีจะเป็นการสปอยล์ฉบับเต็มค่ะ ซึ่งเรียกได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ลงในนี้แบบยังไม่จบ แต่เห็นเรื่องอีกยาวไกล เลยขอเมมเก็บไว้อ่านเองส่วนหนึ่งด้วยค่ะ


ทบทวนสั้น ๆ ก่อนขึ้นกฎข้อสาม

มู่อี้ฟาน นายเอกของเรื่องได้หลุดเข้ามาในนิยายที่ตัวเองเขียน เขาตัดสินใจไปกำจัดพระเอกทิ้งแต่ดันเข้าไปรับกระสุนแทนจนพระเอกรอดจากการเป็นเจ้าชายนิทรา ไม่พอ เขายังแบกเจ้าตัวกลับบ้าน แต่สุดท้ายก็ยังลงมือกำจัดไม่ลง จนพระเอกในอนาคตมาเข้าร่างพระเอกในปัจจุบัน เขาเลยเปลี่ยนแผนการเป็นสานสัมพันธ์กับอีกฝ่าย รั้งให้อยู่ด้วยกัน เพื่อที่จะหาโอกาสกำจัดอีกที (จ้า หวังว่าจะทำได้นะ)

จ้านเป่ยเทียน ท่านพระเอกที่ตามเนื้อเรื่องเดิม เขาในปัจจุบันจะถูกลอบยิงจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา ขณะเดียวกันเขาในอนาคตจะถูกราชาซอมบี้มู่อี้ฟานฆ่าตายจนวิญญาณมาเข้าร่างปัจจุบัน ซึ่งเป็นเวลาก่อนเกิดเหตุวันสิ้นโลกหนึ่งเดือนและในครั้งนี้จะทำให้เขาสามารถเตรียมการต่าง ๆ รับมือกับวันสิ้นโลกได้ทัน รวมไปถึงนำพลังพิเศษติดตัวมาใช้สู้กับราชาซอมบี้ได้เนิ่น ๆ ด้วย

ทว่าเขาในตอนนี้ฟื้นมากลับไม่ใข่ที่โรงพยาบาล ซึ่งรักษาตัวหลังโดนยิง แต่เป็นในวิลล่าหลังหนึ่งของคนชื่อ มู่มู่ ซึ่งอ้างว่าซวยโดนยิงแทนเขา และต้องการให้เขาอยู่ดูแล เมื่อความทรงจำใหม่พุดขึ้นมายืนยันคำพูดอีกฝ่าย เขาจึงรั้งอยู่หาข่าวและความเปลี่ยนแปลงจากโลกที่จากมาสักพักสั้น ๆ  ... ถ้าพลังพิเศษของเขาไม่ก่อเรื่องเสียก่อนล่ะก็นะ

 


                ว่าด้วย กฎข้อที่สามของนิยายทะลุมิติ – จำต้องมีเหตุบังเอิญให้ได้สานสัมพันธ์

                อนึ่งขอเพิ่มเติมข้อมูลสักเล็กน้อย ร่างตัวร้ายของนายเอกความจริงป่วยเป็นมะเร็งกระดูกค่ะ ถ้ารักษาดี ๆ ก็รักษาได้ แต่น้องชายต่างแม่กลับวางยาเขาเร่งระยะมะเร็งให้เข้าขั้นสุดท้ายเร็วขึ้น แต่ยาตัวนั้นความจริงกลับเป็นไวรัสซอมบี้ ทำให้นายเอกค่อย ๆ กลายเป็นศพ ซึ่งพอมู่อี้ฟานเข้าร่างมาก็เหลือเวลาแค่หนึ่งเดือนก่อนกลายร่างแล้ว

                พระเอกที่ฟื้นมายังปัจจุบัน เขาก็พบว่านี่เป็นช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุวันสิ้นโลกหนึ่งเดือน และตัวเขายังมีพลังพิเศษติดตัวมาด้วย นั่นคือลูกปัดแดงที่เชื่อมต่อกับมิติส่วนตัว ***

***(เป็นพื้นที่ในอีกมิติขนาดประมาณหนึ่ง บางเรื่องจะเล่าว่าความกว้างใหญ่ขึ้นกับพลังทางวิญญาณของเจ้าของ มักปรากฏในนิยายเทพเซียน ไม่เป็นปานติดตัวก็ของเครื่องใช้ // นึกถึงกระเป๋าโดเรมอนก็ได้ค่ะ แต่มีพื้นที่จริง ๆ เช่นเป็นพื้นที่ป่า พื้นน้ำตก เป็นต้น // สำหรับเรื่องนี้เป็นลูกปัดสีแดงค่ะ)

 

                เมื่อกลับมาก่อนกาลบวกกับพลังพิเศษแบบนี้ พระเอกก็ไม่รอช้าวางแผนตุนของและรวบรวมคนสนิท ขณะเดียวกันก็ทำอาหารดูแลนายเอก (แบบไม่ใส่ใจเท่าไรกินได้ก็พอ) แต่ระหว่างทำอาหาร ตรวจสอบพลังของตัวเองไปด้วยนี่แหละค่ะ ทำให้เกิดเรื่อง เจ้าลูกปัดแดงของพระเอกดันวิ่งออกจากมือพระเอกอย่างควบคุมไม่อยู่ เข้าปากนายเอกแล้วลงท้องไปเฉย ๆ ทีนี้ล่ะค่ะ พระเอกถึงกับหน้าทะมึน สั่งนายเอกไปล้วงคออ้วกออกมาให้เขา แต่นายเอกก็ต่อรองว่าของแบบนี้มันยังไม่ย่อย ถ้ามันจะออกจริง ๆ น่าจะต้องรอถ่ายท้องตอนเช้า จะขุ้ยออกมาให้ (พ่อคูนนนน)

                ยามเช้ามาถึง นอกจากหาไม่เจอนายเอกดันอ้วกแล้วอ้วกอีกจนเป็นลมคาห้องน้ำ พระเอกที่ตอนแรกไม่สนใจ เริ่มเห็นว่าผิดปกติเลยแบกเขาไปโรงพยาบาล ... และค่ะ ตะลึงกันทั้งโรง พบเด็กอายุสามเดือนในท้องของนายเอก หมออัศจรรย์ใจกันมาก ไม่มีมดลูกเด็กโตได้ยังไง ส่วนนายเอกไม่เชื่อ หมอน่าจะตรวจผิดพลาด เพราะมองว่านี่เป็นโรงบาลเล็ก ๆ อาจจะมองอะไรผิดไป ส่วนทางพระเอกเริ่มเอะใจว่าน่าจะเป็นเพราะลูกปัดแดงของตัวเอง

                คราวนี้พอพากันกลับบ้าน นายเอกก็เริ่มนอนเก่ง และกินได้น้อย มีอ้วกเป็นบางครั้ง จนหลัง ๆ เจ้าตัวเริ่มนอนยาวแบบไม่ตื่น ถ้าพระเอกไม่ปลุกก็คือยิ่งยันเย็นไม่ได้ทานข้าวทานปลา พระเอกที่ยุ่ง ๆ กับการเตรียมการตอนแรกก็ไม่ใส่ใจ เพราะคิดว่าเป็นอาการของลูกปัดแดง แต่ไป ๆ มา ๆ เขาเริ่มสังเกตการนอนที่ผิดปกติ กับการกินที่มากกว่าคนปกติถึงสามเท่า สุดท้ายทนไม่ไหวค่ะ นัดเพื่อนที่เป็นหมอทหารขอให้อันตร้าซาวเช็กให้อีกที คราวนี้พระเอกเห็นกับตาทันทีว่ามีเด็กในท้อง ลูกปัดแดงของเขากลายเป็นทารกไปแล้ว !

                เพื่อนพระเอกตาวาวกับการค้นพบนี้ เขาอยากพานายเอกเข้าแลปมาก ๆ เลยถามหาพ่อเด็ก แต่พอเห็นพระเอกอ้ำอึ้งเลยยิ้มค้าง ... คุณเพื่อนนั่นลูกนายเองเรอะ

                พระเอกคิดกับตัวเองว่าปกติลูกปัดแดงต้องหล่อเลี้ยงด้วยเลือดเขาอยู่ตลอด ถ้าถามว่าเด็กเป็นลูกใคร จะให้ตอบว่าไม่ใช่เขาก็ไม่ถูก เลยสตั้นไปนั่นเองค่ะ 5555555 ส่วนทางนายเอกที่หลับตลอดเวลา โดนพระเอกอุ้มไปอุ้มมาในที่สุดก็ตื่นมาถามพระเอกว่าตกลงตัวเองป่วยเป็นอะไร พระเอกไม่รู้กลัวนายเอกเอาเด็กออกหรือกลัวช็อคอะไรยังไง เลยโกหกไปว่า “นายแค่ท้องอืด” //เรานี่ขำออกมาเลย

                แน่นอนว่านายเอกเชื่อจริง ๆ ค่ะ ส่วนทางพระเอกเลยต้องลงมือระมัดระวังให้นายเอก เขาขอหนังสือดูแลคนตั้งครรภ์มาศึกษา เปิดตำราทำอาหารจนมีดบาดนิ้ว ซึ่งนายเอกชอบอาหารฝีมือพระเอกมากกกกก ตอนเขาชมออกมาโดยไม่รู้ว่าพระเอกทำ พระเอกถึงกับยิ้มนิด ๆ เลยค่ะ จากนั้นนายเอกก็จะถูกพระเอกกำกับหลายอย่าง เช่นห้ามลืมกินยา (บำรุงครรภ์) อย่าวิ่งขึ้นลงบันได อย่าแขม่วท้อง และห้ามดื่นเหล้า ! นายเอกงงอยู่บ้างแต่เพื่อนสานสัมพันธ์อันดีกับพระเอกเลยเชื่อฟัง ส่วนของกินที่โดนห้ามก็คือแอบกินเอาตอนพระเอกไม่รู้ (นายคิดว่าเขาไม่รู้จริง ๆ เรอะ)

 


กฎข้อที่สี่ของนิยายทะลุมิติ – สุดท้ายอีเว้นต์ของตัวร้ายไม่เคยหนี้พ้นหรอกนะ

                ถึงอย่างไรก็ตามนายเอกก็ยังกลายเป็นซอมบี้ขึ้นทุกวัน ยิ่งพระเอกอยากรักษามะเร็งกระดูกของนายเอกให้หายด้วยน้ำทิพย์ในมิติของเขา ยิ่งทำให้นายเอกกลายเป็นซอมบี้เร็วขึ้น นายเอกเริ่มต้องติดเล็บปลอมไม่ให้พระเอกเห็น เขาเริ่มขยับได้ช้าลง เริ่มได้กลิ่นหอมจากตัวคนแล้วอยากกัด เริ่มเสียงแหบหายจนแทบจนพูดไม่ได้ นายเอกรู้ว่าเวลาใกล้เข้ามาแล้ว และเขาตัดใจกำจัดพระเอกไม่ได้จริง ๆ

                เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโลกจริงอยู่ด้วย เพราะหน้าตาตัวละครหลายตัวเหมือนคนรอบตัวของนายเอกในโลกแห่งความจริง อย่างพระเอก ถอดแบบหน้าตาทุกอย่างมาจากเพื่อนสนิทของเขา ซึ่งวันก่อนที่นายเอกจะทะลุมิติมา พวกเขาทะเลาะกัน เพราะจ้านเป่ยเทียนในโลกจริงกำลังจะแต่งงานกับญาติผู้พี่ของเขา อีกฝ่ายมาบอกและถามเขาว่า นอกจากคำว่ายินดีด้วย นายไม่มีอะไรจะพูดอีกเหรอ นายเอกไม่เข้าใจสิ่งที่เพื่อนต้องการจะสื่อ สุดท้ายอีกฝ่ายก็โกรธและเดินจากไป

                พอมาโลกนี้ เป็นตัวร้ายไม่มีเพื่อน คนที่ควรสนิทก็ดันอยู่ฝ่ายตรงข้ามหมด หลายครั้งนายเอกอยากระบายกับใครสักคน และหลายครั้งก็หลุดกอดพระเอกเพราะคิดว่าเป็นเพื่อนตัวเอง ตอนเจ้าตัวมึน ๆ จากตื่นนอน แต่หลังจากดูแลกันมาหนึ่งเดือน พระเอกในนิยายคนนี้ดีกับเขามาก ต่อให้อีกฝ่ายไม่เหมือนเพื่อนเขา เขาก็ตัดใจลงมือกำจัดไม่ลงอยู่ดี

                ดังนั้นเมื่อร่างกายถึงขีดจำกัด แม้แต่ถือโทรศัพท์ก็จับไม่อยู่ นายเอกจึงตัดสินใจทิ้งจดหมายตอนยังเขียนได้และมีสติบอกลาพระเอก และหนีไประหว่างพระเอกออกไปทำภารกิจ 5 วัน (พร้อมลูกในท้องที่เจ้าตัวคิดว่าเป็นแค่ลูกปัดแดงไม่ใช่เด็ก) คราวนี้ล่ะค่ะ พายุหิมะถล่มกลุ่มลูกน้องพระเอก พี่สะใภ้หาย 5555555 ต้องยอมรับว่าฉากนายเอกจากไปเป็นหนึ่งในฉากที่เราชอบค่ะ การที่คน ๆ หนึ่งกำลังไม่ใช่คน และเพื่อปกป้องคนรอบตัวและปกป้องตัวเองจากความรู้สึกไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป เลยเลือกที่จะขังตัวเองไว้สักที่เพื่อไม่ให้ทำร้ายใคร ... สเต็ปใช่แนวเรามากเลยค่ะ ขยี้พระเอกที่ติดนิสัยชอบละเลยอะไรบ้างอย่างดีด้วย (จะได้รู้สักทีว่าเขาสำคัญกับตัวเองงง)

                และความโป๊ะของนายเอกที่คิดว่าจะรอดจากสายตาพระเอกที่ดูแลตัวเองมาเกือบเดือนได้นี่...น่าเอ็นดูมากกกก

                ความจริงมีปมหนึ่งเราลืมเล่าค่ะ ตามเนื้อเรื่องเดิมตัวร้ายมู่อี้ฟานไม่ถูกกับพระเอกตั้งแต่ตอนยังเป็นคนค่ะ เขาเป็นลูกน้องของพระเอกที่อิจฉาในความเก่ง เลยชอบหาเรื่องให้พระเอกกับคนอื่น ๆ ตกอยู่ในอันตรายเลยเป็นที่ไม่ชอบหน้าของคนในหน่วยค่ะ และอีกหนึ่งปมคือ พระเอกจำหน้าราชาซอมบี้มู่อี้ฟานที่ฆ่าลูกน้องของเขาและตัวเขาได้อย่างดี ดังนั้นตลอดเรื่องนายเอกเลยต้องปกปิดหน้าตา และเปลี่ยนชื่อเป็น “มู่มู่” ในเล่มแรกเลยมีเรื่องให้ลุ้นและติดตามเยอะเลยค่ะ

 

                ภรรยาซอมบี้นัมเบอร์วัน เล่ม 1 ถ้าพูดถึงเนื้อเรื่องเราให้คะแนนน่าติดตามต่อที่ 8 คะแนนค่ะ เป็นแนวที่ชอบส่วนตัวด้วยแหละค่ะ ทะลุมิติ มีเด็ก (ในท้อง) มีการสานสัมพันธ์ค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้ ตัวละครประกอบเฮฮาและมีปริศนาน่าสนใจ แนวใครทางใครลองดูนะคะ แต่ถ้าคิดว่าใช่ แน่ ๆ แล้ว อยากแนะนำให้รอเก็บอ่านรวดค่ะ ... แบบว่า...ค้างอะค่ะ

 

 

 

 

 


วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2564

รีวิว แอบเนียนเป็นนักเรียนห่วย ๆ (ฉบับเต็ม)

 



ภาพปกของต่างประเทศค่ะ



ภาพปกของไทย


แอบเนียนเป็นนักเรียนห่วย ๆ

ผู้เขียน มู่กวาหวง (Mu Gua Huang)

ผู้แปล HY

ผู้วาด Ke Xiao Bei

สำนักพิมพ์ Rose Publishing

เรื่องย่อ

            เซี่ยอวี๋ คือนักเรียนที่สอบได้อันดับที่สองเมื่อนับจากท้ายของโรงเรียน เด็กหนุ่มเย็นชาผู้เป็นตำนานพี่ใหญ่ฝั่งตะวันตก ซึ่งสามารถสู้กับนักเลงนอกโรงเรียนได้ด้วยตัวคนเดียว เฮ่อจาว คือนักเรียนที่ได้อันดับหนึ่งนับจากท้ายของโรงเรียน เด็กหนุ่มหน้ายิ้มที่มีเพื่อน (?) ล้อมหน้าล้อมหลังเรียก พี่จาว อยู่เสมอ แต่ถึงดูเป็นมิตรอย่างไร หรือไม่สุงสิงกับใครอย่างไร นักเรียนปกติส่วนใหญ่อยากขออยู่ห่างจากพวกทั้งสองมากกว่า

                แต่คำขอนี้ไม่ใช่กับเด็กห้องสาม ซึ่งต้องอยู่ร่วมห้องกับสองพี่ใหญ่แห่งตะวันตก และตะวันออก มัธยมศึกษาที่ 5 นี้ของพวกเขาเกรดเฉลี่ยรวมจะรอดไหมเนี่ย !!!

 

พื้นที่ความเห็นแบบปลอดสปอยล์

 

แอบเนียนเป็นนักเรียนห่วย ๆ นิยายชีวิตวัยรุ่น และรักในวัยเรียนที่ค่อนข้างอบอุ่นและมีพัฒนาการ เนื้อเรื่องเรื่อย ๆ แต่ไม่เอื่อยเฉื่อย มีเป้าหมายพัฒนาการของตัวละครแต่ละตัวชัดเจน แม้แต่เด็ก ๆ ในห้อง อาจารย์และผู้ปกครอง เราค่อนข้างชอบนิยายแบบนี้มากเลยค่ะ จังหวะต่าง ๆ กำลังดี ถ้าช้ากว่านี้จะน่าเบื่อ ถ้าเร่งไปความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงของตัวละครจะไม่พอ สุดท้ายแล้วสิ่งที่นิยายอยากจะสื่อหลัก ๆ คงจะเป็น สิ่งที่เราลงมือทำเพื่อคนอื่นแล้วคิดว่าดี คนอื่นคนนั้น...เขาคิดว่าดีด้วยจริงหรือไม่

 

                เซี่ยอวี๋ เป็นเด็กหนุ่มพูดน้อย เย็นชา เกิดเรื่องอะไรเขาไม่เจรจา และเลือกคุยด้วยหมัดของเขาแทน ความเย็นชาของเขาเป็นเกราะคุ้มกันตัวเองทั้งกายและใจ รวมทั้งป้องกันคนที่รักในแบบของเขาด้วย เขาเติบโตมากับแม่ เมื่อแม่แต่งงานใหม่กับนักธุรกิจมีเงินคนหนึ่ง ความสัมพันธ์แม่ลูกก็ห่างเหินมากขึ้น เพราะทางอีกฝ่ายที่มีลูกติดเหมือนกัน ลูกชายทางนั้นกลับรับไม่ได้ที่มีแม่ใหม่และน้องชายคนใหม่ ลูกชายของพ่อใหม่กลัวถูกแทนที่และกลัวถูกแย่งสมบัติ เซี่ยอวี๋เลยเลือกที่จะออกห่างจากทุกคน รวมทั้งออกห่างจากเรื่องเรียน เซี่ยอวี๋ ที่เคยได้รางวัลดีเด่นมากมาย กลายเป็นรองบ๊วยของโรงเรียน และกลายเป็นพี่ใหญ่แห่งอาคารตะวันตกที่สู้กับอันธพาลแบบ 1 ต่อ 5 ก็ชนะขาดไป

 เฮ่อจาว เด็กหนุ่มหน้าตาดีที่หลงตัวเองขั้นสุด แต่ก็ถูกยกย่องว่าเป็นพี่ใหญ่แห่งอาคารตะวันออกด้วยชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีนักเช่นกัน เขาเป็นที่หนึ่งนับจากท้ายของโรงเรียน ที่อารมณ์ดี และติดลูกอมอย่างมาก ความไม่บังเอิญจากคะแนนที่ต่ำเตี้ยของพวกเขาสองคนทำให้มาอยู่ห้องเดียวกัน และกลายเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกัน ท่ามกลางความหวาดผวาของเพื่อนร่วมชั้น ม.5 / 3 สองพี่ใหญ่ของโรงเรียนที่เคยเป็นสุดยอดอัจฉริยะด้านการเรียนต้องมานั่งเนียนเป็นนักเรียนห่วย ๆ ไม่ให้ใครจับได้ โดยที่ต่างก็ไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมโต๊ะของตัวเองเรียนเก่งแค่ไหน เรื่องราวจากนี้ ...จะสปอยล์มากไปของตัดจบค่ะ 5555

ความรักของทั้งคู่เกิดขึ้นแบบธรรมชาติมาก มีที่ไปที่มา และตรงไปตรงมา น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ

คะแนน 8.5/10

               

                ต้องยอมรับว่านอกจากสำนวนแล้ว เราค่อนข้างแปลกใจกับจังหวะเล็กน้อย ไม่ทราบว่าเป็นที่ต้นฉบับด้วยไหม แต่เรื่องนี้ จะเล่นการบรรยายแบบมีสลับฉากคิดถึงอดีต หรือเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว คล้ายซีรี่ย์เกาหลีค่ะ เช่น ฉากลุ้นมากฉากหนึ่งตัวละครกำลังเผชิญหน้ากัน แต่ถูกตัดฉับขึ้นฉากใหม่ กลายเป็นเช้าอีกวัน คนดูจะไม่ทราบเลยว่าตัวละครที่เผชิญหน้ากันไปคุย ดีลอะไรกันไว้ กว่าจะรู้คือเมื่อไคลแม็ก มาถึงจะมีฉากย้อนความเล่าให้ฟังอีกครั้งว่าเขาเผชิญหน้ากัน ดีลอะไรกัน เป็นต้น

แอบเนียนมีวิธีเล่าลักษณะคล้าย ๆ แบบนี้หลายฉากค่ะ (จริง ๆ ก็เกือบทั้งเรื่อง) สะดุดคิดแค่ช่วงแรกจับจังหวะได้ก็อ่านไหลล แต่หลายครั้งบรรทัดกับหน้า ไม่มีอะไรเป็นตัวบอกว่ากลับมาปัจจุบัน เราเลยรู้สึกว่าหากไม่คุ้น บางคนอาจจะสับสนได้ แต่จุดนี้ก็เป็นความรู้สึกส่วนตัวค่ะ โดยรวมแล้วเราอ่านแล้วยังซึมซับเนื้อหาได้สนุกอยู่ค่ะ เนื้อเรื่องดีค่ะ


                          


พื้นที่ความเห็นแบบสปอยล์ (อย่างละเอียด)

แอบเนียนเป็นนักเรียนห่วย ๆ เป็นเรื่องที่ให้ความรู้สึกว่า นักเขียนคิดเหตุและผลหลาย ๆ จุดมาแล้ว แบบคนที่รู้ว่า ถ้าเขียนแบบนี้ ๆ ๆ  จะมีปัญหา เขาเลยนำเหตุผลบางอย่างมารองรับไว้ ซึ่ง ... เราให้ผ่าน เพราะยังไงถ้ามุมคิดตามตัวละคร ความผิดพลาดแบบนี้ในชีวิตจริงก็เกิดขึ้นได้ และบอกตรง ๆ เลยกับนักอ่านสำหรับเราคิดว่าเป็นสิ่งดีนะคะ << หมายถึงอะไรใช่ไหมคะ ก่อนอื่นขอย้ำก่อนว่าจากนี้ สปอยล์ ค่ะ หลุดอะไรบ้างไม่รู้ ใครอยากอ่านอยากลุ้นปิดเร็วววว

 

เราคิดว่าแก่นของเรื่องนี้น่าจะเป็น สิ่งที่เราลงมือทำเพื่อคนอื่นแล้วคิดว่าดี คนอื่นคนนั้น...เขาคิดว่าดีด้วยจริงหรือไม่

ประโยคท่อนหนึ่งในเรื่อง พระเอกเคยพูดอะไรประมาณนี้กับนายเอกค่ะ ถึงความจริงพอเรามาคิดดู ก็เข้าตัวพระเอกไปเยอะอยู่เหมือนกัน แต่เราคิดว่า เพราะเขาเองก็เป็นเหมือนนายเอก และเริ่มคิดได้แล้ว ถึงสามารถพูดเตือนออกมาได้ค่ะ

จุดเด่นของเรื่อง เรามองว่าอยู่ที่ตัวละครไม่ใช่แค่ เซี่ยอวี๋ กับเฮ่อจาวนะคะ คุณแม่ของเซี่ยอวี๋ อาจารย์ประจำชั้นม.5 ห้อง 3 คนแรก เพื่อน ม.5 ห้อง 3 ทุกคน และเพื่อนสนิทของเซี่ยอวี๋ ทุกคนมีพัฒนาการร่วมกับสองตัวละครเอกไปตลอดเรื่อง หรือเวลาประมาณ 1 ปี เลยค่ะ ถ้าบอกว่าเรื่องนี้เป็นแนวเรื่อย ๆ ก็นับว่าเรื่องแบบถูกว่าเช็คพ้อยท์ และเป้าหมายไว้อย่างดีค่ะ (ความเห็นส่วนตัวทั้งหมดนะคะ)

 



เซี่ยอวี๋  เขาเป็นตัวละครนำเรื่องเสียส่วนใหญ่ ทำให้เราเห็นพัฒนาการและอิทธิพลรอบตัวที่เปลี่ยนแปลงเขาได้ชัดที่สุด

เริ่มแรก เขาถูกเปิดตัวมาในฐานะเด็กที่ดูเย็นชา แสดงอารมณ์ไม่เก่ง แต่รักพวกพ้องมาก เขาเป็นคนสื่อสารด้วยกำลังเป็นหลักมากกว่าจะพูดคุยเจรจา นั่นทำให้มีปัญหากับครอบครัวเพียงคนเดียวของเขา คือแม่ เซี่ยอวี๋ตัดสินใจลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างแม่กับครอบครัวใหม่ รวมทั้งปิดปากเสียงนินทาว่าเขาจะมาหุบสมบัติ ด้วยการตัดสินใจเองที่จะทำให้ตัวเองกลายเป็นนักเรียนห่วย ๆ คนหนึ่ง ซึ่งหมายถึงคนเอาอนาคตของตัวเองมาทิ้ง เพราะคิดว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุดนั่นเองค่ะ

จุดนี้จะพบว่าเซี่ยอวี๋เป็นคนคิดและทำอะไรด้วยตัวคนเดียวมากกว่าที่จะปรึกษาคนอื่น และค่อนข้างมีอารมณ์ที่ร้อนภายใต้เปลือกที่เย็นชา และความจริงเป็นคนขี้ใจอ่อนยวบยาบมาก ๆ กับคนที่ตรงไปตรงมากับตัวเองค่ะ << ตรงนี้จะมีฉากรองรับชัด ๆ ช่วงท้าย ที่จิ้งจิ้ง เข้ามาขอให้เซี่ยอวี๋เข้าทีมเต้นของห้อง แล้วสุดท้ายเซี่ยอวี๋ตกลง เพราะเขาใจอ่อนกับท่าทางจริงจังและตรงไปตรงมาของเพื่อนค่ะ (ซึ่งรายทางจะเห็นเยอะมากกก พระเอกเองก็จับจุดได้ เลยชอบเขามาก ๆ)

กลางเรื่อง เซี่ยอวี๋เริ่มได้รับอิทธิพลจากเฮ่อจาว เนื่องจากเฮ่อจาวมักชอบแก้ปัญหาด้วยการพูดคุย และรับมือกับสิ่งต่าง ๆ ด้วยรอยยิ้ม รวมถึงคำพูดบาดจิตชวนกระอักเลือดมากกว่าลงไม้ลงมือ แม้สู้เก่งมาก ๆ แต่ลงมือจริงน้อยมากกก เซี่ยอวี๋ซึ่งนั่งโต๊ะติดกันมาเกือบเทอมจึงซึบซับวิธีการของเขา กลายเป็นคนใจเย็นกับคำพูดดูถูกของพี่ชายต่างพ่อ และเลือกใช้คำพูดสวนกลับแทนหมัดอย่างแต่ก่อน นอกจากนี้ ถ้าสังเกตดี ๆ ช่วงที่เซี่ยอวี๋นอนคาบเช้า เขามักจะหงุดหงิดง่ายกับเสียงรอบตัว แต่พอมากลางเรื่องเขาเริ่มเงยหน้าฟังเสียงของเพื่อน ๆ ว่าพูดอะไรกันก่อนจะฟุบนอนต่อ ปฏิกิริยาเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้เขียนทิ้งไว้ให้จับดีมาก ๆ

ในส่วนของความรัก ก่อนที่เซี่ยอวี๋จะรู้ตัวว่าพระเอกเริ่มกลายเป็นข้อยกเว้นของเขา ช่วงเนื้อหาประมาณนี้ นักเขียนแอบใบ้ ให้เรื่อย ๆ อะไรที่พระเอกขอเขาก็ทำให้ พระเอกติดหนึบลากไปไหน รำคาญก็ยังปล่อยเขาลากไป งานกิจกรรมอะไรที่ปีก่อนเคยโดด พระเอกลากเข้ากลุ่มเพื่อนในห้อง เขาก็ยอม ๆ ทำตามขีดจำกัดที่เขาทำให้ได้ ยิ่งพอได้คบกัน เซี่ยอวี๋ยิ่งมีพัฒนาการด้านอารมณ์ดีขึ้นตามลำดับ และเป็นกำลังใจอันเข้มแข็งของพระเอกมาก ๆ ด้วย

ช่วงท้าย เริ่มเรื่อง ฉายาของเซี่ยอวี๋ คือหมาป่าเดียวดาย หรือหมายถึงคนที่ทำกิจกรรมกลุ่มไม่ได้ เพื่อนจะพากันตายหมด แต่ท้ายเรื่องเขากลับเป็นคนที่เข้าร่วมกิจกรรมห้องทั้งหมด และทำเพื่อห้องจริง ๆ เห็นชัดมากคือตอนแข่งบาส เมื่อเพื่อนโดนรังแก พระเอกลงสนามจัดการวางแผน เซี่ยอวี๋ที่เหมือนเป็นดาบแหลมคมของห้องก็ลงสนามปกป้องเพื่อนอย่างไม่ลังเล ปากก็ว่าไม่สนใจ แต่พอถึงว่าเข้าจริง เพื่อนลำบากเขาเข้าลุยด้วยตลอด การบรรยายของนักเขียนที่สื่อว่าเสียรอบตัวของเซี่ยอวี๋เริ่มครึกคักขึ้นเราชอบมาก ๆ ครั้งแรก คุยโทรศัพท์กับแม่ มีเสียงหัวหน้าห้องตะโกนบอกลาว่า พี่อวี๋ไปก่อนนะ หรือฉากที่เขาจะนอนคาบเช้าเหมือนทุกวัน มีเสียงเพื่อน โหวกเหวกหัวเราะ แต่มันไม่น่ารำคาญสักนิด เราหลับลงไปด้วยรอยยิ้มมีความสุข เป็นพัฒนาการตัวละครที่ดีมากกก

 




เฮ่อจาว เป็นอีกหนึ่งตัวละครนำที่มาบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองคู่กับเซี่ยอวี๋ เขาดูเป็นคนขี้เล่น ร่าเริง หลงตัวเอง (แค็ก ๆ ) แต่ความจริงซ่อนบุคลิกความเป็นผู้นำที่โดดเด่น ชอบเก็บรายละเอียด และมีแผนการรับมือปัญหาเสมอ ถ้าอยากเปรียบเฮ่อจาวเป็นนักรบที่เก่งมากคนหนึ่ง และเซี่ยอวี๋ก็เป็นดาบดีคู่กายนักรบที่ถือไว้ไม่มีวันแพ้ เพราะพึ่งพาได้เสมอ

เริ่มแรก เราจะยังไม่รู้ที่ไปที่มาของเขาเท่าไร รู้เพียงว่าเขาเป็นคนอ่อนไหวกับการที่ ผู้ใหญ่ตัดสินนักเรียนจากการที่คน ๆ เรียนไม่ดี ว่าเป็นนักเรียนไม่ดี และเรื่องนี้เองที่ทำให้เขามีปัญหาลงไม้ลงมือกับอาจารย์ตอนม.4 จนมีฉายาว่าเป็นพี่ใหญ่อาคารตะวันออก ช่วงแรกของเรื่องเฮ่อจาวดูเป็นคนพูดไปเรื่อย พึ่งพาไม่ได้ และภาพลักษณ์ออกไปทางเกเรแบบมีลูกน้องติดตาม เขาเข้าม.5 มาก็มีปัญหากับอาจารย์ประจำห้อง และอาจารย์ท่านนี้เป็นแบบที่เขาไม่ชอบ เห็นเขาเรียนไม่ดีก็เชื่อปักใจว่าเขาทำผิด ลงไม้ลงมือกับเด็กที่อาจารย์เชื่อว่าเป็นเด็กเรียน

จุดนี้เราชอบที่ใส่ปัญหาในโรงเรียนเข้าไป ถ้าเซี่ยอวี๋คือเด็กมีปัญหาครอบครัว เฮ่อจาวคือเด็กที่ถูกโรงเรียนทำให้มีปัญหา ปัญหาแรกนี้จะทำให้เราเห็นว่าเฮ่อจาวเป็นคนรักษาคำพูด ละเอียดอ่อน และมีหลักการของตัวเองมาก ถ้าไม่ใช่ว่าเซี่ยอวี๋มีหลักฐานช่วยเขาพ้นผิด บางทีเจ้าตัวคงไม่ได้เรียนต่อจนกลายเป็นพระเอกของเรื่อง และปัญหาแรกนี้เองที่ทำให้เขาสนใจเซี่ยอวี๋มากขึ้น

กลางเรื่อง จะเป็นช่วงความสับสนทางความรู้สึกของเฮ่อจาวเสียเยอะ พอเขาบทรักที่กลางเรื่อง ถ้าคนเขียนบรรยายเซี่ยอวี๋ให้เราจับ ๆ ต้อง ๆ ของเฮ่อจาวคือชัดเจนและเป็นผู้นำหลักในท่อนนี้ เนื่องจากกลางเรื่องเป็นปัญหาของเฮ่อจาวว่าเหตุอะไรทำให้เขายอมกลายเป็นนักเรียนห่วย ๆ ทั้งที่เขาเรียนเก่งมาก สิ่งที่เขาเลือกทำนี้เพื่อชดเชยความรู้สึกผิดของตัวเอง หรือก็คือการโทษตัวเองค่ะ ว่าเขาทำให้เพื่อนถูกไล่ออก ทั้งที่ความจริงจุดนี้คนผิดคืออาจารย์ต่างหาก ซึ่งทางที่เฮ่อจาวเลือกจะมาเป็นนักเรียนห่วยนี้ ต่างจากเซี่ยอวี๋ที่ตัดสินใจเอง เพราะเขาปรึกษาพ่อมาแล้วค่ะ และพ่อก็ให้คำปรึกษาอย่างดี

ท้ายเรื่อง ส่วนตัวรู้สึกว่าเฮ่อจาวเป็นคนคิดทบทวนอะไรอยู่เสมอค่ะ การตัดสินใจเป็นนักเรียนห่วยของเขาเองก็ได้รับการคิดพิจารณาอย่างดี ปัญหาของเขาตลอดมาติดที่ ความกล้า ที่จะออกมาเผชิญหน้ากับความรู้สึกผิดของตัวเอง ดังนั้นพอเขาได้รับความกล้าจากเซี่ยอวี๋ที่มักจะลุยไปตรง ๆ แล้ว เรื่องอื่น พระเอกคนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะ นอกจากอาการหลงตัวเอง ... (55555555)

 

เพื่อนร่วมห้อง ม. 5 ห้อง 3+8 แอบเนียนเป็นเรื่องที่ทำสมดุลตัวละครเพื่อน ๆ ในห้องมาดีมาก เราชอบการจัดบทบาทพัฒนาการรอบตัวแบบนี้ ไม่ได้เน้นที่เรื่องราวของสองตัวเอกเท่านั้น คนที่น่าประทับใจคนแรกคือหัวหน้าห้อง ที่เดิมเข้าใจผิดว่าพระเอกลงมือทำร้ายคน เลยไปเป็นพยานปากสำคัญให้อาจารย์ที่ปรึกษาห้องสามคนเก่า เอาผิดกับเฮ่อจาว แต่พอเขารู้ความจริงว่าตัวเองเข้าใจผิด ก็กล้าที่จะเดิมมาขอโทษตรง ๆ เราประทับใจมาก ๆ นอกจากนี้ตัวละครอื่นอย่าง เจ้าพ่อนักข่าวประห้อง เพื่อนนักเรียนหญิงที่ถูกเรียกว่าพี่ชายของทุกคน หัวหน้านักกีฬา หัวหน้ากิจกรรมและหัวหน้าวิชาการ ทุกคนมีบทบาทน่าประทับใจมาก อย่างหัวหน้าห้อง หัวหน้ากีฬา และนักข่าวประจำห้องพอบังเอิญไปรู้ว่าพี่ใหญ่ทั้งสองรักกันก็ช่วยปิดบังกันเต็มที่ (ฮามาก ๆ ) หรือหัวหน้าวิชาการที่เด็กเรียนมากกกก ไม่เคยแตะเกมส์ แต่ตอนห้องพวกเขามีเรื่องกับห้องข้าง ๆ เจ้าตัวยอมทำลายกฎไม่เล่มเกมส์ของตัวเองเพื่อไปช่วยเพื่อนในห้องตีกับห้องข้าง ๆ ให้ชนะ น่ารักมากก ประทับมิตรภาพสุด ๆ

เหล่าอาจารย์และครอบครัว นักเขียนไม่ลืมเก็บตกจุดนี้ด้วยเราชอบจริง ๆ ค่ะ สถานการณ์ก็ดีมากเหมือนกลับไปเป็นเด็กเตรียมสอบเลย

 สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราลงมือทำเพื่อคนอื่นแล้วคิดว่าดี คนอื่นคนนั้น...เขาคิดว่าดีด้วยจริงหรือไม่

เซี่ยอวี๋ทำตัวเองให้ห่วยเพื่อช่วยแม่ เฮ่อจาวทำตัวเองให้ห่วย ชดเชยความผิดตัวเอง พอคนที่เป็นตนเหตุมารู้จะกลายเป็นความสุขของพวกเขาหรือไม่

ในความเป็นจริง การที่พวกเขาทำแบบนี้ก็เหมือนหลอกคนรอบข้าง ถ้าไม่ใช่ว่าตัวละครทุกตัวมีมุมมองที่ดีมาก ๆ งานดรามาน่าจะบังเกิดแน่ ๆ ค่ะ แต่ถือเป็นแก่นของเรื่องที่ให้คำตอบกลับมาชัดเจนดีค่ะ อย่างน้อยเพื่อน ครอบครัว และที่ปรึกษาคนใหม่ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กวัยรุ่นสองคนนี้กลับมาเต็มที่กับความสามารถที่ตัวเองมีทันเวลา และผลที่ดีมาก ๆ อย่างหนึ่งที่นักเขียนวางไว้ได้น่าประทับใจคือ การที่เขาเจอกันและกันเนี่ยแหละค่ะ คือเหตุผลหลัก เรื่องนี้เลยขอให้ไว้ที่ 8.5 คะแนนค่ะ

นอกจากสำนวนและจังหวะอาจจะมีหักนิด หักหน่อยปะปลายค่ะ

>>ในส่วนของที่เราเกริ่นไว้ข้างบนว่านักเขียนน่าจะคิดแล้วว่าอาจจะมีปัญหาคือ ... NC ค่ะ ไม่ได้ลงลึก แต่อาจจะจงใจเล่านิด ๆ ที่น้องบอกว่าเจ็บหลังเสร็จกิจกันไปแล้วครั้งแรก จุดนี้นักเขียนเล่าตรง ๆ ว่าพวกเขาเป็นวัยรุ่น ทำให้มีบางจุดขาดความยั้งคิด (ซึ่งพระเอกพยายามคิดแล้วคิดอีก) และจากนั้นพระเอกก็กลับไปคิดมากกว่าเดิม ยั้งมากกว่าเดิมเพราะกลัวเด็กน้อยของเขาไม่มีความสุขและเจ็บอีก รอบถัดไปเลยระวังมากกว่าเดิม เราชอบที่เขาเล่าตรง ๆ ถึงข้อดีข้อเสียนะคะ เหมาะกับเนื้อเรื่องที่อยู่ในวัยนี้ดีค่ะ (ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ)

            >> เรื่องความรักสองคนร่วมมือกันดีค่ะ (กลัวเล่าเมื่อกี้แล้วเข้าใจผิด) 

              >> และคนพี่มักจะชอบโดนคนน้องรุกตระบะแตกซะเป็นส่วนมากด้วยค่ะ (55555) ชอบนายเอกตรงไปตรงแบบนี้มากกก


รู้สึกเหมือนเขียนเรียงความ 5 หน้ากระดาษ 55555

ชาแดง



รีวิว แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ( 3 เล่มจบค่ะะ)

  แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ผู้แต่ง ปี่ข่าปี่ ผู้แปล จื่อซิน ผู้วาด 梨乖 酥 สำนักพิมพ์ Inltreebook เรื่องย่อ หลินชิงอวี่ แต...