วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2563

รีวิว เหรียญทองแดงปราบพิภพ (ฉบับเต็ม)





ภาพจาก Minerva Books


เหรียญทองแดงปราบพิภพ
ผู้เขียน มู่ซูหลี่
ผู้แปล ใบไม้แดง
ภาพ ซานหุน
สำนักพิมพ์ มิเนอร์วา บุ๊ค

เรื่องย่อ
            ตำนานเทพมังกรผู้ยิ่งใหญ่ถือกำเนินจากท้องทะเล และมาพร้อมกับเมฆสายฟ้าอานุภาพรุนแรงน่าครั่นคร้าน ทว่ามังกรก็มีวันประสบเคราะห์ใหญ่ถึงคราววิบัติ ถูกทำร้ายจนเหลือแต่แก่นวิญญาณรอกลับคืน...จู่ ๆ ที่เมืองหนึ่งมีเหตุประหลาดเกิดขึ้น ข่าวลือเรื่องชายรูปร่างหน้าตาสยองราวกับภูตผีมักปรากฏตัวในยามค่ำคืนจนผู้คนหวาดผวา กระทั่งหลสงจีนผู้หนึ่งมาที่นี่พร้อมเหรียญทองแดง เรื่องราวแสนพิลึกพิลั่นก็บังเกิดขึ้นนับแต่นี้ 


พื้นที่ความเห็นแบบปลอดสปอยล์
                ถ้าชื่นชอบแนวผจญภัย คดีลึกลับ ช่วยวิญญาณมีห่วง เหรียญทองแดงปราบพิภพ 3 เล่มจบนี้ ก็เรียกได้ว่ามีเนื้อเรื่องที่ดี และค่อนข้างถูกใจเรามาก ๆ เรื่องหนึ่งในปีนี้เลย
                เรื่องราวเริ่มจากวิญญาณประหลาดที่มาซื้ออาหารเช้าในเวลาเดิมทุกวันก่อนรุ่งสาง เป็นเหตุให้เด็กรับใช้ที่ขายอาหารแก่วิญญาณตนนั้นทนไม่ไหว ต้องรีบจับชายจีวรขาวของหลวงจีนที่ผ่านทางมา ขอความเมตตาปราบผีให้หน่อย ทว่าด้านวิญญาณที่ซื้ออาหาร แท้จริงแล้วก็เพียงทำตามคำสั่งของ เซวียเสียน เทพมังกรที่โดนกระชากกระดูกไปจนวิญญาณและร่างต้องแยกกันอยู่ ตัวเขาบาดเจ็บสาหัสต้องอาศัยร่างกระดาษเป็นร่างกาย แต่เมื่อไม่มีกระดูกจึงพิการขยับตัวไม่ได้ จึงต้องให้วิญญาณเจ้าของบ้านหลังนี้ ช่วยออกไปซื้อข้าวให้
                แต่คนถึงคราวจะไม่ได้กิน ก็มักจะมีเรื่องขัดจังหวะ หลวงจีนหนุ่มที่โดนไหว้วานให้มาปราบผีก็เข้ามาแซะร่างกระดาษของทั้งเขา และวิญญาณเจ้าของบ้านติดตัวไปด้วย ทว่ายังไม่ทันที่ เซวียเสียนจะหาทางหนี เสวียนหมิ่น หลวงจีนที่จับเขาไว้ก็ดันตาดีทักคนที่มีเลือดมังกรของเขาติดร่าง เป็นเหตุให้พวกเขาทั้งหมดยกพลไปจัดการคดีวิญญาณที่เมืองนั้นด้วยกัน...และกลายเป็นเดินทางร่วมกัน จนถึงปลายทางของแต่ละคน
                สนุกนะ เราชอบแนวนี้ อาจจะไม่ได้มีจุดสู้พีคแบบฟ้าสะเทือนมากนัก แต่ปริศนา และความสัมพันธ์ของแต่ละคนก็พาลุ้น และแบบหน่วงใจไปตามทางเหมือนกัน นอกจากนี้มีฉากที่เราอยากเห็นระหว่างมังกรกับคนตรงใจเราอยู่ด้วย อย่างขดร่างเล็ก ๆ พันมือ หรือแปลงร่างเดิมม้วนคนไว้กับตัว...เราเป็นคนแพ้ทางมังกรจีน 5555555 (ไม่จีนก็ชอบอ่านน)
คะแนน 9/10
                ปล. ความรักไม่หวือหวา แต่อบอุ่นท่ามกลางม่านหมอกค่ะ



พื้นที่ความเห็นแบบสปอยล์ (อย่างละเอียด)

สปอยล์มากจริง ๆ โปรดข้ามหากไม่โอเค

สปอยล์เล่มพิเศษ สคิปไปหัวข้อสุดท้ายค่ะะ

                เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่เปิดเรื่องที่ปริศนาสองอย่างของตัวละครเองทั้งสองคน และวางปมที่อ่อนไหวระหว่างทั้งคู่ไว้ด้วย
                ถ้าให้เราคิดว่าแก่นเรื่องนี้คืออะไร เราคิดว่า ชีวิต...นับว่าไม่มีให้อะไรให้เสียดาย หรือเสียใจอีกแล้ว
                ตอนอ่านพวกเราจะเจอกับคำขอสุดท้ายขอผู้วายชนแต่ละคน แล้วจะได้ยินนายเอกถามเสมอ
เจ้าไม่เสียใจแน่นะกับ เจ้ามีอะไรติดค้างหรือไม่
ก่อนอื่นมาดูตัวละครเอกของพวกเรากันสักหน่อย

นายเอก เซวียเสียน เป็นเทพมังกรที่มีชีวิตอยู่มานาน และมักจะไม่อยากติดค้างใคร และไม่ค่อยจะจดจำใครเอาไว้ด้วย...เพราะเขามีชีวิตนานเกินไป
พระเอก เสวียนหมิ่น หลวงจีนผู้ไม่ได้ถือศีล เพียงปลงผม และทานเจ แน่นอนว่ามีจิตใจเมตตา แต่นิสัยชอบอยู่คนเดียว และมักจะจดจำสิ่งต่าง ๆ เอาไว้
                สองคนนี้คือคนที่ชอบปลีวิเวก เลยไม่ค่อยได้ผูกสัมพันธ์กับใคร แต่การเดินทางครั้งนี้ของพวกเขา กลับทำให้รู้จักคำว่า 
ผูกพันธ์ 
                โครงเส้นเรื่องหลัก คือตามหากระดูกมังกรของนายเอก และปัญหาเรื่องความทรงจำที่หายไปของพระเอก ...แน่นอน ว่าความทรงจำเหล่านั้น กลับเชื่อมโยงกับทุก ๆ สถานที่ที่กระดูกนายเอกถูกซ่อนไว้...และนั่นคือปมอ่อนไหวที่คนอ่านต้องลุ้นไประหว่างการเดินทาง
                    แม่เฒ่า คดีวิญญาณแม่เฒ่า ทำให้นายเอกสะทกสะท้อนถึงความเห็นแก่ตัวของคนที่ทำได้แม้แต่กับมารดาของตนเอง แต่แม่เฒ่าผู้เป็นมารดา กลับไม่ได้โกรธแค้นลูก นางได้ถือว่าได้ช่วยเขามากพอแล้ว นอกจากเอาคือให้หลาน และบ้านสกุลเจียง ที่เหลือนับว่าไม่มีอะไรให้ห่วง หรือเสียใจอีกแล้ว
   ตอนนี้ นายเอกจะได้ไข่มุกที่ผนึกร่างของเขาคืนมา ส่วนพระเอกที่ความจำเสื่อม จะพบกับกระดาษแผ่นหนึ่งในกระเป๋าตัวเอง หาคนซึ่งในนั้นมีรูปวาดเหมือนเกล็ดของนายเอกเขียนเอาไว้ด้วย
             พี่ชาย คดีต่อมาทำเราน้ำตาซึมไปเหมือนกัน พระเอกนายเอกมาหานักทำนาย แต่ที่อยู่มีเพียงน้องชายเท่านั้น น้องชายเลยตามติดพระเอกนายเอก (และหนึ่งวิญญาณสกุลเจียง) ไปตามหาพี่ รอบนี้สิ่งที่ทำให้พระเอกนายเอกพบ คือการแลกชีวิตเปลี่ยนชะตาที่วิญญาณยอมทำให้คนสำคัญ แม้ตอนนั้นเหลือลมหายใจสุดท้ายก็ยังวาดเลือดลงพื้นเพื่อต่อชะตาคนที่รักให้มีชีวิตต่อไป จากนั้นก็จากไปทันที...ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว
     ตอนนี้นายเอกจะได้เลือดหรือกระดูกของตัวเองคืน และได้เป้าหมายถัดไปให้เดินทางต่อ พร้อมพระเอก วิญญาณสกุลเจียง และน้องชายตาบอดที่ทำนายได้ อ๋อ ๆ ใช่ ๆ มีคุณลุงพูดเก่งคนนึงด้วย (โดนบังคับบ)
3          คณะละครงิ้ว ช่วงประมาณนี้นายเอกจะใช้ร่างคนแล้ว แต่เพราะขายังเดินไม่ได้เลยต้องให้พระเอกอุ้ม ตอนนี้เป็นคำสัญญาณของคนที่รับปากกันว่าทุกปีจะมาหา หนึ่งเหมือนเป็นช่างตัดผ้า (ถ้าจำไม่ผิด) หนึ่งคือคณะละครงิ้ว ทั้งสองฝ่ายต่างตายไปแล้ว แต่สุดท้ายกลับยังรักษาคำมั่นสัญญาต่อกัน หลังลุล่วงสัญญา ต่างก็หมดห่วงมีสติรู้ตัวว่าตายแล้ว ก่อนพากันจากโลกนี้ไป
    ตอนนี้นายเอกได้กระดูกคืนอีกท่อน เขาเริ่มรู้สึกว่ามีพระเอกค่อยอยู่ข้าง ๆ ก็ดีเหมือนกัน มังกรที่เก่งมาก ๆ อย่างเขามักทำอะไรเองไม่มีใครช่วย แต่พออยู่กับพระเอกที่ค่อยมาช่วยเหลืออย่างถูกจังหวะเสมอ นายเอกก็เริ่มรู้สึกแล้วว่า แบบนี้ดีจริง ๆ
4        วิญญาณทหาร หลังได้กระดูกมาก็มีเหตุให้ทั้งสองใกล้ชิดกัน และด้วยคำขอร้องให้พากลับไปส่งบ้านของวิญญาณทหาร พระเอกนายเอกเลยได้เบาะแสของพิษที่พระเอกโดน ...และการตัดสินใจของวิญญาณตนนี้ ที่จะเฝ้าหน้าประตูบ้านตนไม่ไปเกิด นายเอกถาม เจ้าไม่เสียใจแน่นะนายทหารคนนั้นมองหน้าภรรยาแล้วตอบว่า ไม่เสียใจ
   ช่วงนี้นายเอกเริ่มมองพระเอกมากขึ้นแล้ว เวลารู้สึกอ่อนไหวกับความตายและการจากลา
5      วิญญาณสกุลเจียง หลังเดินทางด้วยกันมานาน ในที่สุดก็ถึงปลายทางของวิญญาณสกุลเจียงแล้ว หลังพบพี่สาว เขาก็หมดห่วงอย่างแท้จริง หลังเอ่ยขอบคุณ หวังว่าชาติหน้าได้พบกัน เขาก็จากนายเอกไปพร้อมรอยยิ้ม
          ช่วงนี้นายเอกจะมีความรู้สึกโหวง ๆ แล้วมองพระเอกอีกรอบ รู้สึกอยากถามคนว่าจบเรื่องนี้ไปอยู่กับเขาไหม แต่ยังยั้งไว้
6       ปมสุดท้าย  หลังผ่านเรื่องราว และปริศนามากมาย พอมาถึงจุดสุดท้าย เราก็จะรู้ว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจาการที่คนเราทำใจไม่ได้ที่จะจากลาคนรัก อำนาจ หรือชีวิตของตนไป แต่นาทีสุดท้ายยังดีที่แก่นแท้ของต้นเรื่องได้สติกลับมา เขาจึงช่วยผู้คนเอาไว้ก่อนสิ้นใจ
7      เหรียญทองแดงปราบพิภพ คือ สิ่งที่ไม่วันเสียใจอย่างสุดท้ายของพระเอกที่จมพื้นดินหายไป เพื่อรักษาความสงบสุขของผู้คนไปอีกร้อยปี เพราะเขาชดใช้ให้นายเอกหมดแล้วไปก่อนหน้านี้ จะกระดูก ชีวิต หรือแม้แต่เคราะห์กรรม เลยไม่มีอะไรต้องห่วงอีก

ย้อนกลับไปที่วิญญาณทหาร เขายอมยืนเฝ้ามองคนรักตรงหน้าประตูตลอดไป...พระเอกก็ยอมเป็นแบบนั้น
ย้อนกลับไปเมื่อหกสิบปีก่อน ที่นายเอกพบชาติก่อนของพี่เขยวิญญาณสกุลเจียง ที่ไม่ยอมตัดใจไปเกิดจนกว่าจะพบคนรัก...นายเอกก็เป็นแบบนั้น

“มีคนผู้หนึ่ง แบกเอาความทุกข์และเคราะห์ร้ายชั่วชีวิตที่ไม่มีวันสิ้นสุดของเขาไปหมดสิ้น แต่ไม่วิงวอนขออะไรตอบแทนกลับไปเลยแม้แต่อย่างเดียว...คนอย่างนี้ เขาไหนเลยจะทอดทิ้งไม่ใส่ใจ
ต่อให้เข้าสู่วัฏสงสารไปเกิดใหม่แล้วเขายังหาเจอ ฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงยังไม่ไปเกิดใหม่เลย จากผืนดินอุดรสู่ฟากฟ้าทักษิณ ไม่ว่าเสวียนหมิ่งอยู่ที่ใด เขาจะลากอีกฝ่ายกลับมา” เซวียเสียน

                ท่อนนี้เห็นนิสัยสองคนนี้ชัดมาก ๆ เลยนะในความรู้สึกเรา

                ความจริงยังมีคู่อาจารย์พระเอกอีกคน เรื่องนี้ถ้าจะยืดออกอีกสักเล่มเพื่อเพิ่มความลึกซึ่งของความสัมพันธ์อีกหน่อยก็ได้นะ แต่ประมาณนี้ก็ถือว่าลงตัวแล้วเหมือนกัน 9 คะแนนค่ะ สำหรับความอยากเห็นความสัมพันธ์ลึกซึ้งของแต่ละตัวละคร


สำหรับสปอยล์ เหรียญทองแดงปราบพิภพเล่มพิเศษ
1    การเดินทางไปบวงสรวงฟ้าครั้งสุดท้ายของพระเอก เวลาผ่านไป 60 ปี ในที่สุดพระเอกก็วางมือทางโลก และออกมาอยู่กับนายเอกอย่างสงบโดยสมบูรณ์ (ความจริงก็ค่อย ๆ ถอยออกมานานแล้ว)
2   ต้นผีผาผลสุกอร่อยมาก นายเอกชอบกินเลยเอามาปลูกหลังที่พักอาจารย์พระเอก บางทีตอนนี้เป็นส่วนเสริมความสัมพันธ์ของอาจารย์พระเอกกับคนที่เขารอคอยมาตลอด ซึ่งพบกันแล้ว และได้อยู่ด้วยกันอย่างสงบ (ในเล่มสามมีเล่าไปบ้างแล้วจบเท่านั้นก็แฮปปี้เหมือนกัน) ส่วนพระเอกนายเอกก็เช่นกัน หนึ่งเงยหน้ามองต้นไม้ หนึ่งมองคนรักที่มีรอยยิ้มอยู่ข้างกาย ความสงบอบอุ่นแบบนี้ ชีวิตอันยาวนานก็ไม่มีอะไรให้รู้สึกเสียใจอีก


แนวใครทางใคร 3 เล่มจบที่สำนักพิมพ์น่าจะยังสั่งได้นะคะ (ไม่มั่นใจ)

ชาแดง










วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2563

รีวิว ตกหลุมรักซูเปอร์สตาร์ เล่ม 1 (ฉบับเต็ม)




ภาพจาก Se-ed



ตกหลุมรักซูเปอร์สตาร์ เล่ม 1
ผู้เขียน TENGA KOBAYASHI
งานภาพ HAJI SAKURA
ผู้แปล I. WATA
สำนักพิมพ์ BLY Novel
เรื่องย่อ
                คุสึอุ ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์บนเรือสำราญที่จัดงานพบปะแฟนคลับของมานากะ ชุน ดาราหนุ่มซูเปอร์สตาร์ระดับประเทศ ในขณะที่เพื่อนร่วมงานต่างตื่นเต้น ตัวเขากลับไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ ทว่าเมื่อได้เจอตัวจริงทุกอย่างในใจของเขากลับเปลี่ยนไป ความงดงาม ท่าทางที่สุภาพ การรับมือกับแฟนคลับอย่างมืออาชีพของ มานากะ ชุน รู้สึกตัวอีกทีได้ช่วงชิงสายตา และหัวใจของเขาไปเสียแล้ว

พื้นที่ความเห็นแบบปลอดสปอยล์
                ปีหนึ่งก็จะมี 2 ครั้งที่เราลงมือกดสั่งหนังสือจากบงกชเพื่อตามเรื่องที่ดองไว้ และเลือกเล่มนิยายที่น่าสนใจติดมาด้วย ตกหลุมรักซูเปอร์สตาร์ เป็นหนึ่งในเล่มที่เราดองมานานแสนนาน ด้วยปกที่ดูน่ารัก ๆ วัยทำงานเลยกดสั่งไป ตัวเล่มไม่หนามี 188 หน้า แบ่งออกเป็นสองพาร์ท คือ ก่อนรักกัน กับหลังรักกัน ส่วนหลัก ๆ ของโครงเรื่อง...น่าจะเป็นความรักของคนธรรมดากับดาราดัง...ประมาณนี้ค่ะ
                คนธรรมดาของเรื่องนี้ คือพระเอก คุสึอุ ที่มีหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ของเรือสำราญลำนี้ เขาเป็นคนทำงานเก่ง และค่อนข้างใจเย็น สามารถบริหารจัดการงานได้เป็นอย่างดี และด้วยความใช้เวลาทำงานเสียส่วนใหญ่ จึงไม่ค่อยสนใจเรื่องราวของดารา หรือไอดอลในโทรทัศน์ เขารู้ว่างานพบปะแฟนคลับครั้งนี้เป็นของ มานากะ ชุน ที่กำลังโด่งดัง แต่ตัวเขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไร ยิ่งเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมงานที่ตื่นเต้นจนแทบไม่เป็นอันทำงานยิ่งทำให้ คุสึอุรู้สึกเบื่อหน่าย
                แต่แน่นอนค่ะ เมื่อนายเอก มานากะ ชุน ปรากฏตัว พระเอกก็อึ้งจนเกือบเสียอาการ เพราะอีกฝ่ายดูดีรัศมีจับมาก ยิ่งพอถึงเวลาเริ่มงาน มองดู มานากะ ชุน ร้องเพลงบ้าง พูดคุยกับแฟนคลับอย่างใจเย็นบ้าง คุสึอุก็กลายร่างเป็นแฟนคลับโดยไม่รู้ตัว เรื่องของทั้งสองคนคงกลายเป็นเส้นขนาดของแฟนคลับคนใหม่กับดาราดัง ทว่าคืนวันสุดท้ายก็เกิดเหตุมีคนลอบบุกเข้าไปทำร้ายชุนถึงห้องนอน ดีที่คุสึอุเอะใจทันจึงเข้าไปช่วยไว้ได้ เป็นเหตุให้ทั้งสองคนรู้สึก และใกล้ชิดกัน จนได้เป็นเพื่อนสนิทกันในที่สุด และแล้ว ความสัมพันธ์ของหนุ่มมัคคุเทศก์กับดาราดังที่ถูกเซ็นต์สัญญาห้ามมีความรักจนกว่าจะอายุ 30 ปีก็เริ่มต้นขึ้น
                จะว่ายังไงดี โครงเรื่องของเล่มนี้เหมือนที่ใช้กับการ์ตูนวายญี่ปุ่นเป๊ะเลยค่ะ เริ่มต้นที่รู้จัก ทามสคิป รักกัน จบพาร์ทแรก เสริมต่อเรื่องราวหลังจากนั้น จบ ส่วนตัวเสียดายช่วงเวลาที่เขาข้ามไปมากค่ะ ตั้งครึ่งปีคุยกันยังไง ผูกพันกันยังไง ทำให้เราไม่รู้เลย ผลสุดท้ายพอพวกเขารักกันเลยออกจะกระโดดไปสักหน่อย แต่เมื่อคิดถึงพลอร์ตการ์ตูนญี่ปุ่น ก็เข้าใจได้ค่ะ ค่อนข้างเสียดายจริง ๆ แต่สรุปแล้วอ่านจบ...เราเข้าใจ แต่เราไม่อินน่ะค่ะ ดังนั้นคะแนนอย่ายึดจากเราเลยนะคะ ยึดเนื้อเรื่องกับแนวเรื่องไว้ค่ะ อาจจะเป็นแนวของทุกคนก็ได้ 
คะแนน 4 / 10
จากภาพน่ารัก ๆ และสาระดี ๆ อย่างความลำบากของการเป็นดาราค่ะ
**เราพึ่งเห็นตอนกำลังอัพรีวิวค่ะว่ามีเล่ม 2 ภาพของอาจารย์ซากุระดึงดูดมากเลยค่ะ ฮืออ คือซื้อมาก็อ่านได้ แต่อ่านแล้วเรา เอ๊ะ ! เวลาเขารักกันน่ะสิ แต่โรคมีอะไรต้องครบเซ็ตก็กำลังกำเริบบโอ้ยยย้อนแย้งงง **

ภาพจาก สำนักพิมพ์บงกช

พื้นที่ความเห็นแบบสปอยล์ (อย่างละเอียด)

            จะสปอยล์แบบไหนดี เราเล่าตามพลอร์ตการ์ตูนกันดีกว่า เราเคยเห็นการเขียนโครงการ์ตูน ส่วนใหญ่จะถูกวางโดยข้ามช่วงเวลาสานสัมพันธ์ไปค่ะ หรือไม่ก็จะเปิดตัวมาเกริ่นนิดเดียวแล้วดึงเข้าไคลแมคเลย ซึ่งจะทำให้เรื่องราวกระชับขึ้น เนื่องจากหนังสือการ์ตูนความยาวมากไม่ได้ ใส่รายละเอียดไม่พอ ด้วยภาพด้วยอะไรด้วย ส่วนใหญ่จึงต้องเน้นความกระชับค่ะ

                เราคิดว่านี่คงเป็นต้นแบบของโนเวลที่เน้นบทพูดมากกว่าการบรรยาย ซึ่งส่วนมากจะพบในงานของนิยายญี่ปุ่นค่ะ เรื่องนี้ก็เช่นกัน ส่วนใหญ่เป็นการบรรยายจากความรู้สึก ไม่เน้นบรรยายกาศ หรือสภาพแวดล้อม ทุกอย่างจะโฟกัสที่การกระทำ และความรู้สึกตัวละคร

พาร์ท แรก การเปิดเรื่องเริ่มอย่างละเอียดบนเรือสำราญ โดยพาร์ทนี้คนนำเรื่องจะเป็นฝั่งพระเอก เราจะรู้แค่มุมมองพระเอก เป็นอย่างนึงที่เป็นตัวอย่างของการยึดตัวละครหนึ่งในการนำเรื่องเลยค่ะ คนเขียนจะพาคนอ่านรู้เรื่องแต่ฝั่งตัวละครตัวนี้ และคนอ่านต้องเดาความรู้สึกฝั่งตรงข้ามไปเรื่อย ๆ จนกว่าพวกเขาจะมาคลายปมในใจกัน

                จากเท่าที่เคยอ่านมา ส่วนตัวจุดที่จะทำให้ตัวละครเข้าใจกันของบทญี่ปุ่น ปัญหามักเกิดจากความเข้าใจไปเองของตัวละครที่นำเรื่องให้เราอ่านอยู่ จนถึงจุดแตกหักจุดหนึ่งตัวละครสองตัวจะมีเหตุให้ต้องเปิดใจกัน รู้ว่าเข้าใจผิดกัน และรู้ว่าจริง ๆ ใจตรงกัน และจบที่โอเคเรารักกันคบกัน

...เรื่องนี้พระเอกก็เป็นแบบนั้นค่ะ เขาคิดว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่หลงรักนายเอก มันเป็นความรู้สึกที่ไม่สมควร และควรจะถอยห่างออกมาด้วยความรู้สึกผิด จนชุนเกิดเรื่องขึ้นเขาถึงต้องรีบมาหา สองคนเลยได้ปรับความเข้าใจกัน...จบพาร์ทแรก

พาร์ท สอง ความคลาสสิคของการ์ตูนวายเล่มหนึ่งหลังใจตรงกัน ต้องมีปัญหามือที่สาม (55555) นิยายเรื่องนี้เช่นกันค่ะ คราวนี้มาดำเนินฝั่งชุน นายเอกของพวกเราบ้าง ปัญหานี้เกิดจาก ชุนมาพบแฟนเก่าพระเอกโดยบังเอิญค่ะ และปัญหาก็เกิดขึ้น เพราะชุนคิดว่าบางทีพระเอกอาจจะยังรักแฟนเก่าอยู่
          แน่นอนนี่เป็นปมพิสูจน์ว่าพวกเขารักกันจริง ๆ เรื่องราวไม่ได้ยาวมาก ดังนั้นไม่นาน ปมก็จะถูกคลายออก โดยคนใดคนหนึ่งเกิดปัญหาแล้วอีกคนยังอยู่ข้าง ๆ เสมอ จึงมาปรับความเข้าใจกันได้

และทุกอย่างก็ แฮปปี้เอ็นค่ะ เป็นเรื่องที่อ่านแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะโครงเรื่องเซ็ตแบบตรงตัว เล่มบาง ๆ ค่อนข้างโอเคสำหรับใครที่ชอบแนวนี้ แล้วอยากหาอะไรอ่าน 
อืมม แต่อย่างที่บอกค่ะ แต่ก่อนเราคงโอเคแต่ตอนนี้เราไม่อินน่ะค่ะ Y-Y


แต่ ๆๆๆ นี่คือ ปกเล่ม 2 ค่ะ ซึ่ง...เรา...ปกตกอีกแล้ว


ชาแดง ผู้ไม่เข็ด ==













วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2563

รีวิว ลิ่วเหยา (ฉบับเต็ม)









ลิ่วเหยา
ผู้แต่ง Priest (พีต้า)
ผู้แปล Bou Ptrn
สำนักพิมพ์ Rose Publishing
เรื่องย่อ

                เฉิงเฉียน ถูกพ่อแม่ขายให้กับหานมู่ชุนที่อ้างว่าเป็นอาจารย์แห่งลัทธิเต๋า หนึ่งคนชราที่ดูเหมือนนักต้มตุ๋นกับหนึ่งเด็กน้อยที่พยายามทำตนให้ไม่ถูกดูแคลนออกเดินทางกลับสำนัก เด็กชายตัวน้อยไม่เชื่อว่าปลายทางจะเป็นสำนักเต๋าที่แท้จริง เขาไม่คิดเลยว่าการจากบ้านเกิดมาจนพบแห่งนี้จะกลายเป็นที่พักพิงของตน และ ยังมี ครอบครัวอีก 4 คน ที่เขาต้องร่วมผจญทุกข์ ผจญสุขร่วมกัน ณ ฝูเหยา


พื้นที่ความเห็นแบบปลอดสปอยล์

            จากงานหนังสือที่กำลังจัดอยู่คาดว่าลิสหนังสือทุกคนคงแน่นเอี้ยด และคงมีไม่น้อยที่มี ลิ่วเหยา อยู่ในลิส เพราะเดือนนี้เล่มจบได้ออกมาแล้ว แน่นอนค่ะ เราเก็บเล่ม 3 พร้อม box ที่สวยงามเรียบร้อยแล้ว

                ลิ่วเหยา เป็นเรื่องราวที่เราคิดว่าแกนเรื่องคือ ท่ากระบี่ไม้ประจำสำนักที่สะท้อน ช่วงชีวิตอันไม่แน่นอน ของมนุษย์ออกมา ผ่านเด็ก ๆ ทั้ง 5 คน รวมไปถึงตัวละครอื่น ๆ ที่พวกเขาพบเจอตลอดเรื่องด้วย

                เรื่องราวดำเนินด้วยเด็กน้อยคนหนึ่งที่กำลังถูกขายให้ชายท่าทางเหมือนนักต้มตุ๋นนาม หานมู่ชุน ชายชราอ้างว่าตนเป็นอาจารย์ผู้ฝึกเต๋าต้องการรับเขาเป็นศิษย์ ขณะเดินทางในใจ เฉิงเฉียน มีแต่ความคิดแง่ร้ายปลงตกสงสัยในชายชรา จนกระทั่วจู่ ๆ ฝนตกลงมา ชายชราคนนั้นยืนแขนที่มีแต่กระดูกของตนมาอุ้มเขาไว้ แล้วพยายามให้เสื้อเก่า ๆ ของตนบังฝนให้เขา ในใจเด็กที่ไม่เคยได้รับความรักจากพ่อแม่ของเฉิงเฉียนพลันรู้สึกอบอุ่นเป็นครั้งแรก ถึงขนาดเปลี่ยนความคิดว่าต่อให้ชายชราหลอกตนไปสำนักเถื่อน ตนก็จะไม่โกรธ การหลบฝนครั้งนี้ทำให้เฉิงเฉียนได้ศิษย์น้องเพิ่มมาอีกคน เป็นเด็กยาจกในวัดร้าง อาจารย์ของเขาตั้งชื่อให้ว่า หานยวน ทั้งสามออกเดินทางกลับสำนัก ฝูเหยา ที่นั่น เด็กทั้งสองต้องอ้างปากตาค้าง...เพราะฝูเหยาเป็นสำนักเต๋าที่แท้จริง

                เหล่าเด็กน้อยที่ตกระกำลำบากทั้งสองจู่ ๆ มีที่อาศัย มีคนดูแล ต่างตกตะลึง แต่เฉิงเฉียนออกจะเป็นคนถือตัว เก็บอารมณ์เก่ง เขาจึงทำเป็นไม่ประหลาดใจ อาจารย์พาทั้งสองไปพบ เหยียนเจิงหมิง ศิษย์พี่ใหญ่ผู้เป็นลูกเศรษฐีท้องถิ่น และเป็นต้นเงินต้นท้องขนาดใหญ่ของสำนักแห่งนี้ เด็กหนุ่มคนนี้ออกจะนุ่มนิ่มงดงาม รักความสวยงาม และรักสบาย ซ้ายขวาล้อมไปด้วยคนดูแลเอาใจใส่ เฉิงเฉียนเห็นท่าทางไม่เอาไหนของเขา ก็ไม่ชอบในทันที นอกจากนี้เขายังมีศิษย์พี่สอง หลี่อวิ๋น ผู้ฉลาดแกมโกงอีกคน โดยรวมแล้วเฉิงเฉียนตัดสินคนเหล่านี้ในคำเดียวว่า ไม่ได้เรื่อง นอกจากอาจารย์แล้วไม่มีใครที่เขารู้สึกดีด้วยเลย

                นี่คือการพบกันแห่งโชคชะตาของเด็ก ๆ ทั้ง 5 คน...ค่ะ 5 คน เพราะอยู่ที่นี่ไม่นานเฉิงเฉียนพร้อมกับหลี่อวิ๋นก็มีอันต้องติดตามศิษย์พี่ใหญ่ไปช่วยหานยวน พวกเขาต้องบุกฝ่าดงปีศาจช่วยน้องสี่ออกมา และได้น้องหญิงเล็ก หานถาน หรือสุ่ยเคิง ลูกครึ่งปีศาจกลับมาด้วย ...นี่คือจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ต้องจับมือกันออกท่องโลกกว้าง เป็นที่พักพิงให้กันและกันท่ามกลางภัยร้ายของโลกแห่งเต๋า และมาร ส่วนเรื่องความรักของเหยียนเจิงหมิงกับเฉิงเฉียนต้องตามเก็บรายละเอียดในเหตุการณ์เลยค่ะ จะมีสถานการณ์ปลดล็อคความรู้สึกของทั้งคู่เรื่อย ๆ จนกลายเป็นคนสำคัญของกันและกัน จนถึงตอนที่แม้แต่ความเป็นเซียนก็ไม่อาจพรากพวกเขาได้ เป็นรักซึมลึกที่เราชอบมาก

 คะแนน 10/10






               
พื้นที่ความเห็นแบบสปอยล์ (อย่างละเอียด)

                ตอนแรกกลัวอ่านไม่รอด พออ่านจริงติดหนักมาก แทบจะขังตัวเองไว้บนฝูเหยาไม่ยอมไปเรื่องอื่นต่อเลยค่ะ เราชอบความสัมพันธ์พี่น้องของเรื่องนี้มาก ๆ เอาใจช่วยตลอดทั้งสามเล่ม ส่วนตัวอ่าน Guardian ไม่จบ แต่ตอนอ่านคือชอบฉากบู๊ของนักเขียนท่านนี้อยู่แล้ว เขาเขียนดี พอมาเรื่องลิ่วเหยาก็สร้างฉากลุ้นได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ
                เราเล่าไว้ว่า เราคิดว่าแกนเรื่องนี้คือ ท่ากระบี่ไม้ของฝูเหยาทั้ง 5 ที่สะท้อน ช่วงชีวิตอันไม่แน่นอน ใช่ไหมคะ ดังนั้นเราจะเล่าปมของเรื่องตามกระบวนท่าทั้ง 5 ให้ฟังค่ะ ดังนั้น ท่านที่ไม่ชอบสปอยล์สามารถปิดจบเพียงเท่านี้ได้เลยค่ะ

ท่าที่หนึ่งเผิงท่องหมื่นหลี่  “เด็กหนุ่มจิตใจฮึกหาญ มีความทะเยอทะยานขึ้นฟ้าครามไขว่คว้าเดือนดาวหมื่นจั้ง”
                ท่าแรกเราคิดว่าเปรียบเหมือนช่วงเวลาวัยเด็กของตัวเอกทั้ง 5 ของเรื่องค่ะ ที่เราเล่าข้างบนนั่นเอง ด้วยความยังเด็ก จิตใจบริสุทธิ์ มีความฝัน ความซื่อตรง ความไม่เดียงสา คิดว่าจะเป็นเทพเซียนมีพลัง พยายามหาหนทางฝึกฝนตนเอง หรือบางคนคิดว่ามีเท่านี้ก็เพียงพอจึงละเลยย่อนยาน เหล่านี้คือ เผิงท่องหมื่นหลี่ บุกตะลุยไปข้างหน้าเพื่อเป้าหมาย โดยไม่ได้ยั้งคิดสิ่งใด ช่วงเวลาในเรื่องเริ่มตั้งแต่พวกเขาพบกัน ฝึกตนบนฝูเหยาอย่างเงียบสงบ จนกระทั่งอาจารย์พาออกเดินทาง เพื่อเปิดหูเปิดตา พบปะผู้ฝึกตนคนอื่นที่เกาะมังกรเขียว เหล่าเด็กชาย และทารกหญิง เดินทางด้วยจิตใจบริสุทธ์คึกคะนองกับความแปลกใหม่รอบกาย ไม่มีทันคิดเลยสักนิดว่าครั้งนี้จะเป็นการออกเดินทางที่ยาวนาน เพียงลำพังแค่พวกเขา 5 คน

ท่าที่สองเสาะหาทั่วแดน “ออกเดินทางทั่วทิศ...ความยาวนานและความเจ็บปวดล้วนแฝงอยู่ในท่ากระบี่ไม่วอกแวก”
                “...การเสาะหาทั่วแดนของคนทุกรุ่นล้วนเริ่มต้นในช่วงขณะที่ฝังคนรุ่นพ่อลงดินด้วยมือตัวเอง” เราเข้าใจว่าในชีวิตคนยามมีพ่อแม่อยู่เคียงข้างต่อให้พบความลำบาก ก็ยังมีพ่อแม่ หรือผู้ปกครองปกป้อง แต่เมื่อพวกเขาจากไป ทางข้างหน้าจึงเป็นหนทางของชีวิตเราอย่างแท้จริง “...จากนี้ไม่มีใครปกป้องพวกเจ้าอีกแล้ว...ดูแลตัวเอง” นี่คือความจริงค่ะ พอถึงวันนั้น พวกเราต้องเดินไปบนเส้นทางชีวิตด้วยตัวเราเองทั้งหมด เด็กทั้ง 5 คน ก็เช่นกัน การเสาะหาทั่วแดนของพวกเขาค่อนข้างกะทันหัน เริ่มต้นช่วงเวลานี้ตั้งแต่เสียอาจารย์ไปจนกระทั่งถึงตอนเจ้าเกาะมังกรเขียวช่วยพวกเขาหนีออกมาจากเกาะในอีก 5 ปีต่อมา คนที่เริ่มต้นแบกรับทุกอย่างคือ เหยียนเจิงหมิงที่ต้องเป็นเจ้าสำนัก และดูแลน้อง ๆ ไปด้วย เขากับเฉิงเฉียนเริ่มฝึกหนัก พร้อมกับคิดค้นปรับปรุงกระบวนท่าของสำนัก โดยมีหลี่อวิ๋นช่วยสนับสนุน และคอยดูแลหานยวนและหานถานให้ พวกเขาฝึกตนเองตลอดเวลาที่อยู่บนเกาะท่ามกลางผู้ฝึกเซียนสำนักอื่นที่ไม่ประสงค์ดี ต่างก็เป็นกระบี่ปกป้องกันและกันอย่างไม่วอกแวก จนกระทั่งต้องหนีออกจากเกาะ

ท่าที่สามไม่เป็นดังหวัง “หยั่งรู้ฟ้าดินเป็นเพียงปลอกมดในจักรวาล แข็งแกร่งเหมือนป้อมปราการก็เป็นเพียงคลื่นซัดหาดทราย”
                เราคิดว่าความหมายท่านี้ค่อนข้างตรงตัว และจริงมากจนหดหู่ เก่งแล้วยังไง เทพเซียน หรือประมุขมารแล้วยังไง สุดท้ายชีวิตนี้ก็ต้องมีเรื่องให้ผิดหวังอย่างแน่นอน ช่วงเวลาของเด็ก ๆ ที่เจอเรื่องไม่เป็นดังหวัง คนที่โดนเต็ม ๆ คือพระเอกอย่างเหยียนเจิงหมิง เขาหวังจะพาน้อง ๆ หนีกลับบ้าน ไม่ก็กลับเขาฝูเหยา แต่เจ้าเกาะมังกรเขียวบอกเป็นนัยว่ากลับฝูเหยาไม่ได้ ไม่เพียงเท่านี้เขายังพาน้อง ๆ กลับบ้านไม่ได้ เพราะบ้านเขาไม่มีอยู่อีกแล้ว เรื่องสะเทือนยังไม่กระทบเขามาต่อเนื่อง เฉิงเฉียนที่ค้ำจุนจิตใจเขามาตลอดต้องจบชีวิตลง หานยวนถูกมรรคาปีศาจควบคุมร่างสุดท้ายโดดทะเลหนีหายเป็นตายไม่ทราบ รอบกายเหลือศิษย์น้องสองคน นักพรตเด็กที่ตนต้องปกป้องอีกคน พระเอกคนนี้มักใจกว้างอ่อนโยน ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นนี่คือความแข็งแกร่งของเขา แต่สุดท้ายถูกทำลายลงแล้ว เพราะไม่มีอะไรเป็นดังหวังสักอย่าง ช่วงเวลาไม่เป็นดั่งหวังนี้ เราคิดว่าสิ้นสุดที่ตีนเขาสำนักฝูเหยา ...ที่ ๆ พวกเขา 5 พี่น้องพบกันอีกครั้ง

ท่าที่สี่รุ่งเรืองเสื่อมถอยรุ่งเรื่องตกต่ำ “ยังคงหนีไม่พ้นชะตาชีวิตอันยาวนานสุดแสน”
                ช่วงเวลานี้เริ่มต้นตั้งแต่พวกเขาทั้ง 5 พบกันอีกครั้ง ออกเผชิญหน้ากับโลกของเต๋า และมารอย่างเปิดเผยหลังจากต้องพากันหนีมาตลอด 100 ปี ความจริงแล้ว แก่นของเรื่องทั้ง 5 นี้สะท้อนอยู่ในทุกตัวละครเลยจริง ๆ ในช่วงเวลานี้เราจะเล่ามุมของตัวละครอื่นที่เด่นในรูปอดีตให้ฟัง บนเขาฝูเหยามีปรมาจารย์ที่เก่งกาจคนหนึ่งนาม ถงหรู เขาเป็นอาจารย์ของหานมู่ชุน อาจารย์ของเด็ก ๆ ในเวลานั้นใคร ๆ ต่างนับหน้าถือต่างถงหรูมาก เพราะเขาเก่งขนาดรับมือทัณฑ์สวรรค์ได้ นี่คือช่วงเวลาที่เขารุ่งเรือง ...ต่อมาเพื่อศิษย์ที่เขารัก เขายอมตกต่ำเข้าสู่มรรคาปีศาจ เปลี่ยนชะตาชีวิตคนรักของเขา และสำนักฝูเหยา และในตอนนี้ด้วยความเก่งกาจ เขาก็กลายเป็นประมุขของหมู่มาร ...แต่แล้วยังไงล่ะ สุดท้ายแล้วเวลาอันยาวนานของเขาก็ทำได้เพียงมองคนรักเงียบ ๆ ไม่อาจทำอะไรได้...และนี่คือตัวอย่างคนหนึ่งที่พวกเขาทั้ง 5 คนได้พบเจอ และได้เรียนรู้ว่า แข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่พ้นชะตาชีวิตเช่นนี้

ท่าที่ห้าคืนสู่สัตย์จริง “เหินหาวเป็นตายล้วนไม่แตกต่าง มาจากที่มา ไปยังที่ไปเท่านั้น”
            เราเข้าใจว่าคืนการกลับสู่ความเป็นตัวเอง และยังหมายถึงว่า ใด ๆ ในโลกสุดท้ายสิ้นสุดคือ ความตาย กลับสู่ฟ้าบ้าง กลับสู่ดินบ้าง...จะยึดติดไปทำไม จะต้องการอำนาจ พลังต่าง ๆ ไปทำไม...
                เหยียนเจิงหมิง หลังเขาเปิดตราเจ้าสำนักได้ก็ไม่เคยสูญเสียความเป็นตัวเองอีกเพราะเขารู้ สิ่งใดที่ควรปกป้อง 
                เฉิงเฉียน แม้มีชะตาฟ้ารุ่งโรจน์เป็นเทพเซียน กลับละทิ้งมันไป เป็นตัวเขาเองที่เลือกอยู่อย่างอิสระกับคนรัก
                หลี่อวิ๋น ที่ขี้ขลาด เป็นแต่วิชานอกรีต สุดท้ายกลับเป็นตัวเขาหนึ่งเดียวที่กลับมาเกิดเพื่อวิชานี้ และปกปักษ์สำนัก
                หานยวน ไม่หนักแน่น สุดท้ายกลับเลือกที่จะปกป้องพี่น้องของเขาจนจิตใจมุ่งมั่นรวมสองเป็นหนึ่ง
                หานถาน ที่เติบโตอย่างไม่มีเคราะห์ภัย โลกมนุษย์มีพี่ ๆ ดูแลปกป้อง สุดท้ายก็เลือกคืนถิ่น เป็นตัวของเธอเอง
พวกเขาต่างรู้แก่ใจ...ฝูเหยาเดินมรรคามนุษย์ เกิดที่ฝูเหยาย่อมตายที่ฝูเหยา ท้องฟ้า ผืนทะเล หรือพื้นดิน พวกเขาต่างเชื่อมต่อกัน มีที่กลับไปที่เดียวกันเสมอ


                เรื่องนี้จบสมบูรณ์มากจริง ๆ ค่ะ สื่อออกมาดีมาก แม้แต่เรื่องของลาสบอสก็ไม่พ้นวิถีทั้ง 5 นี้ อ่านแล้วอิ่ม คุ้มค่าจริง ๆ ที่ได้อ่าน แอบคิดอยู่ว่ากลับไปอ่านคู่กับพันสารท เราจะปลงอย่างสมบูรณ์เลยไหม (55555) ไม่ต้องห่วงเรื่องรัก ๆ ของพระเอกนายเอกนะคะ โมเม้นมีตลอด เพียงแต่ถ้าคาดหวังความหวือหวาคง ไม่เป็นดั่งหวังค่ะ (55555) แต่สามารถรู้ได้โดยนัย (ยิ้มหวาน) และมีความน่ารักให้ชวนเขินในแบบของเรื่องนี้ทั้งเรื่องเลยค่ะ
                10 คะแนน ไม่มีปมอะไรค้าง นอกจากโครงที่ดีมาก ๆ จนคิดว่ายืดได้ เพิ่มได้อีกเล่มเลยทีเดียว แนวใครทางใครหาจับจองได้เลยนะคะ ลักษณะการแปลแบบเดียวกับพันสารทค่ะ (คนเดียวกัน) เราก็เชียร์ให้ลองอ่านกันดูนะคะ เด็ก ๆ น่ารักกก


ชาแดง








วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2563

รีวิว อุบัติรักฟีโรโมน (ฉบับเต็ม)



       ภาพจาก Meb


อุบัติรักฟีโรโมน
ผู้เขียน Gukak
สำนักพิมพ์ Bookish House Publishing

เรื่องย่อ

        ด้วยอุบัติเหตุสารเคมีรั่วทำให้เบต้าหนุ่มอัถยาศัยดีนาม ภูริ ต้องกลายเป็นโอเมก้า 
เท่านั้นยังไม่พอสารตัวนี้ดันทำให้เขากลายเป็นคู่แท้กับอัลฟ่าระดับสูงที่บังเอิญอยู่ในลิฟต์เดียวกันอย่าง ท่านประธานอีธาน! แบบนี้ภูริผู้เป็นเบต้ามาทั้งชีวิตจะทำยังไงดี !


พื้นที่ความเห็นแบบปลอดสปอยล์

        อุบัติรักฟีโรโมน เรื่องนี้มีเล่มเดียวจบ เราซื้อแบบ E-book มาก็จะมีตอนพิเศษเพิ่มอีกน่าจะ 4 ถึง 5 ตอน ไม่มั่นใจ ตอนแรกอ่านจบในเด็กดีตั้งแต่ปีก่อน แล้วก็ตามมาเก็บทีหลังปีนี้ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เรื่องนี้ธีมโลก อัลฟ่า-โอเมก้าค่ะ ถ้าไม่ใช่แนวข้ามได้ค่ะ สำหรับปมหลักเรื่องนี้ก็คงเป็น ความรักครั้งนี้คือรักแท้ หรือเพราะฟีโรโมน

        เรื่องนี้เราค่อนข้างชอบสิ่งที่นักเขียนพยายามสื่อในธีมโลกของอัลฟ่า-โอเมก้า ถ้าเคยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น หรือแนวนี้ส่วนใหญ่นายเอกจะเป็นแนวโอเมก้าที่อ่อนแอโดนรังแก และชนชั้นของโอเมก้าก็ค่อนข้างถูกกดขี่เป็นสิ่งของระบายอารมณ์ของอัลฟ่า ขณะที่เบต้าเหมือนชนชั้นแรงงานระดับกลาง ชีวิตครึ่ง ๆ กลาง ๆ และไม่มีวันเจอคู่แท้ อุบัติรักฟีโรโมน เองก็เล่นเรื่องประมาณนี้ เริ่มจากนายเอก ภูริ เป็นเบต้าที่มีความสามารถแต่ถูกกดไม่ให้เกินหน้าเกินตาโดยหัวหน้าแผนกที่เป็นอัลฟ่า วันหนึ่งหัวหน้าคนนี้ใช้ภูริไปเอาของที่แลปชั้นใต้ดิน แต่บังเอิญวันนั้นสารเคมีรั่วเลยทำให้นายภูริเปลี่ยนจากเบต้ากลายเป็นโอเมก้า และกลายไปเป็นคู่แท้กับท่านประธาน อีธานที่อยู่ในลิฟต์ด้วยกัน 

         อีธานเป็นตระกูลอัลฟ่าระดับสูง ถูกเลี้ยงให้มีวิธีคิดแบบอัลฟ่าโดยสมบูรณ์ รวมถึงมีเหตุให้เกียจและดูถูกโอเมก้าเป็นสองเท่าจากการโดนอดีตแฟนที่เป็นโอเมก้าทรยศ ภูริเลยต้องโดนท่านประธานด่าและดูถูกตลอดเวลา ส่วนนายเอกเรื่องนี้ค่อนข้างปรับตัวเก่ง ไม่ค่อยพูดความในใจ (แต่บ่นให้คนอ่านฟังแทน) เขาเป็นคนรับภาระทางบ้านเยอะมาก เพราะครอบครัวภูริเป็นพวกดื้อยา และน้องภูริป่วยบ่อยจึงมีค่าใช้จ่ายเปลี่ยนยาเยอะมาก แม่เองก็ไม่ค่อยช่วย ยิ่งที่ทำงานโดนหัวหน้าสกัดความก้าวหน้า เงินจึงไม่ค่อยมี พอเขาต้องกลายเป็นโอเมก้าก็ต้องกินยาระงับฮีต ยาก็ต้องเปลี่ยนบ่อยกลายเป็นภาระเงินสองเท่า พอนานเข้ายาเอาไม่อยู่จนอีธานรู้ ท่านประธานเลยสั่งแกมบังคับให้นายเอกไปอยู่ด้วยกัน
     
       แต่ความรู้สึกช่วงนี้แรก ๆ นี้อยากตีพระเอกมากจริง ๆ ค่ะ ถึงนักเขียนจงใจเขียนพระเอกด่านายเอกบ่อยเรื่องเป็นโอเมก้าเพราะมีสาเหตุ แต่อดอยากจับพระเอกมาเขย่าแรง ๆ ไม่ได้จริง ๆ (คุณพระเอกบ่นมากไปแล้วว) แต่เขารักนายเอก และหวงมากก ดูแลทุกสิ่งอย่าง ถึงปากจะบ่นไม่รัก ๆ ก็ตาม (ซึนนะคะ)

คะแนน 7/10 ค่ะ 




พื้นที่ความเห็น (แบบสปอยล์อย่างละเอียด)

        ต้องบอกว่ามีปมใหญ่ทั้งหมด 3 ปมค่ะ จากนี้จะลำปมสำคัญใครไม่ชอบสปอยล์หลบได้เลยนะคะ

1. การมองคนของพระเอก

        อย่างที่เล่าด้านบนค่ะ พระเอกเป็นอัลฟ่าระดับสูงถูกเลี้ยงดูมาแบบคนที่อยู่สูงสุดของห่วงโซ่อาหาร เขามักจะคิดว่าที่เบต้า หรือโอเมก้าโดนรังแก หรือมีฐานะที่ต่ำกว่าเป็นเพราะคนเหล่านี้ไม่สู้เอง และมองว่าอัลฟ่าด้วยกันมีความสามารถ กดคนอีกสองชนชั้นได้ไม่เห็นแปลก จนเขาได้มาอยู่กับภูริ นายเอกที่เป็นเบต้ามาก่อน ตอนเป็นเบต้าความสามารถมี แต่เกินหน้าเกินตาหัวหน้าที่เป็นอัลฟ่าเลยถูกแกล้งเรื่องงาน พอภูริกลายเป็นโอเมก้าก็เริ่มโดนคุกคามมากกว่าเรื่องงาน อีธานจึงเริ่มจับตามอง และเริ่มได้ฟังความเห็นของภูริ และรับรู้สายตาของชนชั้นอื่นที่มองมายังอัลฟ่า ว่าเขา เกียจ อัลฟ่ากันขนาดไหน นี่เป็นเหตุให้คลายปมแรกค่ะ ทัศนคติของพระเอก ถึงจะมีเรื่องคนรักเก่าที่ทรยศเป็นเหตุอีกอย่าง แต่ก็ไม่ทำให้คู่นี้สั่นคลอน

2. ล้างระบบเน่า ๆ ในบริษัท

          เรื่องของอัลฟ่า - โอเมก้า จริง ๆ มันเน่าทั้งสังคม แต่อีธานก็ขอเริ่มในจุดที่เขาทำได้ คือในบริษัทตัวเอง เขาจัดระบบใหม่ให้เบต้า โอเมก้ามีบทบาทมากขึ้นตามความสามารถ ถึงจะลำบากสักหน่อย แต่พระเอกก็ยอมสู้ รวมถึงในครอบครัวตัวเองด้วย เมื่อเขาเลือกนายเอกแล้ว เขาก็ไม่คิดจะสนใจระบบชั้นวรรณะอะไรอีก เพราะเขาเข้าใจว่าการที่อัลฟ่าคนอื่นคิดแบบนั้นเพราะอะไร ตัวเขาเองก็เป็นมาก่อน ทีนี้ปมที่สอง เหล่าคนรังแกนายเอกในบริษัทก็จบลง มีแทรกบทดรามาคลาสสิคเล็กน้อย (น้อยจริง ๆ) ก็ขึ้นปมหลักของทั้งเรื่อง

3. พวกเขารักกันเพราะฮอร์โมนหรือความรู้สึก
   
        ตั้งแต่เริ่มต้น คู่นี้มามีความสัมพันธ์กัน และกลายเป็นคู่แท้กัน เพราะสารเคมีรั่ว พระเอกยืนยันเสมอว่าจะทำยาแก้คู่แท้ แม้แต่ในตอนที่รักนายเอกแล้ว เหตุผลง่าย ๆ คือ เขาอยากรักนายเอกไม่ใช่ เพราะสารเคมี แต่อยากพิสูจน์ว่าเป็นรักจากใจ ไม่เกี่ยวกับฟีโรโมน หรือ ฮอร์โมนใด ๆ ปมคำถามดีอ่ะ เราชอบปมนี้ เวลาอ่านแนวนี้บางทีก็ฉุกใจคิดเหมือนกันว่ายังไงแน่ แล้วเรื่องนี้นักเขียนก็พยายามตอบโจทย์นี้ ไปจนถึงตอนพิเศษ ถือว่าโอเคเลยค่ะ


        เราชอบเรื่องนี้เพราะการว่าปมเรื่องนี่แหละค่ะ ปมดีน่าสนใจ วางจังหวะอย่างเช่น ดรามาคลาสสิคได้ถูกที่ แต่นายเอกพระเอกก็ไม่ได้เล่นตัวใส่กันมากมาย ประมาณว่าพวกเราเอาเวลาไปทำความเข้าใจแล้วรักกันมาก ๆ จะดีกว่า (หวานซะ) แนวนี้เราหามานาน มันไม่ใช่แค่ต้องธีมนี้ แต่เกือบจะทั้งหมดในเรื่อง แอบเสียดายนิดหน่อย ตอนอ่านครั้งแรกรู้สึกขาดบางอย่าง แบบอีกนิดดด จะสมบูรณ์ แต่พออ่านรอบสองเราลืมไปแล้วว่าที่ขาดคืออะไร แต่ตรงที่รอบสองยังรู้สึกสะดุดคือการบรรยายในเนื้อเรื่องหลัก อันนี้ความเห็นส่วนตัวมาก ๆ ว่ามีการบรรยายบางจุดตัดอารมณ์ แต่ ๆๆ ในตอนพิเศษไม่มีแล้วค่ะ ตอนพิเศษเราอ่านแล้วโอเคทุกตอน บรรยายไม่ตัดอารมณ์ และ...เผ็ดมาก 55555 เผ็ดตั้งแต่เปิดเรื่อง ปิดเรื่องยิ่งเผ็ดกว่าเดิม 

       7 เต็มสิบ หักเรื่องบรรยายในเนื้อเรื่องหลักซะส่วนใหญ่ หักความหมั่นไส้พระเอกช่วงแรก และอะไรสักอย่างที่เราสะดุดรอบแรก ส่วนตัวโครงดี สิ่งที่ต้องการสื่อดีมาก เราชอบ บวกกับเรื่องเกี่ยวกับกลิ่น แนวเราเลย 5555 โอเคค่ะ ถ้าเป็นแนวใคร วายไทยเรื่องนี้หาจับจองได้ทั้งเล่ม และอีบุ๊คค่ะ 
    

ชาแดง



รีวิว แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ( 3 เล่มจบค่ะะ)

  แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ผู้แต่ง ปี่ข่าปี่ ผู้แปล จื่อซิน ผู้วาด 梨乖 酥 สำนักพิมพ์ Inltreebook เรื่องย่อ หลินชิงอวี่ แต...