วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2563

รีวิวข้าอยากเป็นแค่ตัวประกอบ (ฉบับเต็ม)

 


ข้าอยากเป็นแค่ตัวประกอบ

ผู้แต่ง LAKSH MANA

ผู้วาด CHONGGONG / DREANING_OOR / TANA220597

สำนักพิมพ์ 2U Publishing

เรื่องย่อ

พนักงานกินเงินเดือนร่างกายอ่อนแออย่างเขาตายลงแล้วยังได้มาเกิดใหม่ในร่าง เซียนซีหยาง ตัวประกอบในนิยาย เทพศาสตร์ ที่บังคับพระเอก หลัวซาแต่งงานกับตน และตายลงตั้งแต่ต้นเรื่อง เป็นเหตุให้เขา เซียนซีหยางคนนี้เปลี่ยนแปลงชะตากรรมอย่างเร่งด่วน เริ่มจากร่างกายและนิสัยใจคอ รวมทั้งปมใหญ่สำคัญที่จะทำให้รอดอย่าง หย่า กับท่านพระเอกด้วย ! แต่ทำไมกันเขาไปพลาดตรงไหน ท่านพระเอกถึงไม่หย่าให้เขาสักที !


พื้นที่ความเห็นปลอดสปอยล์


ข้าอยากเป็นแค่ตัวประกอบ เป็นแนวทะลุมิติเข้านิยายที่คนไทยเขียนโดยมีเซ็ตติ้งเป็นจีนโบราณ ปราบมารปราบปีศาจซึ่งเป็นแนวที่เราชอบมากก กระนั้นเนื้อเรื่องและความเฮฮาที่เรียบเรียงในเรื่องก็ยังมีจุดหนึ่งที่เราได้มา “ไม่หนีปัญหาเพื่อใช้ชีวิตให้ดี”

อนึ่งเรื่องราวประมาณเรื่องย่อ เราขอเล่าต่อเลยนะคะ หลังเซียนซีหยางตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมก็เริ่มวางแผนปรับปรุงชีวิตตัวเอง เขาขุนตัวเองให้มีน้ำมีนวล ก่อนออกจากบ้านไปหาเงินเป็นทุนใช้ชีวิตหลังจากหมดบทตัวประกอบ (ถ้าหากรอดตาย) โดยการไปลงพนัน...ใช่ค่ะ พนัน เพราะเขาเคยอ่านิยายเรื่องนี้จนถึงช่วงที่ตัวกอบนี้ตาย (อ่านไม่จบเรื่อง) เลยรู้ว่านักสู้ในสนามประลองใครจะเป็นผู้ชนะ เลยเอาเงินอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ไปลงพนันหาทุนเพิ่ม และการไปพนันครั้งนี้ทำให้เขาเจอตัวประกอบนางร้ายที่หลงรักพระเอกของเรื่องจนตามรังควานตัวละคร เซียนซีหยางไม่ปล่อย จ้าวฉีหลิน ทว่าแม่นางท่านนี้แท้จริงเป็นวิญญาณที่มาโลกเดียวกับเขา ที่ตายแล้วมาเกิดเจ้าตัวคาดว่าเพราะอ่านสปอยล์เรื่องเทพศาสตร์ไม่ยอมซื้อ เลยโดนลงโทษ แต่สิ่งที่เหมือนกันของทั้งสองคือ ...อ่านเรื่องนี้ไม่จบทั้งคู่เลยค่ะ สองตัวประกอบเลยต้องสุมหัววางแผนเอาตัวรอดก่อนท่านพระเอกจะพาพวกเขาสู่ความตาย

เนื้อเรื่องก็จะเป็นเหตุการณ์ตามนี้นิยายจุดต่าง ๆ ที่นายเอกกับเพื่อนตั้งว่ามันเป็นเควสที่ต้องเคลียร์ เพื่อพาตอนจบไปสู่แฮปปี้เอ็นท์ ก็คือเป็นการถมหลุมในนิยายไปในตัวนั่นเองค่ะ แต่ความป่วนมันอยู่ที่พระเอกของเรื่องฉลาดและมีไหวพริบ รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเซียนซีหยางเลยจับตาดูทันที ตามติดเป็นเงา นายเอกพยายามทำตัวเป็นคาร์แรคเติร์เดิมพระเอกก็รู้ทัน ไม่สะถกสะท้านแถมเล่นตามน้ำด้วยจนนายเอกต้องถอยไปเอง 5555 สำหรับเราสนุกมากค่ะ อีเว้นท์ต่าง ๆ ที่ใช้คือลุ้นตาม อ่านแล้วเห็นภาพมาก ภาษาอาจจะไม่ตามแปลจีน แต่เป็นความไทยที่เห็นภาพบวกกับมุกการ์ตูนที่สายมังงะ อนิเมะอย่างเราฮากลิ้ง ส่วนตัวชอบบุคลิกพระเอกอยู่อย่างซึ่งอธิบายไม่ถูก ความไม่แสดงอารมณ์ เคร่งขรึม ที่นิยายแปลจีนก็มีมากมาย แต่พอเป็นมือคนไทยเขียนเรารู้สึกว่ามันมีความละมุนบางอย่างที่เรารู้สึกจากงานมือคนไทยเท่านั้น...อืม อธิบายไม่ถูกจริง ๆ ค่ะ เอาเป็นว่า...

คะแนน 8.5 /10


เล่มหลัก 1-2


พื้นที่ความเห็นแบบสปอยล์ (อย่างละเอียด)


เอ๋ ! ข้างบนเรามีหลุดสปอยล์ไหมนะคะ

สำหรับเรื่องนี้เราคิดว่าจุดหนึ่งที่สื่อจากตัวละครเอกจากโลกปัจจุบัน คือ “ไม่หนีปัญหาเพื่อใช้ชีวิตให้ดี”

ถึงแม้ว่าตัวละครจ้าวฉีหลิน เพื่อนพระเอกจะไม่ได้มีบทมากวนบทหลักมาก แต่ว่าบททดสอบที่ได้ตอนหลังไม่ต่างจากนายเอกเลยสะท้อนประโยคนี้ในความรู้สึกเราจริง ๆ ค่ะ

โอเค เราจะเริ่มสปอยล์กันแล้วนะคะ ไม่ชอบข้ามค่า


1.เคราะห์ใหญ่จุดเปลี่ยนเรื่องที่ 1 ครึ่งมารโลหิต


                ตัวละครเซียนซีหยางในเนื้อเรื่องเดิมเขาตาย เพราะเลี้ยงครึ่งมารที่บังเอิญช่วยมาได้ กะว่าจะเอาไว้ใช้ฆ่านางเอก ทำให้พระเอกโกรธและลงมือฆ่าเขา แต่ครึ่งมารโลหิต เสียเยีย รอดไปได้ พร้อมพกพาความแค้นที่ผู้มีพระคุณถูกฆ่าจนกลายเป็นชนวนใหญ่ของเรื่องในตอนหลัง

                นายเอกเมื่อรู้สปอยล์ส่วนนี้จากฉีหลินเลยตัดสินใจช่วยเสียเยีย นำมาเลี้ยงดูให้เป็นเด็กดี เขาคิดว่าวิธีนี้จะทำให้ตนพ้นจากความตาย เสียเยียก็ไม่ต้องเดินสายมาร แต่ยังไงปัญหาหลักอย่างสายเลือดมารอีกครึ่งหนึ่งที่เสียเยียมีก็หนีไม่พ้นทำให้เกิดปัญหา เซียนซีหยางที่มารู้ตัวทีหลังว่าตนพลาดไปถึงกับไปทัวร์ปรโลกรอบหนึ่งเลยทีเดียว

                จุดนี้จะเป็นฉากเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวละครหลายตัว


                เสียเยีย ถ้าใครได้อ่านฉากนี้แล้ว อาจจะพอจำได้ตอนเสียเยียจะยื่นมือไปกับมารน้ำแข็ง พระเอกปาดาบขัดขวาง ตรงนี้เราคิดตอนอ่านว่าจริง ๆ พระเอกกะแยกเสียเยียออกจากมารอีกตน ไม่ใช่กะฆ่าเสียเยียไปเลย แต่มารน้อยกลับตื่นกลัวสิ่งที่ทำลงไปจนหนี เพราะความรู้สึกผิด ซึ่งในเฉลยตอนหลังที่พระเอกพูดว่า เขาไม่เคยสอนให้เสียเยียหนีปัญหาแบบนี้ ก็ยืนยันได้ว่าความจริงพระเอกก็พอจะตั้งสติรับฟังคำอธิบายเสียเยียอยู่ ถ้าเจ้าหนูน้อยไม่คอยเอาแต่หนีเขาแบบนี้ตลอด 3 ปี (เหมือนคุณพ่อจอมเข้มงวดกับคุณแม่ขี้โอ๋จริง ๆ นะพระเอกนายเอกอ่ะ)

                และการหนีปัญหานี้ก็ทำเสียเยียเป็นทุกข์ตลอด 3 ปี เต็ม เพราะไม่รู้คำตอบของปัญหาเลยสักอย่าง

                เซียนซีหยาง นายเอกความจริงเป็นคนเผชิญกับปัญหาอยู่ตลอดมาก ๆ ตั้งแต่ชาติแรกจนชาตินี้ เป็นตัวละครที่หนีไม่จริงสักครั้ง ถึงกลัวมากแค่ไหน เขาก็จะคิดวิธีแก้ปัญหาออกมาตลอด...ถึงจะทำให้เสี่ยงตายทุกรอบก็เถอะ ลองมาคิดกันอีกมุม ว่าจริง ๆ แล้วการอ่านนิยายล่วงหน้าก็เหมือนการอ่านอนาคต นายเอกรู้ว่าตัวเองจะตายเมื่อไร ต้องเจอปํญหาและความลำบากอะไร แต่เขาไม่ได้เลือกหนีไป แต่คิดวิธีเอาตัวรอดระยะยาวออกมา ถามว่าชีวิตใหม่ลำบากไหม...เราเชื่อว่าซีหยางต้องบอกว่าลำบากมากแน่นอน ใช้ชีวิตเดิมพันตลอดนี่นา

                แต่ในจุดเปลี่ยนนี้เขามีโอกาสเลือกอีกครั้ง...จะตายอย่างสงบเหมือนเซียนซีหยางคนก่อนที่ทนกับปัญหาไม่ไหว (ซึ่งเป็นทางแห่งความสงบที่เจ้าตัวเลือก...มารดารอเขาอยู๋ที่นั่น) หรือจะอยู่ต่อเผชิญกับปัญหาที่หลังจากนี้อาจจะแทบไม่รู้อนาคตอีกต่อไป

                และนายเอกเลือกอยู่ต่อ เพราะเขามองว่าโลกใบใหม่ที่เขาอยู่ มีคนรอเขา และมีคนกำลังเดือดร้อนเพราะเขา เขาต้องกลับไปแก้ เผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านั้น

                หลัวซา ท่านพระเอกคนเก่งลูกรักนักเขียน มีพัฒนาการแตกต่างจากเนื้อเรื่องนิยายเดิม คือการเข้าใจคนมากขึ้น (อันนี้เราเข้าใจเองนะ-ความเห็นส่วนตัวค่ะ) เขาที่เคยไม่ใส่ใจคนรอบข้างหากเป็นกัวชิวถงนางเอกนิยาย เราว่าพระเอกจะไม่อ่อนลงขนาดนี้ เพราะนางเอกกัวแข็งแกร่งและเป็นมือปราบไม่ต่างจากเขา ขณะที่นายเอกกลับไม่ได้แข็งแกร่ง แต่มีไหวพริบพอที่จะวิ่งโร่ไปแก้ปัญหาแม้ว่าจะไม่มีพลังยุทธ์ก็ตาม (แต่เก่งยันต์มาก)

พร้อมกันนั้น นายเอกยังมีเพื่อนซึ่งได้จากการซนของเขาที่จริงใจมาก ๆ 3 ปีหลังคดีเสียเยีย สหายเหล่านี้นอกจากไม่ทิ้งนายเอก ยังอยู่เคียงข้างพระเอกตลอด พระเอกเลยกลายเป็นคนนึกถึงคนอื่นมากขึ้นไปเลย (ยกเว้นกะงูเผือก...)

จ้างฉีหลิน ตัวละครเอกที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เมื่อเซียนซีหยางที่มาจากโลกเดียวกันอยู่ในสภาวะเป็นตายไม่ทราบ เขาก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดพัฒนาฝีมือตัวเอง เป็นธุระให้นายเอกและคอยช่วยพระเอกอยู่ตลอด ในโลกทั้งใบที่มีคนรู้ใจเพียงคนเดียว ฉีหลินค่อนข้างทำให้เรารู้สึกว่า เจ้าตัวขาดความมั่นใจไปช่วงนึงเลย ยังดีที่ยังเหลือสหายอีกสองคนที่ไปตกจากความซนของตัวเองและนายเอกคอยเผชิญปัญหาเป็นเพื่อนไม่ได้ทิ้งไปไหน เขาเลยเริ่มแข็งแกร่งขึ้นมาอย่างแท้จริง

แต่บททดสอบของรายนี้ คือเคราะห์ใหญ่ต่อจากนี้ค่ะ


เคราะห์ใหญ่จุดเปลี่ยนเรื่องที่ 2.ประตูนรกอเวจี


                ในเนื้อเรื่องเดิมม คนทำให้เกิดอีเว้นท์นี้ คือ เสียเยีย เพราะเขาแค้นคนทั้งโลกที่พรากผู้มีพระคุณไป

                แต่ในเนื้อเรื่องนี้เขาไม่ได้ทำ เพราะสิ่งที่เขาแค้นคือตัวเขาเอง แต่ว่าสุดท้ายอีเว้นท์นี้ก็ยังเกิด เป็นเหตุให้นายเอกต้องตามสืบหาต้นต่อของความจริงกับพระเอก ส่วนฉีหลินต้องไปหาดอกไม้ดาราค้ำสวรรค์มาปิดประตูนรกกับนางเอกนิยายและสหายอีกคน จุดเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้เผยอดีตพระเอกออกมา เราชอบเรื่องนี้ที่นักเขียนเล่าพื้นหลังทุกคนเนี่ยแหละค่ะ รู้สึกเหมือนเขาพาถมหลุมจนนิยายเรื่องนี้มันสมบูรณ์เลยค่ะ

                จ้าวฉีหลิน เหตุการณ์นี้เขาต้องเผชิญความเป็นความตายคล้ายตอนนายเอกโดน มีช้อยสองทางคือจะเลือกคอมไว้เล่นเกมส์ (ความจริงเราคิดว่าคือเลือกตายหนีปัญหาตรงหน้า) กับเลือกดอกดาราค้ำสวรรค์ (ที่เลือกแล้วก็ไม่รู้จะรอดจากที่นี่ไหม) สุดท้ายด้วยกระแสจิตของเซียนซีหยาง หรือจิตสำนึกเขาฝังเพื่อนคนนี้เป็นสติของตน ฉีหลินก็เลือกอยู่ต่อ เผชิญปัญหาและกลับมาหาสหายร่วมโลกอย่างซีหยางที่รอเขาอยู่ที่แดนมาร

กัวชิวถง นางเอกนิยายของเรื่องที่กลายเป็นหญิงสาวที่หาแคร์เรื่องคู่ไม่ มุ่งมั่นอุดมการณ์ ทำงานสุดความสามารถจนเก่งเป็นรองเพียงพระเอก ซึ่งเราคิดว่าอนาคตเธอต้องก้าวผ่านพระเอกไปได้แน่ ๆ เรื่องอื่น ๆ มักจะละเลยบทตัวละครนางเอกหลังไม่คู่กับพระเอกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการตัวละครที่หยุดลงหรือไม่บทก็จางไปเลย แต่เรื่องนี้เอ่ยถึง แถมให้บทสรุปที่ดีมาก ๆ ค่อนข้างประทับใจตรงนี้สุด ๆ เลยค่ะ

เสียเยีย ไม่พูดถึงไม่ได้ สุดท้ายรายนี้ก็ต้องให้คุณแม่ แค่ก ๆ เซียนซีหยางออกโรงมาตามถึงที่ จากใจว่าเราเศร้านะ เพราะเด็กคนนี้ทำให้คนสำคัญตายไปคน อีกคนเกือบตาย โดยไม่ตั้งใจ สุดท้ายแล้วความจริงตรงนี้ไม่มีวันเปลี่ยน แต่การที่เขาออกมาเผชิญหน้า และไปเยี่ยมหลุมศพผู้เฒ่าในตอนท้าย เรารู้สึกว่าต่อไปอย่างน้อยเสียเยียก็เริ่มต้นใช้ชีวิตตัวเองได้จริง ๆ สักที

แต่ช็อคจริงตอนรู้ว่าตาย เป็นตัวประกอบที่อยู่รอบตัวตลอดอ่ะ จู่ ๆ ลืมตามาพร้อมนายเอกอีกที อ้าว...


เล่มพิเศษ


ไม่ใช่เคราะห์แต่เป็นงานเข้าย่อย ๆ ของตัวประกอบ 3. เพราะมีสหายอยู่


อย่างที่เล่าว่านักเขียนกระจายบทดี ตัวประกอบไม่ได้เด่นเกินไป แต่ก็ไม่ถูกทิ้งขว้างจนเป็นหลุมให้คิดต่อเอง...เอ๊ะ หรือมีกันนะ...

หลัวซา ความจริงจะเป็นสิ่งที่นักเขียนเบลอไปก็ได้ แต่สุดท้ายชาติกำเนิดพระเอกเขาก็พาเราไปไขปริศนา ความจริงการที่หลัวซาไม่ได้สนใจจะตามหาว่าบิดา มารดาตนเป็นใครส่วนหนึ่งอาจจะเพราะกลายเป็นปมที่เคยคิดแต่ไม่อาจได้คำตอบ หรืออาจจะเพราะกลัวตามหาแล้วได้คำตอบกลับมาเป็นว่า พ่อแม่ตนเป็นคนขายตัวเองเป็นทาสก็เป็นได้

                ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นคงเจ็บมากกว่าไม่รู้ซะเลยไปอีก

                แต่นายเอกก็ลากเขาไปเผชิญหน้ากับสิ่งนี้ สุดท้ายสิ่งที่พบคือผู้คนที่พยายามสุดกำลังให้เขามีชีวิตอยู่ แต่กลับไร้พลังปกป้องและพากันจากไป เรียกว่าเป็นความสุขปนเศร้าจริง ๆ

เว่ยเจ้าเฟิง คุณชายจอมเอาแต่ใจ แต่กับเพื่อนนั้นทุ่มช่วยสุดแรง นึกว่าจะไม่เล่าเบื้องหลัง โอ้โห มีจ้า เขาอาจจะมีบทบู๊ร่วมกับพระเอกนายเอกไม่มาก แต่การมีเขาอยู่ก็ทำให้นายเอกและฉีหลินออกไปบู๊ได้อย่างสบายใจ สิ่งที่เขาไม่มีมาโดยตลอดคือสหาย พอมีขึ้นมาจึงปรับเปลี่ยนตัวเองและคอยสนับสนุนทุกคนเต็มที่ เราชอบตัวละครนี้นะ ปัญหาหลัก ๆ ที่เขาเจอตอนหลังน่าจะเรื่องแต่งงาน 55555 หนีไปบ้านโจวเสวี่ยนตลอด แต่สุดท้ายก็ต้องระดมพลกันแก้ปัญหาอยู่ดี 55555

เอ...แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ คุณชายท่านนี้ทิ้งท้ายว่าจะตามรังควาญพี่โจวต่อไป...เอ...

โจวเสวี่ยน พี่ชายท่านนี้ความจริงหนีตัวตนตัวเอง เขามีอาวุธที่ถนัดแต่มันสายมืดมากไปจะทำให้น้อง ๆ กลัวเลยหันมาจับดาบ ทว่าสุดท้ายเขาก็กลับมาเป็นตัวเองเพื่อช่วยพระเอกสามีน้องชาย และน้องชายจอมซนซีหยาง สิ่งที่เขาก้าวผ่านมาได้คือคำถามเดียวเลยค่ะ เขาถามซีหยางว่าผิดหวังไหม เมื่อเจ้าตัวเปิดเผยอาวุธและวิชาที่ถนัด แต่น้องชายซีหยางกลับยิ้มและบอกว่า...เขาภูมิใจในตัวพี่ชายท่านนี้มาก

...ส่วนกับเจ้าเฟิงที่มาอยู่ข้างที่บ้านบ่อย ๆ นั้น... ยังไงอ่ะพี่ชาย...

จ้าวฉีหลิน ปิดท้ายเบื้องหลังของสหายท่านนี้ อีกหนึ่งตัวละครหลักปัญหาสุดท้ายที่เจ้าตัวเลือกไม่เหมือนชาติก่อน คือการหักดิบตัดสายสัมพันธ์กับทางบ้านเมื่อเจอปัญหา ความคิดเห็นไม่ตรงกัน ชาตินี้เขาเลือกที่จะพยายามอธิบาย และก้าวไปบนเส้นทางที่ตนเองเลือกเดิน เราชอบเนื้อหาเบื้องหลังการกระทำตัวละครมาก ทำให้รู้จักตัวละครมากขึ้นเยอะเลยค่ะ


สุดท้ายแล้วคงต้องบอกว่า 8.5 คะแนน สนุกจริง ๆ สำหรับเรา ได้มาก็อ่านต่อทันทีเลย ถ้าถามว่ามีหลุมอะไรเหลือไหม คงเป็นปริศนาให้คิดต่อขำ ๆ เรื่อง ถ้ำอัญมณี ที่พระเอกพยายามจะปิดนายเอกแต่ฉีหลินไม่รู้เรื่องหลุดปากพูดมั้งคะ 555555 สปอยล์ประเด็นสำคัญไปหมดเลยรึเปล่านะ ถ้าใครสนใจแนวนี้มีตัวอย่างเปิดให้อ่านกว่าครึ่งเรื่องเลยค่ะ แว๊บไปลองอ่านก่อนได้ค่ะ


ตัวประกอบที่พาตัวละครหลักเสียคน 55555



ชาแดง








วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2563

รีวิว Out of Tune (ฉบับเต็ม)



                            ภาพจาก สำนักพิมพ์ Hermit

            

Out of Tune

ผู้เขียน Wu Zhe

ผู้แปล หมีสามเกลอ

สำนักพิมพ์ Hermit


เรื่องย่อ

เซี่ยงซี เด็กที่ถูกแก๊งในสลัมเก็บมาเลี้ยง เพื่อให้ออกหาเงินโดยการลักเล็กขโขยน้อย ไปจนถึงการหลอกเอาเงินอย่างการแกล้งล้มให้รถชน...แต่ชีวิตของเขาต้องเป็นแบบนี้ไปตลอดหรือ ? กระเป๋าหนังคุณภาพดีใบหนึ่งที่เขาชกมา บนบัตรประชาชนมีชื่อที่เขาอ่านไม่ค่อยจะออก แต่รู้สึกว่าเพราะมาก ๆ เฉิงโป๋เยี่ยน คุณหมอแผนกกระดูก ที่วนมาเจอกันที่โรงพยาบาล ...ถ้าเซี่ยงซีอยากออกจากวังวนดำมืด เฉิงโป๋เยี่ยนก็เป็นแสงไฟดวงหนึ่งสำหรับเขาที่อยากคว้าจับเพื่อนำทางออกไป...ยังโลกอีกด้านหนึ่ง



พื้นที่ความเห็นแบบปลอดสปอยล์

                หลังจากอ่านจบไปนานมาก ๆ ก็นึกถึงขึ้นมา ช่วงนี้อยากอ่านอะไรอบอุ่น ๆ มีปม แต่ไม่เครียดเกินไปเลยคว้า  Out of Tune ออกมาจากตู้ มี 3 เล่มจบค่ะ เคยหวีดไว้ในรีวิวอีกอันว่าได้มา เพราะปก 5555 มันสบายตาดีชอบบ

                สำหรับแกนของเรื่องนี้เราคิดว่าเป็นการ “ กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ” ไมถึงมีคำว่า ‘กล้า’ เรามาอ่านเรื่องแบบไม่สปอยล์กันดูนะคะ

                เซี่ยงซี เด็กหนุ่มกำพร้าที่โดดหัวหน้าแก๊งมืดในสลัมเก็บมาเลี้ยง ด้วยสภาพแวดล้อมทำให้เขากลายเป็นเด็กที่ต้องหาเลี้ยงตัวด้วยการหลอกคนไปวัน  ๆ เพราะถ้าไม่ได้เงินกลับมาก็อาจโดนซ้อมได้ จนวันหนึ่งจู่ ๆ เขาก็คิดขึ้นมา...เขาต้องเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไร ?

                คืนหนึ่ง เฉิงโป๋เยี่ยน เลิกเวรไปซื้อขอที่ซุปเปอร์กลับบ้านให้แม่ แต่กระเป๋าเงินเขากลับถูกมือดีฉกไป..ท้ายสิคะใครฉก...และในเวลาไม่นานก็มีเหตุเกิดในห้องฉุกเฉิน มีคนกระดูกหักมาที่แผนก เซี่ยงซี นั่นเอง เด็กหนุ่มจำหน้าคุณหมอได้ เพราะเขาเคยเห็นในบัตรประชาชนของอีกฝ่าย และด้วยอยากอ่านชื่อพระเอกออกพอได้ยินครั้งหนึ่งก็ท่องทันที เนื่องจากเจ้าตัวรู้สึกว่ามันเพราะมาก ๆ พระเอกแนะนำให้นายเอกไปห้องผ่าตัดเตรียมเอกสาร ใครจะไปรู้ว่าเผลอแป๊ปเดียวนายเอกกับชาวแก๊งก็หายออกไปจากโรงพยาบาล

                แต่ปรากฏตัวอีกทีคือมาแกล้งล้มว่าพระเอกชนขาหัก...นายเอกเลยโดนพระเอกจับได้ว่าเป็นแก๊งต้มตุ๋น (แต่ขาหักจริง ๆ นะ) ถึงอย่างนั้น ด้วยอะไรก็แล้วแต่เขาสองคนเลยวนเวียนมาเจอกันแบบนี้จะหนี...ใครจะหนีกันละ 5555 เซี่ยงซีเจอเฮียเฉิงดูแลขนาดนี้แล้ว ไม่ให้กัดฟันลองหนีจากแก๊งดูสักครั้ง จะได้ออกไปใช้ชีวิตในโลกแห่งแสงสว่างกับคนอื่นเขาบ้าง เจ้าตัวคิดว่า มันคุ้มค่าที่จะลองเสี่ยงดูสักตั้ง !

คะแนน 8/10




พื้นที่ความเห็นแบบสปอยล์ (อย่างละเอียด)

                สปอยล์นะคะ ใครไม่ชอบข้ามนะ


                “ กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ”

                ทำไมถึงคิดว่าเป็นคำนี้ เพราะนายเอกเลยค่ะ คนแรกเลย สภาพแวดล้อมที่นายเอกอยู่มันอันตราย และกดดันมาก แต่เขายังเลือกที่จะ กล้า เสี่ยงหนีออกมา ถึงนั่นจะหมายถึงความตาย หรือ ต่อให้รอดเขาก็อาจจะโดนล่า และถูกลากกลับมา ...แต่เขาก็ยังของลองทำ และเมื่อเขากล้าที่จะทำมัน เมื่อเขาได้มาอยู่โลกอีกด้านกับพระเอก สิ่งที่เขาต้องปรับตัว สิ่งที่เขาต้องเปลี่ยนแปลง...ต้องใช้ความกล้านะ ความรู้สึกเรา เพราะมันคนละสังคมกันเลย แน่นอน สิ่งที่ในนิยายบอกอีกอย่าง นายเอกเปลี่ยนแปลงสำเร็จ เพราะมีแสงดวงไม่เล็กไม่ใหญ่อย่างพระเอกคอยสนับสนุน


1.       กล้าก้าวออกมา  อย่างที่เราเล่าช่วงแรกค่ะ ที่ที่นายเอกถูกเลี้ยงดูไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่ดี และไม่ได้ออกมาได้ง่าย ๆ มีหลายคนที่เข้าไปแล้วสุดท้ายก็ออกจากวังวนไม่ได้ ต้องกลับไปทำอะไรแบบนั้นอย่างเดิม แต่นายเอกก็ยังขอให้ได้ลองดูสักครั้ง และคว้าแสงอย่างพระเอกเอาไว้

2.   กล้าที่จะยอมรับ  นายเอกไม่เคยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นยังไง และไม่ใช้สิ่งเหล่านั้นเป็นข้ออ้าง เพื่อให้ตัวเองก้าวหน้า และเปลี่ยนแปลง แน่นอนพระเอกก็เช่นกัน เขารู้ว่านายเอกเป็นยังไง โตมาแบบไหน เขาไม่ได้เรียกร้องให้นายเอกไม่เป็นตัวเอง สิ่งที่เขาทำคือสนับสนุน และแนะนำการใช้ชีวิตอย่างปกติสุขให้นายเอก เรียกว่าเป็นฝ่ายซับพอร์ตที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ อะไรที่นายเอกไม่พูด พระเอกสังเกตและจะไม่บังคับ แล้วก็ปล่อยให้นายเอกวิ่งมากอดชาร์จพลังไปสู้ต่อ โดยที่เขาจะคอยตามระวังให้อยู่ไม่ไกล

3.     กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เส้นทางชีวิตที่พวกเราใช้กันปกติ นักเขียนได้นำเสนอในมุมมองของเซี่ยงซี เลยทำให้เรารู้เลยว่า ความจริงมันไม่ง่ายเลยนะกับการใช้ชีวิตที่แตกต่างแบบนี้ นั่นคือจุดที่ทำให้เราลุ้น และตามให้กำลังใจนายเอกไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่เขาจะรอดจากการตามล่าไหม เขาจะทำงานอะไร เขาจะหาครอบครัวที่แท้จริงได้รึเปล่า เขาจะสามารถอยู่กับพระเอกได้รึเปล่า ปัญหาทั่วไปเนี่ยแหละค่ะ คือปัญหาจริง ๆ


ต้องบอกว่า 3 เล่มเป็นปัญหาชีวิตของพระเอกนายเอกจริง ๆ ส่วนเรื่องความรักก็อบอุ่น และดูมีคำถามสมจริงให้คิดด้วยค่ะ


จากคุณแม่พระเอก คุณแม่ตั้งคำถามทั่วไปเลยค่ะ...นี่คือรัก หรือแค่หลง


โอ้ เราชอบการยิงประเด็นมาก ๆ สำหรับใครชอบแนวนี้ไปหาจับจองได้นะคะ 8 คะแนนค่ะ สิ่งที่ชอบเลยคือพระเอกเรียลมากที่ไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้าคุ้มกันนายเอกได้ตลอด มันเลยทำให้เราลุ้นว่าเขาจะปกป้องนายเอกจากการตามล่ายังไง ทว่าพอมาช่วงใช้ชีวิตก็จะเป็นสโลว์ไลฟ์ทำให้ออกเอื่อย ๆ สักหน่อย และความสัมพันธ์หลังจากฝ่าด่านครอบครัวก็ตัดฉับ จบสมบูรณ์ค่ะแต่อยากให้ตอบคำถามคุณแม่ชัดกว่านี้ (หรือชัดแล้วแต่เราลืมกันนะ) สรุปเลยลง 8 คะแนนค่ะ  



ชาแดง


วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2563

รีวิว น้องชายที่รัก ( ฉบับเต็ม )


                        ภาพจาก Samsenbook

รีวิว น้องชายที่รัก ( จบ )

น้องชายที่รัก

ผู้แต่ง Molly

ผู้แปล ธมน

สำนักพิมพ์ Rose Publishing

เรื่องย่อ

            “เหนาเหนา ของเตี้ยวเตี้ยว คือลูกสุนัขสีดำขนหยิกที่ชอบประจบเอาใจ แต่ เอ๊ะ เหนาเหนาก็คือพี่ชายของเตี้ยวเตี้ยวนี่นา ก็พี่ชายที่เคยห่วงใบดูแลกลับมีท่าทีหมางเมินไม่สนใจน้องชายอย่างเขา ทั้ง ๆ ที่เขาตั้งใจกลับมากระชับสัมพันธ์ ทำอะไร ๆ ให้มันดีขึ้น แต่พี่ชายดันทำแต่งานเนี่ยนะ...เป็นแบบนี้พี่ชายก็ใช้ชื่อเดียวกับเจ้าขนปุยตรงนั้นไปแล้วกัน !”


พื้นที่ความเห็นแบบปลอดสปอยล์

                เราอ่าน น้องชายที่รัก จบสักพักแล้วค่ะ แอบโดดไปเขียนเรื่องอื่นเสียก่อน สำหรับเรื่องนี้มี 2 เล่มจบ และสำหรับคนที่เคยอ่านเรื่อง หัวใจมีหลิงซี ไม่ควรพลาดค่ะ เพราะเรื่องนี้มีตัวละครคาบเกี่ยวอยู่พอสมควร อย่างคู่พี่ชายของพระเอก แอนดูร์กับหวังลี่ลี่ เล่มนี้ก็จะมีมาเฉลยความหวานอยู่ช่วงหนึ่งกันเลยทีเดียว

                หลังจากอ่านจบเราก็คิด ๆ อยู่นานว่าแกนของเรื่องนี้คืออะไร แล้วก็ได้คำตอบค่ะ เราคิดว่ามันน่าจะเป็นคำถามง่าย ๆ ที่คนเรามักลืม และโฆษณาประเภทหนึ่งเลยพากันหยิบมาใช้สะกิดเตือนกัน


“ วันนี้คุณใส่ใจคนที่คุณรัก (บ้าง) หรือยัง ”


        ก่อนจะไปสปอยล์สุด ๆ มาปลอดสปอยล์กันก่อนตามสเต็ปนะคะ


        เย่ฟาน ประสบอุบัติเหตุจากการขับรถอย่างคึกคะนองจนบาดเจ็บสาหัส เดือดร้อนพี่ชายที่อยู่อีกประเทศรีบบินมาหาด้วยความเป็นห่วง แต่คนเป็นพี่ชายดูแลน้องยามเจ้าตัวหลับ ทำให้คนน้องไม่รู้เลยว่ามีคนคอยดูแลอยู่ตลอด จนกระทั่งพี่ชาย สวีเซิงเหยา เห็นว่าน้องชายพ้นขีดอันตรายจึงจำใจกลับประเทศไปเคลียร์งานต่อ ทำให้เขาพลาดช่วงเวลาที่น้องชายลืมตาขึ้นมาแล้วร้องไห้ ...เย่ฟานร้องขอกลับบ้าน เพื่อไปอยู่กับพี่

คุณชายเล็กคนละแซ่กับพี่ชายอย่าง เย่ฟานเป็นเด็กเกเรมาตลอดตอนนี้เขาสำนึกแล้วเลยตัดสินใจกลับไปฟื้นฟูความสัมพันธ์กับพี่ชายที่เก่งกาจ และถูกเขาเมินเฉยมาตลอด 20 ปี สวีเซิงเหยาเห็นน้องกลับบ้านมาทำตัวดีผิดปกติก็เกิดหวาดระแวง...นี่ใช่น้องเขาตัวจริงหรือเปล่า ? แต่ส่งคนไปสืบก็แล้ว ตรวจดีเอ็นเอก็แล้วทุกอย่างยืนยังว่าคนคนนี้น้องเขาตัวอย่างแน่นอน พี่ชายจึงหาเวลามาจับเข่าคุย...ใครจะรู้เรื่องราวมันซับซ้อนกว่าคนคนนี้คือ ‘เย่ฟาน’ น้องชายของเขา...แต่เป็นจิตวิญญาณของน้องจากอีกโลกคู่ขนาน ! มาเข้าร่างเพื่อแก้ไขอดีต

ความสัมพันธ์พี่น้อง (ไม่แท้) ความสับสนตัวตน และความรักที่ต้องข้ามกำแพงใจ ทุกอย่างรวมกลายเป็นความหวานนนน ของคุณพี่สุดแทคแคร์ และน้องชายที่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น ต้องสปอยล์สักหน่อยว่าคุณพี่รู้อยู่แล้วค่ะว่าน้องไม่ใช่น้องแท้ ๆ เขาเลยข้ามกำแพงไปได้ (แต่เขาเลี้ยงของเขามานะ) แต่ทางน้องชายไม่เคยรู้ รายนี้เรียกว่าปีนข้ามมาเลยก็ว่าได้ ส่วนอะไรยังไง หวานนนแค่ไหน ติดตามในเล่มได้ค่ะ ถ้าใช่แนวนะคะ ส่วนใครสนใจสปอยล์ป่ะค่ะหลังคะแนน

คะแนน 7.5 /10




พื้นที่ความเห็นแบบสปอยล์ (อย่างละเอียด)


                ถ้าติดความหวานเบาสมองเพราะเป็นความสัมพันธ์ของคุณลุง (แค่ก ๆ ) ของผู้ใหญ่อย่างหัวใจมีหลิงซี โปรดล้างโมเม้นแบบนั้นสักเล็กน้อย เรื่องนี้อาจจะตลกและหวานตามสไตล์นักเขียน แต่ด้วยตัวละครนำอย่าง เย่ฟาน เป็นคนที่เติบโตมาแบบไม่ได้พัฒนาด้านสังคมที่ดีนัก เป็นคุณชายเจ้ารำราญเที่ยวกับกินมาตลอด พอเขาอย่างเปลี่ยนแปลง เลยจะมีอะไรให้ต้องคิดต้องค่อย ๆ ก้าวมากกว่า ซึ่งพระเอกก็เป็นหลักที่ดีสำหรับเขาพอควรเลยค่ะ


                สปอยล์จริง ๆ แล้วนะคะ ไม่ชอบข้ามนะคะ ๆ


                อย่างที่เราเกริ่นข้างต้นค่ะ เราคิดว่าแกนเรื่องนี้คือ “ วันนี้คุณใส่ใจคนที่คุณรัก (บ้าง) หรือยัง ”


                ก่อนอื่นเราขอแบ่งประเด็นปัญหาของเรื่องเป็น 2 อย่างค่ะ


1.       ประเด็นภายใน  

1.1 ช่วงแรก คือความสัมพันธ์พี่น้อง (พี่น้องจริง ๆ ก่อนนะ) เดิมทั้งนายเอกก่อนประสบอุบัติเหตุไม่เคยสนใจใยดีกับความรักความเอาใจใส่ของพี่ชายอย่างพระเอก เพราะเขาตั้งแง่ว่า พี่แค่เสแสร้ง เหมือนคนรับใช้ และแม่ที่เย็นชาใส่เขาตั้งแต่เด็ก ดังนั้น นายเอกเลยมักจะละเลยพระเอกไป ต่อให้พระเอกทำดีด้วยแค่ไหน ทำดีมานานเท่าไร สำหรับนายเอกก็กลายเป็นความชินชา

จนถึงจุดเปลี่ยนที่ความตายเข้ามาใกล้ เขาถึงได้รู้คุณค่า


ประเด็นนี้แยกออกเป็นสองโลกก่อนนะคะ

โลกคู่ขนานที่นายเอกจากมานั้นตายตอนอายุ 29 (ถ้าจำไม่ผิด) เจ้าตัวเสียใจมาที่เข้าใจพี่ชายผิดมาตลอด วิญญาณเขาที่มาเข้าร่างอีกโลกหนึ่ง

ก็คือโลกหลักในวัย 20 ปี ตอนแรกเจ้าตัวดีใจ ที่เขาจะได้กลับมาชดเชยให้พี่ชายของเขา (พี่ชายในโลกคู่ขนาน) แต่เมื่อคุยกับพี่ชาย (โลกหลัก) นายเอกก็พบว่าตัวเองมาอยู่คนละโลก พี่ชายคนนี้เป็นคนละคนกับโลกของเขา ...นี่เลยเป็นปมแรกที่สองคนต้องจัดการ เมื่อพระเอกตั้งสติได้ เขาก็ดึงสตินายเอกกลับมาให้ทบทวนดี ๆ สองคนจึงสามสัมพันธ์กันตามเดิม...จบปมช่วงแรก


1.2 ช่วงกลางเรื่องก้าวข้ามขีดสายเลือด อย่างที่เล่าไปด้านบนค่ะสองคนไม่ใช่พี่น้องกันแท้ ๆ แต่คนที่รู้มีแต่ทางพี่ชาย (รายนี้ช่างสัเกต เดามาตั้งแต่เด็กก่อนจะออกสืบ) ส่วนทางนายเอกคือคนที่ก้าวข้ามจุดนี้ไปเองจริง ๆ ในเรื่องเลยมีช่วงเวลาที่เจ้าตัวสับสน คิดหนัก ซึ่งพี่ก็เข้าใจ (แต่ก็ไม่บอกน้องนะนาย) ปล่อยให้นายเอกคิด และตัดสินใจ แน่นอนค่ะ นักเขียนท่านนี้ไม่ค่อยปล่อยตัวละครยื้อสถานการณ์ พอถึงจุดที่มากไปกว่านี้เราอาจจะเริ่มรำคาญ นักเขียนก็ปล่อย ให้ตัวละครตัดสินใจพอดี ... อันนี้สำหรับเราค่อนข้างชอบนะ เรื่องกะจังหวะ เป็นความรู้สึกส่วนตัวมาก  ๆ เลยค่ะว่าเขากะจุดได้พอดี


2.       ประเด็นภายนอก


2.1    ศัตรูปัจจุบัน ตัวละครนี้ใครอ่านหลิงซีน่าจะคุ้น ใช่ค่ะ เราจะไม่เฉลย แต่เขามาเป็นนางร้ายโลกนี้กับคู่นี้ด้วยค่ะ

2.2    ศัตรูจากอนาคต เป็นคนที่หลอกนายเอกวัย 29 ปี (ในโลกคู่ขนาน) ให้ยึดบริษัทจากพี่ชาย (โลกคู่ขนาน) จนนายเอกรู้สึกตัวหลังยึดมาจริง ๆ ว่าพี่ชายของเขาความจริงดีต่อเขามากแค่ไหน แต่สุดท้าย ก่อนที่เขาจะได้บอกขอโทษอีกฝ่าย...เขาก็ตายก่อน


น้องชายที่รัก เรื่องนี้นักเขียนทำให้เราเห็นตัวละครที่ละเลยอยู่ 3 แบบ ซึ่งในโลกคู่ขนานต่างก็ต้องตายจากไป เพราะ ไม่ใส่ใจในสิ่งที่ควรรัก

เย่ฟาน ไม่ใส่ใจพี่ชาย จนกระทั่งตายถึงรู้สึกถึงคุณค่า เขาจากมาพร้อมได้โอกาสที่สอง...แต่โอกาสที่สองมันไม่มีอยู่จริง...พี่ชายคนนี้ ไม่ใช่คนเดียวกับที่เขาอยากชดเชยให้ สวีเซิงเหยาคนนี้เป็นคนที่เขารักและใช้ชีวิตด้วยจริง ...แต่พี่ชายจริง ๆ ของเขาอีกโลกหนึ่ง...เย่ฟานไม่มีวันได้ชดเชยอะไรให้ได้ แม้แต่บอกว่าขอโทษ เขาทำได้แต่ใช่ชีวิตนี้ให้ดี ไม่ให้สวีเซิงเหยาซ้ำรอยอีกโลก

คุณเลขาพระเอก และเพื่อนพระเอก เป็นคู่ที่เราชอบตอนพิเศษในโลกคู่ขนานมาก โลกนั้นสิ่งที่สองคนละเลยคือชีวิตตัวเอง คนหนึ่งไม่ใส่ใจสุขภาพ ทำแต่งานสุดท้ายเป็นมะเร็งตาย คนหนึ่งละเลยสุขภาพตนเองและไม่รอบคอบพอที่จะป้องกันชีวิตตัวเองสุดท้ายโลกนั้นก็ถูกระเบิดบาดเจ็บสาหัส ...ไม่มีวันได้เจอกัน และไม่มีโอกาสที่สอง (โลกหลักเขาคู่กันนะคะ)

ตัวร้าย เป็นคนละเลยความจริงโดยรวม และที่สุดคือละเลยความสุขของตัวเอง แม้แต่กลับมาได้ชีวิตใหม่ เขาเลือกยังเลือกตรงข้ามกับเย่ฟาน ไม่เริ่มต้นอะไรใหม่...และย้ำอยู่ที่เดิม


      โดยความเห็นส่วนตัวนักเขียนทำตัวร้ายกะจังหวะออกมาไม่เคลียร์ และมีอิมแพคกับปมน้อยไปมาก ๆ เราส่วนใหญ่กลายเป็นเน้นปมภายในมากกว่า เลยค่อนข้างเสียดาย อีกส่วนหนึ่งคือบทสรุปของตัวร้ายเราแอบคิดนิดหน่อยว่าจะมีอะไรที่ดีกว่านี้ไหม...แต่โอเคค่ะโดยรวมดี 7.5 ค่ะ และดีมาก ๆ 

สำหรับคนอ่านหลิงซี

นักเขียนกล่าว่า “ คู่นี้ไม่ว่าโลกไหนพวกเขาก็จะตกหลุมรักกันค่ะ ” ค่า หวานจริงง คู่เน้  



ชาแดง

    











รีวิว แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ( 3 เล่มจบค่ะะ)

  แต่งงานสามครั้งกับปลาเค็ม เล่ม 1 ผู้แต่ง ปี่ข่าปี่ ผู้แปล จื่อซิน ผู้วาด 梨乖 酥 สำนักพิมพ์ Inltreebook เรื่องย่อ หลินชิงอวี่ แต...